แนวรบ คลองหลวง ไม่จบ ไม่มีบทสรุป ‘ธัมมชโย’ ลอยนวล

เหมือนกับกรณี “ธรรมกาย” จะจบตั้งแต่ตอนค่ำของวันที่ 10 มีนาคมแล้ว ดีเอสไอก็คิดอย่างนี้ วัดพระธรรมกายก็คิดอย่างนี้

แต่ถามว่า “จบ” จริงหรือ

ยิ่งเกิดกรณีการตรวจค้นและจับอาวุธสงครามได้จากเครือข่ายของ “โกตี๋” ที่เคยคิดว่าจะจบกลับยิ่งขยาย บานปลายออกไป

เป้าหมาย 1 อาจอยู่ที่ “ลอบสังหาร”

ขณะเดียวกัน เป้าหมาย 1 คือ ข้อสงสัยที่ว่าอาวุธที่พบอาจใช้เป็นอุปกรณ์สำคัญในการก่อกวนและสร้างสถานการณ์

ตรงนี้เสริมให้เห็นทฤษฎี “มือที่ 3”

อย่าลืมเป็นอันขาดว่าทางเจ้าหน้าที่รัฐเน้นอย่างต่อเนื่องในเรื่องการประกาศเขต “พื้นที่ควบคุม” ประสานกับการจัดตั้งจุดสกัด จุดตรวจ เพื่อป้องกันมิให้ “มือที่ 3” แทรกซึมเข้ามา

การจับกุมอาวุธสงครามจากเครือข่าย “โกตี๋” จึงคล้ายเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับทฤษฎี “มือที่ 3” ที่กำหนดขึ้นตั้งแต่ก่อนวันที่ 15 กุมภาพันธ์

แต่ “ดาบ” นี้ก็ดำเนินไปในแบบ “หลายคม”

 

คม 1 เป็นการสร้างความน่าเชื่อให้กับทุกมาตรการซึ่งออกตามอำนาจของ “มาตรา 44” ยืนยันว่ากองอำนวยการร่วมที่ บก.ตชด.ภาค 1 วินิจฉัยได้คมชัด ถูกต้อง

การจับกุมและตรวจค้น 9 จุดในวันที่ 18 มีนาคมเท่ากับเป็นประจักษ์พยานแห่งการพิสูจน์ทราบในทางเป็นจริง

ขณะเดียวกัน อาจสร้างความชอบธรรมในการขอตัว “ผู้ร้ายข้ามแดน”

เห็นได้จากการเคลื่อนไหวของสำนักงานอัยการสูงสุดทำเรื่องเพื่อเสนอผ่านกระทรวงการต่างประเทศไปยังรัฐบาลลาวขอตัว นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ ยืนยันว่ามิได้เป็นเรื่องในทางการเมือง หากเป็นเรื่องในทางอาชญากรรมทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลอบสังหารบุคคลสำคัญ

เป็นการโยงตัวเข้ามาให้พันๆ อยู่กับกรณี “ธรรมกาย”

แต่ถามว่าบทบาทและพฤติกรรมของ “โกตี๋” จะสามารถลากดึงเอาวัดพระธรรมกายตกลงไปในปลักแห่งการเป็น “ผู้ร้าย” ด้วยหรือไม่

นี่คือ ผลอันปรากฏผ่าน “คมที่ 3”

 

อย่าลืมว่าบริเวณโดยรอบของวัดพระธรรมกายมีด่านและจุดสกัดตั้งแต่ปฏิบัติการตาม “หมายจับ” เมื่อเดือนธันวาคม 2559 แล้ว

อาจกล่าวได้ว่ายากเป็นอย่างยิ่งที่จะเล็ดลอดเข้าไปได้

จากจำนวนกว่า 300 คดีที่ดำเนินไปในลักษณะสะสมมีการจับกุมรถตู้จาก “นอก” พื้นที่เป็นจำนวนมากและสัมพันธ์กับกฎหมายจราจร

เท่ากับยืนยัน “ประสิทธิภาพ” ในการ “ตรวจจับ”

ยิ่งเมื่อมีการประกาศและบังคับใช้คำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 5/2560 ตามอำนาจแห่ง “มาตรา 44” ยิ่งทำให้พื้นที่โดยรอบวัดพระธรรมกายกลายเป็นพื้นที่อันมีลักษณะเฉพาะเรียกว่า “เขตควบคุมพิเศษ”

แม้กระทั่งบุคคลอันอยู่ในข่าย “ต้องสงสัย” ยังถูกจับกุมและสั่งมิให้เข้ามาโดยเฉพาะที่ตลาดกลางคลองหลวง

แล้ว “อาวุธสงคราม” จะหลุดรอดเข้าไปได้อย่างไร กลายเป็นว่า “มาตรา 44” นั้นเองที่มีส่วนอย่างสำคัญในการฟอกขาวให้กับวัดพระธรรมกาย ไม่ว่าภายในวัด หรือบริเวณโดยรอบ

ข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น “โกตี๋” อาจถูก “จัดหนัก”

แต่กล่าวสำหรับ “วัดพระธรรมกาย” กลับบริสุทธิ์ ผุดผ่อง

 

กระนั้น สถานการณ์จากตอนค่ำของวันที่ 10 มีนาคม ตราบกระทั่ง ณ วันนี้ กรณี “ธรรมกาย” ก็ไม่จบ

ยังไม่มีใครพบ พระไชยบูลย์ สุทธิผล

การกดดันในเรื่อง “สึก” จากความเป็นพระก็ยังอยู่ที่มหาเถรสมาคม การกดดันในเรื่องการแต่งตั้งเจ้าอาวาสคนใหม่ก็ยังอยู่ที่เจ้าคณะจังหวัด

“ดีเอสไอ” ยังต้องทำงานหนักต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon