ภาพเก่าเล่าตำนาน : อาชญากรรมไซเบอร์ในจีน..ก็ไม่น้อย
ข้อมูลสำคัญในอดีตที่หนักหนาสาหัส คือ ระหว่างโควิด-19 ระบาดใหญ่ไปทั่วโลก สังคมโลกรุม “ชี้นิ้ว” ไปที่ห้องแล็บเมืองอู่ฮั่น ในประเทศจีน ว่าเจ้าเชื้อโควิดที่ล้างผลาญชีวิตชาวโลก ถูกปล่อย หรือหลุดออกมาจากเมืองนี้
ชาวโลกที่ไม่เคยได้รู้ ไม่เคยได้ยินมาก่อน…คล้อยตามข่าว เป็นสงครามข่าวสารที่หนักหน่วง
รัฐบาลจีนออกนโยบายควบคุมโควิด-19 เข้มงวด ห้ามประชาชนในบางเมือง เดินทางไป-มา มีการลงโทษแบบเฉียบขาด
ประชาชนจีน รู้สึกว่าถูกติดตามและไร้พลัง ชีวิตของพวกเขาถูกจำกัดลงจนกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยว ไร้ทางออก สุขภาพจิตเสื่อมถอยลง
ชาวจีนนับล้านเครียดหนัก รวมไปถึงปัญหาเศรษฐกิจที่กระหน่ำซ้ำลงไปอีก และเมื่อนโยบายดังกล่าวถูกยกเลิก บาดแผลทางจิตใจก็ยังค้างคา เป็นวิกฤตของสังคมในจีน ในขณะที่ทั่วโลกก็ป่วนปั่นจากการคิดค้นหายารักษา มีการกล่าวหากันไป-มา โลกแทบจะหยุดหมุน
ความเครียดของชาวจีน เป็นมูลเหตุก่อเกิดอาชญากรรมในจีน
ปลายปี 2567 มีเหตุการณ์ที่น่าตกตะลึง 2 ครั้ง กลายเป็นข่าวพาดหัวทั่วโลก โดยมีผู้เสียชีวิต 35 ราย จากคนขับรถพุ่งชนฝูงชนในเมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง และอีก 8 ราย จากเหตุใช้มีดทำร้ายคนใน เมืองยี่ซิง มณฑลเจียงซู
การสอบสวนในภายหลังพบว่า ผู้ก่อเหตุมีปัญหาทางจิตจากความเครียด
ปธน.สี จิ้นผิง ของจีน เรียกร้องให้มีการป้องกัน ต้องเข้มงวดยิ่งขึ้น ต้องแก้ไขข้อขัดแย้งอย่างทันท่วงที และใช้มาตรการที่เข้มงวด
หวัง เสี่ยวหง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนา “ประสบการณ์เฟิงเกียว” ระดมการตรวจสอบทางสังคม
ช่วงโควิด การทำมาหากินของชาวจีน เริ่มเปลี่ยนไป เทคโนโลยีทันสมัยเป็นช่องทางทำมาหาเลี้ยงชีพโดยไม่ต้องออกเดินทางไปไหน
อาชญากรรมทางไซเบอร์ ก่อตัวขึ้น เติบโต ขยายตัว สร้างความเสียหาย คุกคามชีวิตของผู้คนแบบตายผ่อนส่ง
ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้มอบนโยบายกับผู้บริหารด้านเทคโนโลยี อัยการสูงสุด ประกาศชัดเจนว่ารัฐบาลจีนจะต่อสู้กับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการหมิ่นประมาทอย่างเด็ดขาด ท่ามกลางเศรษฐกิจภายในประเทศที่ซบเซา
เมื่อทางการจีนใช้กำปั้นเหล็ก เข้าปราบปรามอาชญากรทั้งหลายในประเทศ จึงก่อเกิดการ ย้ายถิ่นฐาน “นายทุนจีน” ไปร่วมมือกับ “ขาใหญ่” ในเมืองของประเทศต่างๆ …
อาชญากรรมทางไซเบอร์จึงแพร่กระจาย ไหลบ่าลงมาทางใต้ เหมือนเขื่อนแตก เข้าสู่ทางตอนเหนือของ พม่า ลาว กัมพูชา รวมถึงไทยและอีกหลายพื้นที่
ตำรวจของจีน เริ่มเดินทางเข้าไปทำงานในพื้นที่ต่างๆ โดยความร่วมมือจากเจ้าของประเทศ ด้วยมีฐานข่าวว่า ใครเป็นใคร มีฤทธิ์เดช แค่ไหนอย่างไร รวมไปถึงธุรกิจยาเสพติด ค้ามนุษย์
การทำงานของตำรวจประเทศต่างๆ มีช่องทางติดต่อกัน มีเครือข่ายในการทำงานแบบ “ความสัมพันธ์ส่วนตัว” มานานแล้ว เป็นการทำงานที่ไม่ปรากฏเป็นข่าว ไม่ต้องใช้หนังสือนำ นี่คือการทำงานที่ได้ผลที่สุด
ย้อนไป ธันวาคม 2567 เจ้าหน้าที่ปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ข้ามพรมแดนของจีนได้ตั้งข้อกล่าวหา พลเมืองพม่า 16 ราย ด้วยความผิดต่างๆ รวมทั้งฆาตกรรมและฉ้อโกงทางโทรคมนาคม
แก๊งอาชญากรกลุ่มนี้ ถูกกล่าวหาว่าล่อลวงผู้คนหลายแสนคนให้ข้ามชายแดนไปในพม่า ชักชวน แกมบังคับให้คนกลุ่มนี้เข้าร่วมการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมในพื้นที่ที่เรียกว่า สามเหลี่ยมทองคำ
เจ้าหน้าที่พม่าได้ส่งมอบตัวผู้ต้องสงสัยในคดีฉ้อโกงโทรคมนาคมมากกว่า 31,000 ราย ให้แก่จีน นับตั้งแต่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจากทั้ง 2 ประเทศเริ่มโจมตีกลุ่มอาชญากรข้ามพรมแดน
สำนักข่าวซินหัวของรัฐรายงานว่า กลุ่มอาชญากรทำเงินได้หลายล้านเหรียญสหรัฐต่อวันจากการฉ้อโกงเหล่านี้
ขอย้ำว่า….การเดินทางเข้ามาในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านกับจีน เพื่อร่วมมือทำงาน ปราบปราม มีมานานแล้ว ต่อเนื่อง
ปี 2567 สถานีโทรทัศน์แห่งรัฐของจีน CCTV รายงานว่า ทางการเชื่อว่ามีประชาชนมากถึง 100,000 คน ในเมืองเมียวดีซึ่งอยู่บริเวณชายแดนระหว่างเมียนมาและไทย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม
ขอกล่าวถึงข้อมูลการจับกุม คุมขังในเมืองจีนครับ…
ปี พ.ศ.2556 คาดว่ามีผู้ถูกคุมขังในจีนประมาณ 1.7 ล้านคน จำนวนนักโทษจีนอยู่อันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
ในบรรดาประเทศในเอเชียอื่นๆ จีนมีจำนวนนักโทษมากที่สุดในเรือนจำ โดยมากกว่าอินเดียซึ่งเป็นประเทศรองลงมาเกือบ 4 เท่า อย่างไรก็ตาม จำนวนนักโทษจำนวนมากอาจสัมพันธ์กับฐานประชากรจำนวนมหาศาลของจีนด้วย จีนมีประชากรประมาณ 1.4 พันล้านคน ถือเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก
ปี 2556 โจรกรรมและฉ้อโกง ถือเป็นอาชญากรรมที่พบมากที่สุดในประเทศจีน อาชญากรรมทั้ง 2 ประเภทนี้คิดเป็นประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ของเหตุการณ์อาชญากรรมทั้งหมด
การโจรกรรม ลดลงมากที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะตำรวจจีนใช้เทคโนโลยีสำหรับการปกป้องทรัพย์สินและการเฝ้าระวัง จีนค้นคิด พัฒนาปรับปรุงเทคโนโลยีอย่างมีนัยสำคัญ
จำนวนการฆาตกรรมค่อนข้างต่ำที่ 5,443 คดี ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 0.39 คดีต่อประชากร 100,000 คน
ข่าว คลิป ภาพ การจับกุม ลงโทษ อาชญากรที่เกิดขึ้นในจีน เป็นข้อมูลที่น่าสะพรึง ซึ่งก็เป็นกฎหมายของจีนเอง มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อื้ออึงเสมอมา แต่จีนมุ่งมั่น ต้องการแก้ปัญหาอาชญากรรมในประเทศแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ข่าวที่ปรากฏ…ผู้บริหารระดับสูง นายทหาร ที่ถูกตรวจพบล้วนแล้วแต่ต้องรับโทษแบบเฉียบขาด ปลายปี 2567 พล.ร.อ.ต่ง จวิน รัฐมนตรีกลาโหมของจีนถูกทางการจีนสอบสวน ตามมาตรการกวาดล้างการทุจริตครั้งใหญ่ที่สะเทือนถึงนายทหารระดับสูงในกองทัพจีน
จำนวนอาชญากรรมทั้งหมดในจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากประมาณ 2.2 ล้านเหตุการณ์ ในปี 2542 เป็นเกือบ 7.2 ล้านเหตุการณ์ ในปี 2558 จำนวนอาชญากรรมที่บันทึกไว้เริ่มลดลง ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากเทคโนโลยีการป้องกันและการเฝ้าระวังใหม่ เมื่อพิจารณาจากขนาดประชากร 1.4 พันล้านคนในจีน จำนวนอาชญากรรมที่เกิดขึ้นไม่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
ลองมาดูปัญหาเรื่องยาเสพติดที่จีนเฉียบขาด
กลางปี 2567 มีรายงานสถานการณ์ยาเสพติดจากสำนักงานคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดแห่งชาติจีน บ่งชี้ว่า จำนวนผู้ใช้ยาเสพติดในจีนรวมอยู่ที่ 8.96 แสนราย เมื่อนับถึงสิ้นปี 2566 ซึ่งลดลง 20.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี
ทางการจีน ลดจำนวนผู้ใช้ยาเสพติดสำเร็จเป็นเวลา 3 ปี อยู่ที่ 4.078 ล้านคน เมื่อนับถึงสิ้นปี 2566 ซึ่งเพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี และจีนสะสางคดีอาชญากรรมเกี่ยวกับยาเสพติดในปี 2566 รวม 42,000 คดี จับกุมผู้ต้องสงสัย 65,000 ราย และยึดยาเสพติดประเภทต่างๆ ได้จำนวน 25.9 ตัน
ขณะเดียวกันจีนยึดสารเคมีตั้งต้นที่ใช้ผลิตยาเสพติดทั่วประเทศในปี 2566 รวม 938.5 ตัน เพิ่มขึ้น 42.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี
ทางการจีนทำงานได้ผล
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เริ่มต้นปี 2567 จีนได้เสริมสร้างการควบคุมแหล่งที่มาของสารเคมีตั้งต้นที่ใช้ผลิตยาเสพติด ปรับเปลี่ยนรายการสารเคมีควบคุมที่ส่งออกสู่ประเทศและภูมิภาคบางส่วน และเพิ่มรายการสารเคมีควบคุมใหม่ 24 ชนิด
หัวหน้าสำนักควบคุมยาเสพติดของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะกล่าวว่า สถานการณ์ยาเสพติดโดยรวมในจีนยังอยู่ภายใต้การจัดการที่ควบคุมได้ โดยหน่วยงานควบคุมยาเสพติดจะเดินหน้ายกระดับระบบควบคุมยาเสพติด และมีส่วนร่วมในความร่วมมือควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศอย่างแข็งขัน
แถมเป็นข้อมูลจากแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนลปี 2566
จีน….ยังคงเป็นประเทศที่มีการประหารชีวิตมากที่สุดในโลก แต่ตัวเลขที่แท้จริงยังไม่เป็นที่แน่ชัด เนื่องจากทางการจีนถือว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความลับทางราชการ ตัวเลขการประหารชีวิตทั่วโลกที่บันทึกโดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังไม่นับรวมการประหารชีวิตอีกหลายพันครั้งที่เชื่อว่าเกิดขึ้นในประเทศจีน รวมทั้งในเวียดนามและเกาหลีเหนือ ซึ่งแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เชื่อว่ามีการใช้โทษประหารชีวิตอย่างกว้างขวาง
การประหารชีวิตส่วนใหญ่เกิดขึ้นในจีน (มากกว่า 1,000 ครั้ง) อิหร่าน (อย่างน้อย 576 ครั้ง) ซาอุดีอาระเบีย (196 ครั้ง) อียิปต์ (24 ครั้ง) และสหรัฐ (18 ครั้ง)
การประหารชีวิต 196 ครั้ง ที่บันทึกข้อมูลได้ในซาอุดีอาระเบีย นับเป็นจำนวนสูงสุดในรอบ 30 ปีของประเทศนี้
แถมท้ายอีกครั้งครับ…
21 ก.พ.68 สำนักข่าวซินหัว และซีซีทีวี รายงานว่า ศาลประชาชนกลางเมืองเวินโจว มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน ได้ดำเนินการพิจารณาคดีความกับจำเลยทั้งหมด 23 ราย ซึ่งเป็นสมาชิกหลักของกลุ่มฉ้อโกงทางโทรคมนาคมขนาดใหญ่หลายกลุ่มในภาคเหนือของพม่า โดยมีการพิจารณาหลายข้อหา รวมถึงอาชญากรรม
คำฟ้องร้องระบุว่า อาชญากรรมการพนันและการฉ้อโกงเกี่ยวพันกับเงินทุนมากกว่า 1 หมื่นล้านหยวน (ราว 5 หมื่นล้านบาท) และส่งผลให้พลเมืองจีนเสียชีวิต 14 ราย และบาดเจ็บ 6 ราย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ต.ค.2556…
จำเลย 4 คน เป็นพี่น้องตระกูลหมิง การลงโทษ..เป็นไปตามกฎหมายจีน…

