หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : อคติทางชนชั้น ไม่แบ่งปันความรู้ อะไร? มาจากไหน?

18.03.17 | 11:18 น.

เวียงเหล็ก (วัดพุทไธศวรรย์) ริมแม่น้ำเจ้าพระยา (อยุธยา) อยู่นอกเกาะเมืองด้านทิศใต้ ทำแนวเดียวกับวังโบราณในเกาะเมืองด้านทิศเหนือ ซึ่งน่าสงสัยว่าเหตุใดอยู่แนวเดียวกัน? ต้องการคำอธิบายอีกมาก (ภาพจากหนังสือ วัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากร พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2546)

แบ่งปันความรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่ออันหลากหลายในทางสากล เป็นการศึกษาทางเลือกอย่างสั่งสม (ไม่สั่งสอน) หรือการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย

กิจกรรมอย่างนี้นับเป็นทางเลือกกว้างขวางให้สังคมตาสว่างกับคำอธิบายใหม่ที่ก้าวหน้ากว่าคำอธิบายเก่า แล้วต่างเลือกสรรเองตามต้องการ แถมยังมีผลโน้มน้าวชักจูงจนถึงกระตุ้นให้มีการอ่านเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

ขณะเดียวกันเมื่อสั่งสมจนตกผลึกก็ทำให้มีสำนึกสาธารณะโดยอัตโนมัติ แล้วร่วมมือดูแลรักษาสมบัติวัฒนธรรมทั่วประเทศ

กรมศิลปากรมีปัญหาเรื่องแบ่งปันความรู้ข้อมูลข่าวสาร ตั้งแต่ยุคแรกสถาปนาสืบจนปัจจุบัน อันมีเหตุสำคัญจากอคติทางชนชั้น ทั้งๆ สังคมไม่เหมือนเดิม แต่ราชการไม่ปรับเปลี่ยนทัศนคติ
โดยเหยียดว่าประชาชนพลเมืองเป็นบ่าวไพร่ แต่ข้าราชการเป็นนาย ความรู้ที่มีในหน่วยราชการกรมศิลปากรเป็นสมบัติของนาย ไม่ใช่ของบ่าวไพร่ จึงไม่ให้ความสำคัญงานแบ่งปันความรู้ข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณชน

Advertisement

วิธีคิดแบบราชการรุ่นเก่าที่มีอคติทางชนชั้น แม้คนรุ่นใหม่จบการศึกษาสมัยใหม่ในสถาบันนานาชาติ แต่เมื่อเข้ารับราชการก็ถูกหล่อหลอมจนเก่าคร่ำครึเหมือนรุ่นเก่าๆ

ดังนั้น งานเผยแพร่ คือแจกข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมความเคลื่อนไหวของนายเท่านั้น แต่ไม่แบ่งปันความรู้

ที่จริงทำควบคู่กันไปอย่างละครึ่งก็ได้ (แบ่งปันความรู้ครึ่งหนึ่ง ประชาสัมพันธ์ตัวเองครึ่งหนึ่ง) แต่ไม่ทำ คนเราเสพติดอำนาจแล้วฟังใครไม่ได้ยิน
ขอย้ำอีกว่าแบ่งปันฯ ต้องทำสม่ำเสมอต่อเนื่องเป็นนิรันดร์ ไม่ใช่ทำหนเดียวแล้วเลิก

อะไร? มาจากไหน?

กรุงศรีอยุธยา, กรุงสุโขทัย, คนไทย ฯลฯ มาจากไหน? มาเมื่อไร? มายังไง? มาทำไม? ฯลฯ

คำอธิบายยังคลุมเครือและคร่ำคร่า ด้วยวิธีคิดแบบอาณานิคม ตั้งแต่ราวยุค ร.4, ร.5 ของกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้จากตำราเก่ามากๆ ของนักปราชญ์เก่าๆ ศตวรรษก่อนๆ ซึ่งต่อมาพบหลักฐานใหม่ๆ ไม่เป็นไปตามคำอธิบายนั้น แต่ทางการยังใช้อยู่

ส่วนครูบาอาจารย์ในสถาบันการศึกษาที่มีการเรียนการสอนประวัติศาสตร์โบราณคดี ส่วนมากไม่มีความเคลื่อนไหวในทางก้าวหน้าวิชาการ บางคนยังแถมใช้ข้อมูลเก่าที่วิปริตผิดพลาดคลาดเคลื่อนสอนนักเรียนนักศึกษา

เช่น พ่อขุนรามคำแหงไปเมืองจีน ได้ช่างจีนทำเครื่องสังคโลก ทั้งๆ มีงานวิจัยใหม่ (หลายสิบปีมาแล้ว) พบจากเอกสารจีนว่าพ่อขุนฯ ไม่เคยไปเมืองจีน
อย่างนี้นักศึกษาเลยเป็นเหยื่อความล้าหลังของครูบาอาจารย์เหล่านั้น