ได้ดูเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งจากรายการทีวีช่อง National Geographic ระหว่างที่ดูได้อารมณ์ ความรู้สึก และความคิดที่หลากหลาย ได้สติและปัญญา มีความรู้สึกอยากจะเผยแพร่เรื่องราวการต่อสู้ชีวิตของเธอผู้แกร่งกล้าคนนี้
ผู้หญิงคนนี้เธอมีชื่อว่า Lizzie Velasques เป็นคนอเมริกัน เกิดที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส เธอเกิดมาก่อนกำหนดพร้อมกับความผิดปกติซึ่งวงการแพทย์ก็ยังวินิจฉัยไม่ได้ว่ามาจากอะไร คือเธอไม่สามารถเพิ่มน้ำหนัก (ไขมัน) ให้ตัวเองได้ รูปร่างของเธอจึงผอมบางมีแต่หนังหุ้มกระดูก เหมือนมนุษย์ต่างดาว หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว จนตัวเธอเองพูดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่น่าเกลียดที่สุดในโลก
ความทุกข์ทรมานทางกายจากโรคประหลาดที่ยังไม่ทราบสาเหตุ ความเจ็บป่วยทางกายที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดจนนับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบันอายุ 25 ปี และความเจ็บปวดทางใจตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา จากการถูกเพื่อนๆ ที่โรงเรียนล้อเลียน กลั่นแกล้ง ไม่มีเพื่อนเล่น มีแต่คนรังเกียจไม่มีใครอยากคบ เธอต้องคอยหลบซ่อนตัวจากคนอื่นๆ เพราะไม่อยากเห็นสายตาท่าทาง การซุบซิบ และไม่อยากตอบคำถามเกี่ยวกับความผิดปกติของเธอกับคนรอบข้าง
ผู้ที่อยู่เคียงข้าง และเป็นกำลังใจให้เธอตลอดมาก็คือ คุณพ่อคุณแม่ของเธอเอง
เธอพูดกับตัวเองบ่อยๆ ว่าเธอจะยังตายไม่ได้ เธอรวบรวมความกล้า ส่งรูปตัวเองพร้อมคำบรรยายที่ระบุว่าเธอคือ “ผู้หญิงที่น่าเกลียดที่สุดในโลก” ลงในสื่อออนไลน์ ปรากฏว่ามีคนเข้าดูเกือบ 5 ล้านครั้งในเวลาไม่นาน
เธอเป็นที่รู้จักในสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็ว มีสื่อและทีวีหลายช่องขอสัมภาษณ์ เชิญไปออกรายการ รวมทั้งได้รับเชิญให้ไปพูดในรายการ TED Talks ที่โด่งดัง ซึ่งเธอก็ต้องรวบรวมความกล้าที่จะออกไปปรากฏตัวตามที่สาธารณะ และสื่อต่างๆ
ปัจจุบันเธอต่อสู้เพื่อเด็กและบุคคลที่ถูกล้อเลียน และกลั่นแกล้งอันเนื่องมาจากความผิดปกติทางร่างกาย และด้อยโอกาสทางสังคม เธอยังทำหน้าที่เป็นนักพูด เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ฟังที่หลากหลาย โดยเฉพาะเด็กนักเรียน
เธอเป็นที่รู้จัก และมีชื่อเสียงแบบสำเร็จรูป ทันทีที่เธอใช้ความกล้าที่เกิดจากภายในจิตใจของตนเอง ผนวกกับการหนุนเสริม และการให้กำลังใจจากพ่อแม่ ก้าวข้ามความผิดปกติและความอัปลักษณ์ภายนอกทางกาย เธอกลายเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจที่ใครๆ ก็อยากฟัง ปัจจุบันเธอได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า Dare to Be Kind อาจแปลเป็นไทยได้ว่า “กล้าที่จะการุญ”
สาระสำคัญในการพูดสร้างแรงบันดาลใจของเธอคือ การรวบรวมความกล้า ซึ่งเป็นมิติภายในจิตใจของตนเอง กล้ายอมรับและกล้าเผชิญความจริง นำสิ่งที่คิดว่าเป็นด้านมืด ด้านลบ ด้านด้อย (Negativity) ให้แปรเปลี่ยนเป็นด้านสว่าง ด้านบวก ด้านเด่น (Positivity) กล้าที่จะก้าวออกจากความกลัวและกับดักความคิดเดิมๆ รูปลักษณ์ภายนอกต่างก็แตกต่างกันออกไป หากแต่ละคนก็มีความเป็นมนุษย์ ความเป็นตัวของตัวเอง ที่สำคัญคือ ความกล้าเริ่มมาจากตัวเราเอง
ใครสนใจชีวิตของผู้หญิงคนนี้ที่ภายนอกอาจจะดูน่าเกลียดที่สุดในโลก แต่ภายในแกร่งกล้าและงดงามที่สุดคนหนึ่ง เข้าไปค้นหาได้ในกูเกิลแค่พิมพ์ชื่อเธอตามที่ผมให้ไว้ในตอนต้นของบทความก็จะพบเรื่องราวที่น่าสนใจของเธอ
ผมเองก็เคยเขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า กล้าที่จะก้าวข้าม หรือ Dare To Walk Across เมื่อปี 2551 เป็นหนังสือรวมบทความที่เขียนไว้ในคอลัมน์จิตวิวัฒน์ แจกให้ลูกศิษย์ในงานเกษียณอายุราชการของตัวเอง โดยผมนำชื่อของบทความหนึ่งมาเป็นชื่อหนังสือ ในบทความนั้นผมได้สะท้อนความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้น และได้อัญเชิญพระราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 บางส่วนมาเสนอเพื่อให้และเตือนสติแก่ผู้ที่กำลังต่อสู้กัน
ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ในส่วนหนึ่งของบทความผมเขียนว่า “ด้วยจิตสำนึกของความเป็นครู อาจารย์ ที่หวังให้ทุกฝ่ายในสังคมประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ยุวชน และเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ปวงชนโดยส่วนรวม ผู้เขียนไม่ขอเรียกร้องให้แต่ละฝ่ายถอยกันคนละก้าว แต่ขอร้องให้ทุกฝ่ายก้าวไปข้างหน้าอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ด้วยการเดินหน้าเข้าหากันอย่างมีสติและใช้ปัญญาในการก้าวข้ามตัวตน ก้าวข้ามพรรค ก้าวข้ามฝ่าย และก้าวข้ามวิกฤตการณ์เพื่อแสวงหาทางเลือกที่พึงประสงค์ร่วมกัน ในทางที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นส่วนรวมอย่างแท้จริง โดยสันติวิธี”
ที่ผมพูดถึงหนังสือ กล้าที่จะก้าวข้าม ที่ผมเขียน ก็เพียงเพื่อจะสะท้อนให้เห็นอะไรบางอย่างในเชิงเปรียบเทียบ ผมอายุ 68-69 ปี ไม่เคยมีประสบการณ์ที่เจ็บปวดบาดลึกจิตใจแบบที่ Lazzie ผ่านพบ ผมเรียนจบปริญญาเอก เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย สอนที่จุฬาฯ มหิดล และทั่วประเทศ เป็นสมาชิกและผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มจิตวิวัฒน์ เป็นผู้อำนวยการและต่อมาเป็นที่ปรึกษาศูนย์จิตตปัญญาศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ เป็นอาจารย์และที่ปรึกษาศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นกรรมการนโยบายของไทยพีบีเอส… ผมเขียนได้แค่ กล้าที่จะก้าวข้าม ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่ปรากฏต่อหน้า แต่ผู้หญิงที่ชื่อ Lazzie คนนี้ เธอมีอายุแค่ 25 ปี แต่เธอมีความกล้าที่จะเขียนหนังสือ กล้าที่จะการุญ (Dare To Be Kind)
ที่ถ่ายทอดมาจากประสบการณ์ตรงของชีวิตที่เลวร้าย และงดงามของเธอ… ข้าฯ ผู้เฒ่าขอคารวะ
จุมพล พูลภัทรชีวิน

