รากฐาน ก่อขบถ ความคิด สู่ ‘การปฏิบัติ’ ‘ทหาร’ การเมือง
มีความจำเป็นต้องทำความเข้าใจการพบกันระหว่างตันฮีกับหานซิ่นอย่างเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นสถานการณ์อันละเอียดอ่อน
เป็นความละเอียดอ่อนจากสถานะของ “หานซิ่น”
เป็นความละเอียดอ่อนจากสถานะของ “ตันฮี” ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากราชสำนักจากพระเจ้าฮั่นเต้
เป็นฐานะซึ่งเป็น “แม่ทัพ”
“บัดนี้พระเจ้าฮั่นเต้นับถือเชื่อใจว่าท่านสัตย์ซื่อจึงมอบตราแม่ทัพให้ หัวเมืองทั้งปวงก็เกรงกลัวท่าน ท่านจะต้องการทหารมากน้อยเท่าใดมีหนังสือปิดตราแม่ทัพไปถึงหัวเมืองทั้งปวงก็จะกะเกณฑ์ทหารมาส่งให้ท่าน”
ความแหลมคมอย่างยิ่งของ “ถ้อยคำ” อยู่ที่ “ท่านจงแข็งเมืองขึ้น”
“ถึงมาตรจะมีผู้ฟ้องร้องกล่าวโทษว่าท่านขบถถึงสองครั้งสามครั้ง เห็นพระเจ้าฮั่นเต้จะไม่เชื่อ ก่อนด้วยเคยเชื่อถือท่านมีใจซื่อตรงอยู่ แม้นท่านจะทำการใหญ่ไปภายหน้าขัดข้องประการใดเราจะช่วยคิดให้”
ที่แหลมคมยิ่งกว่าอยู่ตรง ตันฮีได้ฟังดังนั้นก็รับคำหานซิ่นว่า “ข้าพเจ้าจะทำตามท่านสั่งสอน”
พลันที่การศึกกับฮวนอ๋องได้ชัยชนะก็กลายเป็น “ประเด็น”
ครั้นทัพฮวนอ๋องแตกตันฮีก็ยกทัพไปเข้าเมืองไต้จิว ครั้นรุ่งเช้าก็เลี้ยงโต๊ะขุนนางนายทัพนายกองพร้อมกันเท่ากับเป็นการเลี้ยงฉลองชัยชนะ
ความสำคัญอยู่ตรงที่บาง “ถ้อยคำ” ของตันฮีระหว่างเลี้ยง
“อันพระเจ้าฮั่นเต้ทุกวันนี้น้ำพระทัยไม่เหมือนแต่ก่อน ครั้นมีการศึกมาพระเจ้าฮั่นเต้จึงชุบย้อนเชิดชูผู้มีความชอบ แม้นมีความสุขแล้วก็คิดแต่จะหาโทษพาลเอาผิดผู้มีความชอบ
แล้วไม่ชุบเลี้ยงผู้มีความชอบให้สมควร
เหมือนหนึ่งหานซิ่นเมื่อกระทำศึกด้วยฌ้อปาอ๋อง หานซิ่นชนะศึกมีความชอบนับครั้งไม่ถ้วน พระเจ้าฮั่นเต้ก็ลืมความชอบเสียมิได้ตั้งแต่งชุบเลี้ยงกลับถอดหานซิ่นออกจากราชการ
ทุกวันนี้พระเจ้าฮั่นเต้ก็คิดแต่จะหาโทษใส่พานฆ่าหานซิ่นอยู่มิได้ขาด
แล้วเรามีความชอบแต่เพียงนี้เห็นพระเจ้าฮั่นเต้จะหายกความชอบไม่ นานไปจะได้ความผิด
เราคิดจะแข็งเมืองไต้จิวไว้
จึงจะหาผู้มีสติปัญญามาช่วยคิดการใหญ่แล้วเราจะซ่องสุมเสบียงอาหารตั้งเกลี้ยกล่อมผู้คนให้ได้เป็นกำลังมากขึ้นจึงจะยกกำลังเข้าตีเอาเมืองเสียนหยางเห็นจะได้โดยง่าย
อันความคิดแลทหารในเมืองหลวงนั้นเราเกรงอยู่แต่หานซิ่นผู้เดียว
บัดนี้หานซิ่นก็ออกจากราชการ พระเจ้าฮั่นเต้มิได้ใช้สอย นอกจากหานซิ่นแล้วเราหาเกรงสติปัญญาแลฝีมือผู้ใดไม่ แม้นท่านทั้งปวงพร้อมใจกันช่วยเรากระทำการใหญ่ได้สำเร็จแล้วเราจะแบ่งสมบัติแลบ้านส่วยให้ตามสมควร จะได้อยู่เย็นเป็นสุขสืบไป
ท่านทั้งปวงจะยอมช่วยเราทำการใหญ่หรือ หรือไม่พร้อมใจกันประการใด
ยุทธนิยายเรื่อง “ไซ่ฮั่น” (ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก) ประพันธ์โดย “เจินเหว่ย” ฉบับ “กรมพระราช
วังหลัง (ในรัชสมัยรัชกาลที่ 1)” อันจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ศรีปัญญา
บรรยายความหลังคำกล่าวยาวเหยียดของตันฮีว่า
ขุนนางนายทัพนายกองจึงว่า “ข้าพเจ้าทั้งปวงนี้ชีวิตอยู่ในเงื้อมมือท่าน แม้นท่านจะคิดอ่านประการใด ข้าพเจ้าทั้งปวงก็พร้อมใจช่วยท่านกระทำไปกว่าจะสำเร็จ ขอท่านอย่าได้สงสัยข้าพเจ้าทั้งปวงนี้เลย”
ตันฮีได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดีนัก
จึงตั้งตัวขึ้นเป็นไต้อ๋อง ให้มีหนังสือไปเกณฑ์เอาทหารเข้ากองทัพ เที่ยวตีหัวเมืองเล็กน้อยเก็บริบเอาทรัพย์สินสิ่งของทองเงิน เครื่องศัสตราวุธเสบียงอาหาร แล้วกวาดครอบครัวมาไว้เป็นอันมาก
ตันฮีซ่องสุมทแกล้วทหารได้ไว้ถึง 20 หมื่นเศษ
นั่นเป็นการเคลื่อนไหวในด้านของตันฮี แต่ในอีกด้านหนึ่งต้องยอมรับว่านี่เป็นการเคลื่อนไหวที่อึกทึก
ไม่ว่าจะเป็นการซ่องสุมกำลัง ไม่ว่าจะเป็นการบุกตีหัวเมือง
แม้จะเสมอเป็นเพียงหัวเมือง “เล็กน้อย” อยู่โดยรอบเมืองไต้จิว กระนั้น การเก็บริบทรัพย์สิน สิ่งของทองเงิน เครื่องศัสตราวุธ เสบียงอาหาร กวาดต้อนครอบครัวแล้วสะสมกำลังถึง 20 หมื่นเศษ
มิได้เป็นเรื่องอยู่ในวงอันคับแคบ จึงยากยิ่งจะเป็นความลับ
ฝ่ายเจ้าเมืองไซงุยแจ้งความว่า ตันฮีคิดขบถต่อพระเจ้าฮั่นเต้ เที่ยวตีบ้านเล็กเมืองน้อย ซ่องสุมทแกล้วทหารไว้เป็นอันมาก
ก็ตกใจ
จึงแต่งหนังสือบอกข้อความให้ม้าใช้รีบเร่งไป ครั้นถึงเมืองหลวงม้าใช้จึงเข้าไปหาขุนนางพนักงาน
ขุนนางพนักงานก็นำหนังสือบอกไซงุยขึ้นกราบทูลพระเจ้าฮั่นเต้
พระเจ้าฮั่นเต้แจ้งว่า ตันฮีที่ให้ไปกำจัดฮวนอ๋องคิดขบถดังนั้น ก็ตกใจ จึงปรึกษาเซียวเหอ ตันแผงว่า
“ตันฮีคนนี้เราก็ชุบเลี้ยงถึงขนาด ตันฮีกับเราเล่าจะได้ขัดข้องหมองใจกันสิ่งใด หามิได้ ซึ่งตันฮีคิดขบถต่อเราท่านจะเห็นประการใด”
เซียวเหอจึงทูลพระเจ้าฮั่นเต้ว่า
“ตันฮีคนนี้มีสติปัญญาแลฝีมือกล้าแข็ง มีใจกำเริบอยู่เป็นนิจ ครั้นมีใจชนะแก่ฮวนอ๋องได้บังคับทหารมากขึ้น จึงคิดการใหญ่ถึงเพียงนี้ ซึ่งจะไปจับตัวตันฮีครั้งนี้ข้าพเจ้าเห็นแต่หยินโป้ แพอวด สองคนมีฝีมือกล้าแข็งจึงจะต่อสู้จับตันฮีได้”
พระเจ้าฮั่นเต้เห็นชอบ จึงให้มีหนังสือรับสั่งไปถึงหยินโป้ แพอวด ให้ยกกองทัพ ไปตีตันฮี
ความน่าสนใจของ “สถานการณ์” และ “การเคลื่อนไหว” นี้อยู่ตรงไหน
มิได้อยู่ที่ 1 การขยายผลอย่างรวดเร็วจากชัยชนะเมื่อจัดการกับฮวนอ๋องได้อย่างงดงาม มิได้อยู่ที่ 1 เป็นการจัดการตามคำชี้แนะจากบทเรียนและความจัดเจนของหานซิ่น
หากแต่อยู่ที่ “ปฏิกิริยา” ทางการเมือง ทางการทหาร
เห็นได้จากการแก้เกมอย่างฉับพลันทันใดของราชสำนัก ของพระเจ้าฮั่นเต้จากการเสนอแนะของ 2 คนสำคัญ
เป็น “เซียวเหอ” เป็น “ตันแผง”
“ตันฮีคนนี้มีสติปัญญาแลฝีมือกล้าแข็ง มีใจกำเริบอยู่เป็นนิจ ครั้นมีชัยชนะแก่ฮวนอ๋องได้บังคับทหารมากขึ้นจึงคิดการใหญ่ถึงเพียงนี้ ข้าพเจ้าเห็นแต่หยินโป้ แพอวด สองคนมีฝีมือกล้าแข็งจึงจะต่อสู้จับตันฮีได้”
ล้วนเป็น “ขุนพล” ในยุคเดียวกันที่เคยมีบทบาทในการต่อกรและโค่น “ฌ้อปาอ๋อง” เคียงบ่าเคียงไหล่กันมา
สายตาจึงมองไปยัง “หานซิ่น” โดยอัตโนมัติ
ประเด็นอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างตันฮีกับหานซิ่นดำรงอยู่อย่างธรรมดาหรือดำเนินไปอย่างมีลักษณะพิเศษ
เป็นงานทางด้าน “การข่าว”
ที่แหลมคมยิ่งกว่านั้นก็คือ หานซิ่นประเมินบทบาทของตันฮีอย่างไร ประเมินบทบาทของหยินโป้ แพอวดอย่างไร
บทบาทของหานซิ่นจึงมีความสำคัญ
เป็นความสำคัญไม่เพียงทางด้าน “การทหาร” หากแต่มีความสำคัญอย่างเป็นพิเศษทางด้าน “การเมือง”
ชี้ทิศทางใน “อนาคต” ของ “หานซิ่น”

