หน้าแรก คอลัมนิสต์ ภาพเก่าเล่าตำ...

ภาพเก่าเล่าตำนาน : รอมฎอน…คืออะไร

3.03.25 | 12:21 น.

ภาพเก่าเล่าตำนาน : รอมฎอน…คืออะไร

ศาสนาอิสลามสนับสนุนสันติสุข มีคำสอนให้พี่น้องมุสลิมทั่วโลกยึดถือค่านิยมเหล่านี้ มุสลิมทั้งหลายในโลก คือ พี่น้องกัน

เดือนรอมฎอนมีค่ำคืนแห่งพลังอยู่ในนั้นด้วย ในตอนหนึ่งของอัลกุรอ่านกล่าวว่า …เป็นคืนที่เหล่าทูตสวรรค์ทักทายผู้ศรัทธาด้วยคำว่า สันติภาพ มีความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่าง รอมฎอน อัลกุรอ่าน และเรื่องสันติภาพ

อัลกุรอ่าน ถือว่าการฆาตกรรมครั้งเดียว เป็นการสังหารมนุษย์จำนวนมาก และถือว่าการช่วยชีวิตคนเพียงคนเดียวเป็นการช่วยชีวิตมนุษย์ทั้งหมด ศาสดามูฮัมหมัดได้ให้คำจำกัดความของผู้ศรัทธาว่าเป็น “ผู้ที่มีความอดกลั้นต่อความรุนแรงมากที่สุด”

“มิใช่เพียงถือศีลอดอาหารและน้ำ แท้จริง คือ การอดกลั้นจากวาจาที่ไร้สาระและจาบจ้วงหรือหยาบคาย”

Advertisement

ความประเสริฐของเดือนรอมฎอน คือเดือนแห่งรัศมี เดือนแห่งการขออภัย เดือนแห่งการภักดีต่ออัลเลาะห์ (ซ.บ.) เดือนซึ่งที่บรรดามาลาอิกะห์แยกย้ายกันบอกข่าวดีแก่บ่าวของผู้ทรงเมตตา คือ ผู้ที่ถือศีลอดโดยเคร่งครัด (ข้อมูลจาก อาจารย์อาลี กองเป็ง)

ข้อความที่ผู้เขียนคัดลอกมาบอกกล่าวข้างต้นนี้ คือ ปรัชญาที่อธิบายความคำว่า “เดือนรอมฎอน” ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของพี่น้องมุสลิมทั่วโลก โดยเฉพาะพี่น้องมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ของไทย ที่ตกอยู่ในสภาวะ ไม่ปลอดภัย ทำมาหากินฝืดเคือง เกิดความสูญเสีย มีเหตุรุนแรงมานานราว 21 ปีแล้ว และต้องการความสงบสุข

รอมฎอน คือ ช่วงเวลาแห่งสันติสุข แบ่งปัน สะสมความดี

รอมฎอนการีม หรือเดือนรอมฎอน พระองค์อัลเลาะห์ ได้ทรงกำหนดให้ชาวมุสลิมหรือผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามต้องทำการถือศีลอด เพื่อเป็นการควบคุมตัวเองในการรับประทานอาหารให้อยู่ในความพอดี ให้ร่างกายได้รู้จักและลิ้มรสความหิวโหย และเพื่อให้ได้ทำความเข้าใจสภาพของคนยากจนและคนยากไร้ที่ไม่มีอะไรจะกิน

ตลอดระยะเวลา 1 เดือนของการถือศีลอดนั้น ก็เพื่อทำให้พี่น้องมุสลิมมีจิตใจที่เมตตา เข้าอกเข้าใจผู้อื่น ทำจิตใจให้ใสสะอาด มุ่งสู่อัลเลาะห์ เป็นประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ถือปฏิบัติต่อเนื่องกันมายาวนาน

บางครั้งสะกดเป็น เราะมะฎอน เป็นเดือนที่ 9 ของปฏิทินอิสลาม

จะมีระยะเวลา 29 หรือ 30 วัน นับจากการเห็นดวงจันทร์เสี้ยวครั้งหนึ่งไปยังครั้งต่อไป เป็นช่วงเวลาที่อัลกุรอ่าน ได้ถูกประทานลงมาในฐานะเป็นข้อแนะนำสำหรับมนุษย์ และเป็นหลักฐานอันชัดเจนเกี่ยวกับข้อแนะนำนั้น และเกี่ยวกับสิ่งที่จำแนกระหว่าง ความจริงกับความเท็จ

ผู้ใดป่วย หรืออยู่ในระหว่างการเดินทาง รอนแรมในถิ่นทุรกันดาร ก็จงถือใช้ในวันอื่นแทน อัลเลาะห์ทรงประสงค์ให้มีความสะดวก ไม่ทรงให้มีความลำบากแก่ผู้ปฏิบัติ

ชาวมุสลิมจึงมักจะทำการบริจาคซะกาต ในเดือนรอมฎอน

ผู้ที่ตั้งใจถือศีลอด คือ มุสลิมผู้ศรัทธาที่บรรลุนิติภาวะและศาสนภาวะ มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีความสามารถ ไม่อยู่ในภาวะของผู้เดินทาง

ย้ำอีกครั้งว่า…ผู้ที่ได้รับการ “ยกเว้น” ถือศีลอดในเดือนรอมฎอน คือ ชาวมุสลิมที่เป็นผู้ป่วยรุนแรง ป่วยเรื้อรัง หญิงที่มีรอบเดือน เป็นคนชรา และหญิงตั้งครรภ์

Pew Research Center เผยว่า จากประชากรโลกจำนวนเกือบ 8 พันล้านคน มีประมาณ 2.6 พันล้านคนที่นับถือศาสนาคริสต์ ซึ่งจำนวนนี้นับรวมนิกายทั้งหมดแล้ว ทำให้ชาวคริสเตียนคิดเป็น 31.7% ของประชากรโลก ถือเป็นอันดับ 1

อันดับ 2 คือศาสนาอิสลาม ซึ่งคิดเป็นเกือบ 25% ของประชากรโลก และอันดับ 3 คือศาสนาฮินดูซึ่งมีผู้นับถือเกือบ 1.2 พันล้านคน และคิดเป็น 15% ของประชากรโลก (จำนวนโดยประมาณ อิสลามนิกายซุนนี 1,543,271,481 คน อิสลามนิกายชีอะห์ 215,232,293 คน)

Pew Research Center ยังเผยอีกว่า ภายในปี 2593 จะมีประชากรนับถือศาสนาอิสลามรวมกันมากถึง 2.7 พันล้านคน

คิดเป็น 29.7% ของประชากรโลก ซึ่งจะส่งผลให้ชาวมุสลิมมีบทบาทบนเวทีโลกมากขึ้น

ทำไมวันรอมฎอนจึงมีการเปลี่ยนแปลงทุกปี?

ปฏิทินจันทรคติซึ่งปฏิบัติตามโดยศาสนาอิสลามนั้นสั้นกว่าปฏิทินเกรกอเรียน 365 วันในปัจจุบันอยู่ 10 ถึง 11 วัน ซึ่งปฏิทินนี้ใช้หลักการหมุนรอบดวงอาทิตย์ของโลกเป็นพื้นฐาน

ความแตกต่างนี้หมายความว่ารอมฎอนจะเริ่มในวันที่แตกต่างกันในแต่ละปี

ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ คือ ตัวแปรเรื่องเวลา ในการถือศีลอด

ระยะเวลาการถือศีลอดในแต่ละวันแตกต่างกันไปในแต่ละสถานที่ ขึ้นอยู่กับ “จำนวนชั่วโมงแสงแดด” นอกจากนี้ ยังแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาของปีด้วย

ตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ หากรอมฎอนตรงกับเดือนธันวาคมหนึ่งปี การถือศีลอดใน
แต่ละวันจะสั้นมาก เนื่องจากมีแสงแดดจำกัดบริเวณขั้วโลกเหนือในช่วงเวลาดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ชั่วโมงการถือศีลอดจะเพิ่มขึ้น ในสถานที่เดียวกันในช่วงฤดูร้อน เมื่อมีแสงแดดเกือบตลอดเวลา ในสถานการณ์เช่นนี้ มีกฎที่อนุญาตให้ชาวมุสลิมในท้องถิ่นปฏิบัติตามเวลาของประเทศมุสลิมหรือมักกะห์ที่ใกล้ที่สุด ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาอิสลามในซาอุดีอาระเบีย

โดยทั่วไปการอดอาหารแต่ละวันอาจสั้นเพียง 11 ชั่วโมงหรือยาวนานถึง 20 ชั่วโมง

ชาวมุสลิมในสหราชอาณาจักร เช่น ในลอนดอน คาดว่าจะถือศีลอดได้ 13-14 ชั่วโมง ในขณะที่ในออตตาวา ประเทศแคนาดาพวกเขาจะถือศีลอดนานกว่า 14 ชั่วโมง ขณะที่ใน
แอฟริกาใต้เวลาในการถือศีลอดจะอยู่ที่ประมาณ 12 ชั่วโมง

งานเลี้ยง อิฟตาร์ คือ อาหารมื้อสุดท้ายก่อนเลิกถือศีลอดที่บ้าน โดยจะเชิญเพื่อนฝูงมาร่วมงานทานอาหาร มัสยิดส่วนใหญ่มักจะจัดงานเลี้ยงอิฟตาร์แบบเปิดโล่ง ใครก็เข้ามารับประทานอาหารได้

วันธรรมดาช่วงรอมฎอน เขาทำอะไรกัน?

ในเดือนรอมฎอน มุสลิมจะตื่นนอนก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เพื่อทานอาหารก่อนรุ่งสางที่เรียกว่า ซูฮูร์ หลังจากนั้นพวกเขาจะไม่กินหรือดื่มอะไรจนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน จึงจะรับประทาน
อาหารมื้ออิฟตาร์

ความสำคัญของการบริจาค คือ การชำระล้างความบกพร่องของผู้บริจาคที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนและมอบอาหารให้แก่ผู้ขัดสน

อินทผาลัม คือ ผลไม้ประจำถิ่น ที่ให้พลังงานสูง พกติดตัว นำพาไปได้สะดวกสำหรับชาวอาหรับที่เดินทางรอนแรม พักแรม ในทะเลทราย เป็นเสบียงที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นไปตามประเพณีของศาสดา

ในหลายพื้นที่ของประเทศในตะวันออกกลาง จะมีการประดับประดาด้วยโคมไฟและแบนเนอร์แบบดั้งเดิมเพื่อต้อนรับเดือนอันศักดิ์สิทธิ์

ช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนเป็นช่วงที่มีความเคารพนับถือเป็นพิเศษ โดยเน้นไปที่การสักการบูชาอย่างเข้มข้น เนื่องจากเชื่อกันว่าพระคัมภีร์อัลกุรอ่านถูกเปิดเผยแก่ศาสดาในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งเรียกว่า คืนแห่งพลัง

เนื่องจากศาสดาไม่เคยระบุวันที่แน่นอนของคืนนั้น ชาวมุสลิมจึงใช้เวลา 10 วันนี้ เพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ของตน บางคนเลือกที่จะอาศัยและนอนในมัสยิด ซึ่งเรียกว่า อิติกาฟ โดยแยกอยู่ในพื้นที่ตามเพศ

ในบางประเทศ เช่น อียิปต์ ตุรกี ผู้คนจะลงไปตามท้องถนนพร้อมกลองเพื่อปลุกผู้คนให้มารับประทานอาหารก่อนรุ่งสาง

เมื่อมี “เริ่มต้น” ก็มี “ยุติ”

ถึงช่วงสิ้นเดือนอันศักดิ์สิทธิ์ จะมีการเฉลิมฉลองเป็นเวลา 3 วัน ซึ่งเรียกว่า อีดอัลฟิฏร์ หรือเรียกทั่วไปว่า อีด

ช่วงเย็น เป็นช่วงเวลาแห่งการทานอาหารร่วมกัน เด็กๆ จะได้รับของขวัญเป็นเสื้อผ้าใหม่ พี่น้องมุสลิมยังใช้โอกาสนี้เดินทางไปเยี่ยมสุสานและแสดงความเคารพต่อคนที่พวกเขารักที่เสียชีวิตไปแล้ว

สัดส่วนประชากรมุสลิมที่อาศัยอยู่ในไทย 44% ของชาวมุสลิมในไทยอาศัยอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส)

ร้อยละ 11.75 อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ร้อยละ 8.61 อาศัยอยู่ในปริมณฑลของ กทม.และในภาคกลาง และอีกร้อยละ 1.64 อาศัยอยู่ในภาคเหนือและภาคอีสาน

ศาสนาอิสลามไม่มีนักบวช มีเพียง อิหม่าม เป็นผู้นำในการนมัสการพระเจ้าเท่านั้น ศาสนาอิสลามไม่นิยมรูปเคารพใดๆ จึงไม่มีสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนของพระเจ้าให้ศาสนิกชนเคารพบูชา

รอมฎอนสู่สันติสุข 2568 โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นความปรารถนาของคนไทยทุกคน ที่จะได้เห็นความสงบสุข สันติภาพ ตามคำสอนของศาสดาพระองค์อัลเลาะห์…

ขอความสันติสุข จงมีแด่ท่าน