เรื่อง’ป๋าๆ’ โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

16.03.17 | 15:01 น.

สําหรับหลายๆ คนที่ยังไม่เคยถูกเรียกป๋า ขอเรียนให้ทราบว่า แล้ววันนั้นจะมาถึง จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง

ส่วนเมื่อกลายเป็นป๋าไปแล้ว จะเกิดรายการตบ หรือเขกอวัยวะของอีกฝ่ายหรือไม่อย่างไร ย่อมแล้วแต่พื้นฐานความคิด อารมณ์ ตลอดจนศักยภาพ และความพร้อมที่จะต้องขึ้นไปเคลียร์คดี หรือรับผิดบนโรงพัก

ถึงจุดหนึ่ง แต่ละคนมีสิทธิเป็นป๋า เป็นลุง เป็นป้า เป็นเฮีย เจ๊ และอื่นๆ

บางทีก็เป็น “คุณผู้ชาย-คุณผู้หญิง” หรือ “คุณท่าน” ตามแบบละครทีวี

ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่ก็ตาม แต่ตราบเท่าที่ยังต้องพบปะพูดจากับผู้คน ไปเดินตลาด ซื้อของ เข้าร้านกินอาหาร เป็นวัฒนธรรมในสังคม ที่จะต้องหาสรรพนามมาเรียกอีกฝ่าย

Advertisement

คำที่ใช้เรียกนี้ สะท้อนหลายสิ่งหลายอย่าง อย่างคำว่าป๋าที่เรียกกันตามข่าว จะว่าไปไม่ได้เสียหาย ที่แน่ๆ คือบ่งบอกอาวุโส และสำหรับบางวงการ คำนี้ ให้กลิ่นอายของความกระเป๋าหนักพร้อมจ่ายอีกด้วย

แต่ก็นั่นแหละ จะชอบใจหรือไม่ชอบใจ จะลงตัวหรือบานปลายอย่างไร

มีความซับซ้อนอยู่บ้าง อาจจะอยู่ที่น้ำเสียงคนเรียก หรือคนถูกเรียกมีภาพเชิงลบต่อคำคำนี้

ยังมีกรณีของคนที่วัยยังไม่ป๋า แต่อาจมีพฤติกรรมแบบป๋าๆ หรือชอบทำตัวแบบป๋า ก็กลายเป็นป๋าได้

คล้ายๆ กับพระหนุ่มๆ ที่เรียกตัวเองหรือให้ลูกศิษย์เรียกตัวเองว่า หลวงปู่ เพื่อสร้างความขลังให้ตัวเอง ทั้งที่อายุหรือพรรษายังไม่เท่าไหร่

การที่อยู่มาวันหนึ่ง จากคนหนุ่มคนสาว กลับกลายเป็นป๋า เป็นลุง-ป้า ฯลฯ ยังเป็นสัญญาณเตือนให้มองกว้างต่อไปว่า ยังมีคนอีกหลายๆ รุ่นอยู่ร่วมกันในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ไม่หยุดหย่อน

รวมถึงรุ่น หรือเจเนอเรชั่นที่โตมากับเทคโนโลยี เรียนรู้เร็ว และนับวันยิ่งมีบทบาท เป็นกำลังสำคัญในโลกกำลังเปลี่ยนแปลง

บรรดาผู้อาวุโสไม่ว่ามากหรือน้อย ที่คิดว่าตัวเองออกแรงแบกโลกใบนี้อยู่ และทุ่มเททำงานเพื่อกำหนดทิศทางของบ้านเมือง จะต้องคิดให้หนักๆ มากขึ้น

อาจได้เวลาเหลียวหลัง-แลหน้า หรือลืมหูลืมตาย้อนคิดว่า สิ่งที่ตัวเองคิดว่าเลิศล้ำสุดสุด แล้วสำหรับคนทุกรุ่นนั้น อาจไม่ใช่แล้วก็ได้

การกลายเป็นผู้อาวุโส ไม่ใช่ความผิด แต่จะผิดหากยึดมั่นกับรุ่น กับประสบการณ์ ความคิดของตนเอง แล้วมองข้ามคนรุ่นอื่นๆ ไป

ดังนั้น ระบบที่ “เวิร์ก” มากที่สุด ในการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม จึงต้องเป็นระบบที่เปิดให้ผู้คนทุกรุ่น ทุกกลุ่ม ทุกความคิดได้เข้ามามีส่วนร่วม

ไม่ใช่ระบบที่ปิดกั้น เต็มไปด้วยข้อจำกัด และการคิดแทนกัน

สุดท้าย ความตั้งใจของเจเนอเรชั่นปฏิรูปจะเป็นไปได้หรือไม่ จะตัดสินโดยคนรุ่นต่อๆ ไปนั่นเอง