หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : คลองมหาพราหมณ์ คลาสสิคทั้งบรรยากาศและสตอรี่

14.03.17 | 23:43 น.
บางตอนของแนวคลองมหาพราหมณ์ อ. บางบาล จ. พระนครศรีอยุธยา

คลองมหาพราหมณ์  (อ. บางบาล จ. พระนครศรีอยุธยา) ทั้งสองฟากฝั่งยุคอยุธยา น่าจะเป็นหลักแหล่งของพราหมณ์ ซึ่งมีทั้งพราหมณ์นักบวช, พราหมณ์ข้าราชการ, และพราหมณ์พ่อค้า ซึ่งนับว่าคลาสสิคทั้งบรรยากาศและสตอรี

เหล่านี้ต้องร่วมกันศึกษารายละเอียดอีกมาก นักเรียน นักศึกษาก็ลงพื้นที่สำรวจได้ ไม่มีข้อห้าม แล้วน่าจะสนุกด้วย มีความรู้ด้วย ดังมีผู้ทำแล้ว โดยไม่ต้องคุยโม้โอ้อวดว่าเป็นผู้สำรวจก่อนใคร เพราะคนสำรวจแรกๆ มีมากมายก่อนคนขี้โม้เกิดมาบนโลก

เอนก สีหามาตย์ (อดีตอธิบดีกรมศิลปากร) เคยให้เจ้าหน้าที่โบราณคดีสำรวจและขุดแต่งโบราณสถานริมคลองมหาพราหมณ์เมื่อหลายปีมาแล้ว บอกเล่าว่า

คลองมหาพราหมณ์ นอกเกาะเมืองทางทิศตะวันตก ซึ่งพงศาวดารกล่าวถึงเรื่องราวตอนสุลต่านปัตตานี ยกทัพมาช่วยกรุงศรีอยุธยารบกับพม่าสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พอพม่าถอยทัพไป กองทัพปัตตานีและอยุธยาทะเลาะกัน สุลต่านยึดวัง พระมหาจักรพรรดิ เสด็จหนีไป “เกาะมหาพราหมณ์” รวบรวมคนมาไล่กองทัพปัตตานีอีกรอบหนึ่ง แสดงว่าชุมชนแถบนี้เป็นที่รับรู้ของเจ้านาย เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ ปลอดภัย และมีพรรคพวกมาก

“น่าจะพัฒนาเกาะมหาพราหมณ์เป็นแหล่งเรียนรู้ที่คู่กับชุมชนและสังคม โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงมาก มีโบราณสถานก็บูรณะไป อาจทำเส้นทางเล็กๆ ส่วนชาวบ้านอยู่ก็อยู่ไปเหมือนเดิม ซึ่งน่าจะลงตัว ไม่น่ามีปัญหาในด้านการทำงานกับคนในพื้นที่ การพัฒนาเกาะนี้จะสื่อถึงการคมนาคม การใช้ชีวิตของคนสมัยอยุธยาที่ไม่ได้อยู่แค่ในเกาะเมือง แต่อยู่รอบๆ เกาะด้วย เหมือนชานพระนครในกรุงเทพฯ” นายเอนกกล่าว

Advertisement

[มติชน ออนไลน์ วันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม 2560]

เทคโนก้าวหน้า เนื้อหาล้าหลัง ก็ไร้ประโยชน์

กรมศิลปากรพัฒนาระบบนำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ และพื้นที่แหล่งโบราณสถานด้วยระบบคิวอาร์โค้ด และเออาร์โค้ด โดยใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ตโฟน ไอแพด และแท็บเล็ต เพื่อความสะดวกในการเข้าชมอย่างรวดเร็ว

โดยได้ติดตั้งระบบนำชมด้วยคิวอาร์โค้ดแล้ว 25 แห่ง ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติดำเนินการแล้ว 17 แห่ง และในปี 2560-2561 จะดำเนินการเพิ่มอีก 27 แห่ง อุทยานประวัติศาสตร์ได้ดำเนินการแล้ว 7 แห่ง และปี 2561 จะติดตั้งเพิ่มเติมอีก 3 แห่ง ขณะที่โบราณสถานและแหล่งโบราณคดีได้ดำเนินการไปแล้ว 1 แห่ง และในปี 2560-2561 จะจัดทำเพิ่มเติมอีก 4 แห่ง

ส่วนการนำระบบเออาร์ โค้ด มาใช้ในการนำชมได้ติดตั้งแล้วเสร็จทั้งหมด 4 แห่ง นอกจากนี้ ในปี 2560-2561 จะติดตั้งเพิ่มอีก 4 แห่ง ขณะที่อุทยานประวัติศาสตร์ได้ดำเนินการแล้ว 2 แห่ง และจะติดตั้งเพิ่มในปี 2561 อีก 3 แห่ง รวมถึงโบราณสถาน และแหล่งโบราณคดีดำเนินการแล้ว 1 แห่ง และในปี 2560-2561 จะดำเนินการเพิ่มอีก 4 แห่ง ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายจะขยายการดำเนินการให้ครอบคลุมแหล่งเรียนรู้ทั่วประเทศ

(ข่าวสดรายวัน ฉบับวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560 หน้า 6)

เทคโนโลยีจะให้ก้าวหน้าล้ำยุคขนาดไหนก็ได้ ถ้ามีทุนซื้อใช้งาน

แต่ข้อมูลเนื้อหาที่บรรจุเข้าไป ถ้าล้าหลังเสียแล้วเทคโนโลยีซื้อมานั้นก็ไร้ประโยชน์ เพราะมีแต่ซาก ไม่มีประวัติศาสตร์สังคมของความเป็นมนุษย์