ในช่วงนี้เหมือนการเมืองระดับชาติอาจจะไม่ได้เงียบไปเสียทั้งหมด ทั้งที่โดยบรรยากาศแล้วโดยทั่วไปในแต่ละปี ในช่วงปลายปีแบบนี้ข่าวต่างๆ จะไม่ค่อยมาก และสื่อต่างๆ ก็เร่งปิดข่าวกันล่วงหน้า
ปีนี้ความแตกต่างสำคัญอาจจะอยู่ในเรื่องของการเลือกตั้งนายก อบจ.ที่จะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ในปีหน้า ซึ่งการเลือกตั้ง อบจ.นี้มีความพิเศษจากกรอบกฎหมายที่ทำให้นายก อบจ.ไม่ต่ำกว่ายี่สิบจังหวัดลาออกล่วงหน้า และมีการเลือกตั้งไปก่อนหน้านี้แล้ว
แต่กระนั้นก็ตาม แม้ว่าจะมีการเลือกตั้ังนายก อบจ.ไปแล้วในหลายจังหวัด แต่สุดท้ายในเดือนกุมภาพันธ์ ทุกจังหวัดยกเว้นกรุงเทพมหานครก็จะต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภา อบจ.อยู่ดี
อย่างที่พอทราบกันว่าการเลือกตั้ง อบจ.ในรอบนี้อาจจะกล่าวได้ว่าได้รับความสนใจมากที่สุด ด้วยเงื่อนไขหลายประการ สำหรับผมเองนั้นความสำคัญของความเชื่อมโยงระหว่างพรรคการเมืองและการเมืองระดับชาติกับการเมืองในระดับพื้นที่ของจังหวัดดูจะมีความชัดเจนตื่นตัวมากที่สุด
และพรรคเพื่อไทยเองดูจะให้ความสนใจในเรื่องนี้อย่างชัดเจน ยิ่งเมื่อพูดถึงคุณทักษิณซึ่งมีบทบาทในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของพรรคที่ลงไปในพื้นที่ทั้งเยี่ยมเยียน ขอคะแนน และแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีต่างๆ ก็ดูจะยิ่งทำให้การเมืองในระดับ อบจ.นั้นเป็นที่ตื่นตัวมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
ถึงกับสื่อต่างๆ เริ่มมีการมอบหมายงานในระยะยาวให้จับประเด็นข่าวเรื่องนี้อย่างน้อยไปจนถึงช่วงการเลือกตั้ง อบจ.ในปีหน้ากันเลยทีเดียว
ถ้าลองย้อนกลับไป เรื่องความเชื่อมโยงของการเมืองระดับ อบจ.กับการเมืองระดับชาติในรอบนี้มีความชัดเจนกว่าสี่ปีที่แล้วเป็นอย่างมาก เพราะกรอบกติกาต่างกัน รอบที่แล้วพรรคการเมืองและนักการเมืองระดับชาติมีความระมัดระวังในการเกี่ยวข้องกับพื้นที่อย่างเป็นทางการอย่างชัดเจน แต่ความเกี่ยวพันนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะต้องสังเกตจากสีเสื้อสีป้าย และก็มีแต่กลุ่มก้าวหน้าที่ผันตัวมาจากส่วนของพรรคอนาคตใหม่ที่รณรงค์การเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง
แต่ในรอบนี้อาจจะเห็นว่าความเกี่ยวโยงของการเมืองระดับชาติและท้องถิ่นระดับจังหวัดนั้นชัดเจนขึ้น ไล่เรียงตั้งแต่ปฐมบทของมหากาพย์การต่อสู้ที่สนามปทุมธานี ระหว่างบิ๊กแจ๊สอดีตน้องรักของคุณทักษิณ และลุงชาญเพื่อนเก่าที่กลับมาสวมเสื้อพรรคเพื่อไทยลงสมัครในรอบแรก และสีสันก็เข้มข้นขึ้นเมื่อคุณทักษิณลงพื้นที่เอง
มาจนถึงกรณีของการต่อสู้ที่อุดรธานี ที่เป็นเสมือน “วันเสียงปืนแตก” ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับ พรรคประชาชน (พรรคใหม่พรรคหลังก้าวไกลโดนยุบ) ที่เห็นการปะทะกันอย่างตรงไปตรงมาระหว่างแกนนำอดีตพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชน กับพรรคเพื่อไทย และผู้ช่วยหาเสียงคนพิเศษอย่างคุณทักษิณ
มาทางใต้กับปรากฏการณ์การรุมกินโต๊ะบ้านใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ที่นครศรีธรรมราช
ไล่เรียงมาจนถึงปรากฏการณ์ความรุนแรงถึงตายที่ปราจีนบุรี ระหว่างตระกูลการเมือง ที่สุดท้ายกลายเป็นจังหวะที่พรรคภูมิใจไทยออกมาย้ำว่าบ้านใหญ่ในพื้นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคอีกต่อไป และพรรคภูมิใจไทยไม่มีนโยบายที่จะส่งคนลงสมัครในการเลือกตั้งในระดับนายก อบจ. (แต่ต้องไม่ลืมว่า คุณอนุทินหัวหน้าพรรคนั้นเป็นเจ้ากระทรวงมหาดไทย และอดีตผู้ว่าของเมืองหลวงภูมิใจไทยคุมกรมการปกครอง ซึ่งการเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยจึงมีความรัดกุมกว่าพรรคอื่นๆ ที่พยายามลงไปเล่นอย่างเต็มตัว)
อาจกล่าวได้ว่า เรื่องใหญ่ที่สื่อสนใจคือเรื่องสำคัญสองเรื่อง คือพรรคประชาชนจะประสบความสำเร็จในระดับ อบจ.มากน้อยแค่ไหน ทั้งในการเลือกตั้งตัวนายก อบจ. และจะได้สักกี่เก้าอี้ในระดับสมาชิกสภา อบจ. เพราะต้องการพิสูจน์ว่าจะมีความเชื่อมโยงยังไง
ระหว่างความนิยมของพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา โดยเฉพาะชัยชนะในระดับของบัตรเลือกตั้งบัญชีรายชื่อที่กวาดไปในหลายจังหวัดในระดับเซอร์ไพรส์ กับเรื่องที่เกิดขึ้นจริง อีกทั้งแนวคิดในการติดตามข่าวนี้ยังเชื่อมโยงไปกับมุมมองที่มองว่าการมาของพรรคประชาชนจะทำให้การเมืองในพื้นที่เปลี่ยนแปลงจากการเมืองบ้านใหญ่
ขณะที่ในกรณีความสนใจเรื่องของการเลือกตั้งในระดับของ อบจ.ในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้น นอกเหนือจะเป็นเรื่องของพูดถึงความนิยมของพรรคเพื่อไทย ที่อาจจะเรียกว่าเริ่มนับหนึ่งใหม่หลังจากนายกฯเศรษฐาจากไป และนายกฯคนใหม่ขึ้นมาแทน สีสันที่สำคัญก็คือคุณทักษิณกับการลงมาช่วยหาเสียงในระดับพื้นที่ (สำหรับว่าคุณทักษิณทำได้แค่ไหนก็ว่ากันไปเป็นข่าวรอง)
ข่าวในส่วนของพรรคเพื่อไทยนี้ผมคิดว่ามีนัยยะสำคัญว่า พรรคเพื่อไทยเหมือนจะให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์การเมืองใหม่ คือทั้งในส่วนของการเข้าถึงบ้านใหญ่ในพื้นที่ระดับจังหวัดอย่างตรงไปตรงมา เมื่อเทียบกับในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย จะพบว่ายุทธศาสตร์และกลยุทธ์ในอดีตนั้นอาจจะไม่ได้ลงบ้านใหญ่โดยตรง แต่จะเชื่อมโยงกับพื้นที่ผ่านบ้านระดับภูมิภาคมากกว่าบ้านใหญ่แค่ในระดับจังหวัดให้เข้าไปดูแลพื้นที่แทน และยังเชื่อมั่นใน “แบรนด์” ของพรรคในระดับนโยบาย ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “นกแล” ที่มีนักการเมืองหน้าใหม่ที่สวมเสื้อพรรคเพื่อไทยได้รับการเลือกตั้งเข้ามามากในภาคอีสาน
มารอบนี้ บางคนอาจจะคิดว่าพรรคเพื่อไทยก็ไม่ต่างจากเดิมในแง่ยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ในการหาเสียง แต่ผมคิดว่าต่าง เมื่อคุณทักษิณพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสคือ คุณทักษิณนั้นลงไปในระดับของบ้านใหญ่เสียเอง ลงพื้นที่เอง และเป็นสีสันมากกว่าตัวนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ
เงื่อนไขหนึ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ หากคุณทักษิณไม่ลงพื้นที่เอง บ้านใหญ่จะเชื่อมั่นมากน้อยแค่ไหน และดูเหมือนว่าโดยส่วนตัว คุณทักษิณก็จะชื่นชอบการได้ไปพบปะแฟนคลับด้วย
รวมไปถึงเรื่องที่หลายคนรู้สึกว่าพอลงไปคุยเรื่องนโยบายรัฐบาลของส่วนกลางในเวทีหาเสียงท้องถิ่นมากๆ ทำให้เราไม่ค่อยเห็นประเด็นของการพัฒนาในท้องถิ่นมากนัก และไม่เห็นความต้องการของพื้นที่สักเท่าไหร่ ทั้งที่สื่อบางสื่อก็พยายามจะจับประเด็นนี้ แต่เหมือนจะไม่ค่อยเป็นข่าว หรือมีเวทีจากหลายฝ่ายในพื้นที่ ก็ไม่ได้มีคนสนใจ
อย่างไรก็ตาม จุดที่ผมคิดว่ามีความน่าสนใจก็คือ แม้ว่าทั้งพรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทยจะพยายามลงพื้นที่ และพูดเรื่องการเมืองและนโยบายระดับชาติในพื้นที่ และอาจจะมีการกล่าวหาว่าเพราะพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจึงได้เปรียบมากกว่าพรรคประชาชน
ผมกลับคิดว่า พรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะคุณทักษิณนั้นยังเหนือกว่าในจินตนาการในการสร้างสร้างยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ในการหาเสียงในรอบนี้ โดยเฉพาะในโค้งสุดท้าย
จากการที่คุณทักษิณนั้นไล่เคาะประตูบ้านใหญ่ เพื่อสร้างความมั่นคงในความนิยมในหมู่ชนชั้นนำในท้องถิ่นกับพรรคอย่างชัดแจ้ง พรรคประชาชนอ้างว่าไม่เล่นแบบนี้แต่ในความเป็นจริงก็จะต้องถูกตรวจสอบ ส่วนพรรคภูมิใจไทยก็รีบชิ่งเรื่องนี้ก่อน (ส่วนความจริงจะเป็นอย่างไรก็ต้องรอพิสูจน์กัน)
มาสู่การสร้างเวทีระดับ “ภูมิภาค” ที่ทำให้คุณทักษิณมีโอกาสได้แสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาในระดับภูมิภาค
และเป็นภูมิภาคที่ไม่ได้แปลว่าสาขาของส่วนกลาง ตามที่ระบบราชการเข้าใจ ตามที่เรามองว่าผู้ว่าราชการจังหวัดและกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพหลัก
แต่เป็นเรื่องของการมองภาพรวมของภูมิภาคที่ใหญ่กว่าจังหวัด อย่างการพูดถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ “อีสาน” อย่างในกรณีการที่คุณทักษิณเพิ่งขึ้นเวทีที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่พรรคเพื่อไทยจะเปิดตัวผู้สมัครนายก อบจ.ที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน
เรื่องนี้ผมมองว่าเป็นสิ่งที่ดี มันทำให้การทำความเข้าใจเรื่องการกระจายอำนาจมีเหตุมีผล และกว้างขวางลึกซึ้งขึ้น เพราะมันจับเอาประเด็นในพื้นที่ที่ใหญ่กว่าจังหวัด และไม่ใช่แค่ระดับชาติทั้งหมด
แม้ว่าสิ่งที่คุณทักษิณพูดในหายเรื่องอาจจะนำไปสู่ข้อถกเถียง หรือการเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยจากหลากหลายฝ่าย แต่มันจะทำให้เห็นว่า เวทีเรื่องของภูมิภาค (regional ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนระดับภูมิภาค-regional planning และการพัฒนาระดับภูมิภาค-regional development) เป็นเรื่องที่ใหญ่ และไม่ค่อยพูดกัน
ในอดีตการพัฒนาอีสานในระดับอีสานเขียว การพัฒนาภาคใต้สมัยพลเอกเปรม และการพัฒนาพื้นที่ฝั่งตะวันออก ก็ทำให้เราเข้าใจว่าระดับของการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาในระดับภูมิภาค เป็นเรื่องสำคัญและหลายครั้งเกิดในช่วงที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยเต็มใบมากนัก
การเปิดประเด็นของคุณทักษิณในอีสาน ผมคิดว่าก็มีผลทำให้พรรคอื่น อย่างพรรคประชาชนสามารถออกมาแข่งขันเป็นทางเลือกในระดับนโยบายอุตสาหกรรม และนโยบายอื่นๆ ได้เช่นกัน ไม่ใช่แค่ลงพื้นที่ดาวกระจายหรือเล่นข่าวเยี่ยมพื้นที่เหมือนกัน หรือสู้กันในแง่ของการโจมตีกันของทั้งสองฝ่าย
อาจเป็นไปได้ว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ทั้งสองพรรคและพรรคอื่นๆ อาจจะแข่งขันกันในระดับของภูมิภาค และทำให้ผู้สมัครของแต่ละพรรค และผู้สมัครอิสระจริง หรืออิสระแบบแฝงเร้น (หลายที่บ้านใหญ่เองก็มีหลายกลุ่มที่ออกมาแข่งกัน แต่พอการเลือกตั้งทั่วไปก็กลับมาช่วยกันอยู่ดี) ได้รวมกลุ่ม และพูดถึงความร่วมมือในระดับจังหวัดได้ด้วย ไม่ใช่มองแต่ว่า อบจ.เป็นแค่เรื่องในจังหวัดของตัวเอง เพราะเอาจริงในหนึ่งจังหวัด อบจ.ก็ไม่ได้มีพื้นที่ของตัวเอง แต่ทับซ้อนกับ อบต.และเทศบาล และยังมีเรื่องของจังหวัดในระดับการบริหารราชการภูมิภาค และเรื่องของหน่วยงานส่วนกลางลงในพื้นที่
จินตนาการในเรื่องท้องถิ่นของผู้คนอาจจะกว้างขวางขึ้น อาจะได้เห็นภาพรวมของจังหวัดตัวเองและจังหวัดโดยรอบ และทิศทางการพัฒนาพื้นที่ในภาพรวมเชื่อมโยงกับระดับชาติ ซึ่งในแง่นี้ผมไม่ได้คิดว่าพรรคเพื่อไทยจะได้เปรียบกว่าพรรคอื่น เพราะรอบที่แล้วในการเมืองระดับชาติ พรรคก้าวไกลเองที่ได้คะแนนมามากที่สุด แต่ก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลมาก่อนเช่นกัน
ไม่แน่ว่าโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง อบจ.จากวันนี้ถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เราจะพบเรื่องการทำความเข้าใจกับท้องถิ่นในระดับภูมิภาคของประชาชนที่ลุ่มลึกขึ้น และทิศทางใหม่ๆ ในข้อถกเถียงในเรื่องนโยบายในระดับภูมิภาคเพิ่มเติมจากข่าวเลือกตั้งรายวันของ อบจ.จากที่เป็นอยู่ครับ

