หน้าแรก คอลัมนิสต์ กฤช เหลือลมัย...

กฤช เหลือลมัย : น้ำพริกมะเขือเทศ รสเด็ดจากห้วยหินดำ

25.01.25 | 14:05 น.

น้ำพริกมะเขือเทศ – แม้ผมจะเพิ่งเคยไปบ้านห้วยหินดำ ตำบลวังยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี แค่ไม่กี่ครั้ง แต่ทุกครั้งก็ได้ฝากท้องกินกับข้าวอร่อยๆ ฝีมือพี่มึ๊งจะ-คุณลัดดาวัลย์ ปัญญา พี่สาวชาวกะเหรี่ยงโพล่วงหลายมื้อติดๆ กัน แถมยังได้รับน้ำใจเป็นพริกกะเหรี่ยงสดบ้างดอกห่อคุ่ย งาขี้ม้อนบ้าง ติดไม้ติดมือกลับบ้านเสมอ

สำหรับคนชอบทำอาหารอยู่บ้าง วัตถุดิบอินทรีย์ดีๆ แบบนี้ ทำให้เราแทบจะเนรมิตกับข้าวรสชาติดีๆ ได้ ชนิดที่ว่าเกินกว่าฝีมือปกติของเราเอาเลยล่ะครับ

ผมควรต้องเล่าสั้นๆ ด้วยว่า พี่มึ๊งจะอุทิศตนทำงานรณรงค์ต่อสู้เป็นตัวแทนชาวบ้านห้วยหินดำมาอย่างยาวนาน ในการเรียกร้องสิทธิที่ดินซึ่งทำกินกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ แต่มามีข้อขัดแย้งจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติพุเตยของทางราชการ งานของพี่มึ๊งจะนั้นไม่ใช่แค่ไปประชุม เสนอความเห็น ทำงานทางความคิด กระทั่งเข้าร่วมปักหลักชุมนุมประท้วง แต่รวมถึงการแสดงให้เห็นธรรมชาติของคนกะเหรี่ยงบ้านห้วยหินดำ ด้วยวิถีชีวิตปกติสามัญของเธอเอง

ดังนั้น นอกจากฟังเรื่องการต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชนจากผู้หญิงกะเหรี่ยงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ผมก็ยังได้กินต้มไก่ลูกมะกอกป่า แกงส้มมะเขือเทศ ข้าวเหลืองเกี่ยวใหม่หุงสุกนุ่มนวล ฯลฯ และที่เพิ่งกินมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ก็คือ “น้ำพริกมะเขือเทศ” ผมได้ความคิดหลายอย่างจากน้ำพริกถ้วยนี้ เลยขอเอามาชวนทำกินสักครกหนึ่งครับ

เครื่องตำของน้ำพริกครกนี้มีแค่หอมแดง กระเทียม สองอย่างนี้ใช้ไม่มากเลยครับ ที่ใช้มากคือพริกกะเหรี่ยงสดสีเขียวสีแดงมะเขือเทศลูกเล็กรสเปรี้ยวสดชื่น กากหมู น้ำปลา แล้วก็น้ำมันสำหรับผัด

Advertisement

ผมเห็นพี่มึ๊งจะเริ่มคั่วหอมแดง กระเทียม พริกกะเหรี่ยงสดในหม้ออะลูมิเนียมใบเล็กบนเตาไฟจนเกรียมไหม้ เอาใส่ครกตำละเอียด แล้วใส่กากหมูตำให้แหลกเข้ากัน กลิ่นพริกกะเหรี่ยงสดคั่วจะหอมฉุนเกรี้ยวกราดรุนแรงมาก ส่วนมะเขือเทศนั้นเอาคั่วในหม้อใบเดิมจนผิวไหม้ดำ เนื้อในสุกนุ่ม ใส่ลงตำขยอกๆ รวมกับของที่ตำไว้แล้วจนเป็นเนื้อเดียวกัน

ขั้นตอนต่อไปคือผัด เอากระทะน้ำมันตั้งไฟ ตักเนื้อน้ำพริกในครกลงผัดด้วยไฟค่อนข้างแรง ผัดไปจนน้ำแฉะๆ ที่ออกมาจากส่วนผสมทั้งหมดในครกเริ่มงวดแห้ง กลิ่นสุกน้ำมันลอยอบอวล เติมน้ำปลาให้ออกเค็มตามต้องการ ตักใส่ถ้วย คลุกเคล้าและโรยด้วยต้นหอมซอย

การมีมะเขือเทศลูกเล็ก หรือบางแห่งเรียกมะเขือส้มเป็นรสเปรี้ยวหลัก มีพริก หอม กระเทียม ตลอดจนวิธีผัดค่อนข้างนานในกระทะน้ำมัน ชวนให้นึกถึงน้ำพริกอ่องของคนล้านนา แต่คนกะเหรี่ยงห้วยหินดำตำรสเผ็ดจัดมาก กลิ่นพริกสดที่หอมฉุนรุนแรงอย่างพริกกะเหรี่ยงก็เป็นคนละแบบกับพริกแห้งเม็ดใหญ่ อีกทั้งการเอาส่วนผสมไปคั่วไฟจนกรอบเกรียมก่อน ยังเป็นการสร้างกลิ่นหอมอีกแบบหนึ่งที่ต่างออกไป เรียกว่าวัตถุดิบแม้คล้ายคลึงกัน ทว่าวิธีการปรุงต่างวัฒนธรรมก็ให้ผลผิดแผกกันออกไป

อย่างไรก็ดี ใครไม่มีพริกกะเหรี่ยงสด ใช้พริกขี้หนูสวนแทนก็ได้นะครับ มันไม่เหมือนกันเป๊ะๆ หรอก แต่ก็ค่อนข้างใกล้เคียงมากแล้ว

ที่ผมบอกตอนต้นว่าผมได้ความคิดหลายอย่างจากน้ำพริกถ้วยนี้ นอกจากประสิทธิผลของวัตถุดิบชั้นเลิศ ก็คือวิธีใช้ไฟแรงอย่างตรงไปตรงมา ทั้งตอนคั่วและตอนผัดเครื่องตำ ความร้อนสูงๆ มันเรียกกลิ่นเรียกรสได้รุนแรงดีจริงๆ ครับ

มื้อนั้นเรากินน้ำพริกมะเขือเทศถ้วยนี้กับไข่เจียว สะเดาลวก แตงกวา ถั่วมะแฮะ และมะเขือลูกโตสดกรอบเนื้อหนาที่พี่มึ๊งจะปลูกและเก็บเกี่ยวมาใหม่ๆ ความสดหวานของพืชผักจากไร่บนที่สูงที่ผมได้กิน เป็นคำตอบของคำถามง่ายๆ ที่ว่า ทำไมคนกะเหรี่ยงจึงต้องต่อสู้เพื่อยืนยันสิทธิการทำกินบนผืนดินของตน

เพราะไม่ว่าบ้านเรือน ยารักษาโรค และอาหารการกิน อันเป็นพื้นฐานที่มั่นคงของชีวิตและวัฒนธรรมชุมชนใดๆ ก็ตาม ล้วนต้องหยั่งรากและงอกงามบนผืนดินที่ยั่งยืนก่อนเป็นปฐม