หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : ISAN NEXT เปิดขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมอีสาน

16.12.24 | 17:43 น.
การต้มเกลือสินเธาว์ของชุมชนบ้านคูเมือง ตำบลคูเมือง อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด ในภาพคือหม้อเคี่ยวน้ำเอียด เมื่อน้ำระเหยก็กลายเป็นผลึกเกลือสีขาวขุ่น (ภาพถ่ายโดย จักรมนตรี ชนะพันธ์)

อีสานมีขุมทรัพย์คับคั่งทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะหลักฐานเกี่ยวกับชาวสยามที่เป็นบรรพชนต้นทางความเป็นไทย

ในประเทศก้าวหน้าของโลกทางเศรษฐกิจ-การค้าและเทคโนโลยี เช่น ยุโรป, อเมริกา, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ ฯลฯ ขุมทรัพย์วัฒนธรรมถูกใช้เป็นพลังสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจและการเมือง

ISAN NEXT: พลิกเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤตโลก โดยมีมรดกทางวัฒนธรรมเป็นฐานรากที่ทรงพลังแข็งแรงมาก

อีสานเป็นดินแดนชาวสยามดั้งเดิม ซึ่งเป็นบรรพชนคนไทยทุกวันนี้ โดยมีหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีและมานุษยวิทยาสนับสนุนแน่นนับคับคั่ง ทั้งอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (และในคลังพิพิธภัณฑ์ฯ) กระทรวงวัฒนธรรม และอยู่ในงานวิจัยของนักวิชาการไทยกับนานาชาติ

สำหรับประวัติศาสตร์กระแสหลักขณะนี้ ยังค้นไม่พบหลักฐานวิชาการรองรับสนับสนุนว่าคนไทยมีถิ่นกำเนิดตอนใต้ของจีน ส่วนสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย ล้วนเป็น “นิยาย” เพิ่งสร้างเมื่อไม่กี่ปีมานี้เพื่อสนองการเมืองลัทธิชาตินิยม

Advertisement

แต่อีสานถูกด้อยค่าจากชนชั้นนำผู้ผลิตประวัติศาสตร์กระแสหลัก แล้วปกปิดสิ่งที่อีสานมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทย

ISAN NEXT ต้องเปิดขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมอีสาน แล้วกู่ร้องให้ก้องโลก อย่างน้อย 12 เรื่อง ต่อไปนี้

(1.) ช้างล้านปีที่อีสาน ซึ่งเป็นต้นตระกูลช้างปัจจุบัน พบฟอสซิลช้างหลายล้านปีมาแล้วบริเวณลุ่มน้ำมูล

(2.) พญานาคมากที่สุดชุมนุมในอีสาน พบหลักฐานจากตำนานพระธาตุพนม (หนังสืออุรังคธาตุ) ว่าพญานาคจากที่ต่างๆ เข้าไปชุมนุมอยู่อีสานมากที่สุด

(3.) ประชากรหนาแน่นในอีสาน อยู่ทุ่งกุลาร้องไห้ ราว 2,500 ปีที่แล้ว หรือเรือน พ.ศ. 1 ดูจากหลักฐานการตั้งหลักแหล่งถิ่นฐาน พบเครื่องมือเครื่องใช้กระจัดกระจายทั่วทุ่งกุลาร้องไห้

(4.) เหล็กและเกลือสินเธาว์มากสุดในอีสาน อยู่ทุ่งกุลาร้องไห้ราว 2,500 ปีมาแล้ว หรือเรือน พ.ศ. 1

เหล็กเป็น “โลหปฏิวัติโลก” กระตุ้นการค้าโลก เป็นเครื่องมือสกัดหินสร้างปราสาทและสลักลวดลายบนหินสร้างปราสาท

เกลือสินเธาว์เป็นอาหารและยารักษาโรคของคนทั่วอีสาน รวมทั้งประชาชนโตนเลสาบ (กัมพูชา) หลายพันปีมาแล้ว

(5.) โกศเก่าสุดใส่ศพและใส่อัฐิมีต้นทางจากอีสาน ตามประเพณีพิธีกรรมหลังความตายของไทยทุกวันนี้พบที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ราว 2,500 ปีมาแล้ว หรือเรือน พ.ศ. 1 หลักฐานอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

(6.) “สุวรรณภูมิ” ได้ชื่อจากทองแดงพบมากสุดในอีสาน ซึ่งมีแหล่งใหญ่มากของทองแดงอยู่ 2 ฝั่งโขง โดยเฉพาะอีสานเป็นแหล่งทองแดงสำคัญ และอีสานเป็นเส้นทางขนถ่ายทองแดงลงลุ่มน้ำท่าจีน-แม่กลอง เพื่อส่งขายอินเดียถึงกรีก-โรมัน

สุวรรณภูมิ หมายถึง ทองแดง (ไม่ใช่ทองคำ)

(7.)  เสมาหินมีถิ่นกำเนิดในอีสาน (ไม่มีในอินเดียและลังกา) ใช้ปักบอกเขตศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีต้นตอจากหินตั้งในอีสาน เมื่อ 2,500 ปีมาแล้ว หรือเรือน พ.ศ. 1 ก่อนศาสนาพุทธเข้าถึงอีสาน

(8.)  ชาวสยามดั้งเดิมเริ่มแรกอยู่อีสาน ราว 1,000 ปีมาแล้ว ซึ่งเป็นบรรพชนคนไทยสืบถึงทุกวันนี้

ชาวสยามดั้งเดิมเริ่มแรกเหล่านี้ ชำนาญปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไหม (พบบันทึกในเอกสารจีน)

(9.)  ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ มีคุณภาพเป็นเลิศ และมีกลิ่นหอมละมุนกรุ่นกำจายที่สุด มีแหล่งปลูกที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมทางภูมิประเทศ “เค็ม-แห้ง-แล้ง-ทราย” กระตุ้นความหอมที่สุดในโลก ขายดีทั่วโลกสร้างรายได้ให้ไทยมหาศาล

(10.)  โคลงสี่สุภาพมีต้นทางจากหมอลำอีสานและลุ่มน้ำโขง ซึ่งเป็นฉันทลักษณ์ขับลำคำคล้องจองสองฝั่งโขงหลายพันปีมาแล้ว

(11.)  ขับเสภาและเทศน์มหาชาติ เล่นลูกคอและเสียงโหยหวนจับใจ มีต้นทางจากขับลำคำคล้องจองในอีสาน ตามประเพณีสองฝั่งโขง

(12.)  ข้าวเหนียว คนลุ่มน้ำเจ้าพระยาและภาคใต้สมัยก่อน กินข้าวเหนียวเป็นอาหารหลักเหมือนคนอีสานและสองฝั่งโขง เพราะพบแกลบข้าวเหนียวในอิฐก่อสถูปเจดีย์สมัยทวารวดี เรือน พ.ศ.1000

เปิดขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมอีสาน

ISAN NEXT พลิกเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤตโลก ควรมีกิจกรรมสำคัญดังนี้

(1.) ยกย่อง “คุณค่า” มรดกทางวัฒนธรรมที่มีมากในอีสาน และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์ไทย

(2.) เพิ่มพูน “มูลค่า” จากมรดกทางวัฒนธรรมที่มีมากในอีสาน และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์ไทย

คุณค่าและมูลค่ามหาศาลของมรดกทางวัฒนธรรมอีสาน กระตุ้นให้เป็นที่รับรู้เบื้องต้นได้ด้วยการแบ่งปันเผยแพร่ต่อเนื่องสม่ำเสมอในข้อมูลความรู้ผ่านสื่อหลากหลาย รวมทั้งผ่านการเรียนการสอนทุกระดับและทุกระบบ (ในระบบและนอกระบบ) ที่ซื่อตรงต่อลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี ทั้งนี้โดยไม่สร้างความเท็จเหมือน “สิบเอ็ดประตู” ของเมืองร้อยเอ็ด

ในประเทศก้าวหน้าของโลกทางเศรษฐกิจ-การค้า และเทคโนโลยี ขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมถูกใช้อย่างจริงใจและอย่างจริงจัง เป็นพลังสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างยั่งยืน

ยกเว้นบางประเทศที่หวังรวยเฉพาะหน้าอย่างมูมมาม มีทัศนคติต่อขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมเพียงใช้โฆษณาชวนเชื่อชั่วคราว เพื่อประโยชน์ส่วนตนและคณะเท่านั้น “ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่”