สุนทรภู่ – สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพไม่รู้จักสุนทรภู่ แต่ทรงแต่งประวัติสุนทรภู่ตามคาดเดาหรือสันนิษฐานจากนิราศที่สุนทรภู่แทรกเล่าเรื่องตนเองไว้ ซึ่งเรื่องนี้สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงบอกไว้ในลายพระหัตถ์ (ลงวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2483) ทูลสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ (จะคัดมาโดยจัดย่อหน้าให้อ่านสะดวก) ดังนี้
“หม่อมฉันแต่งประวัติก็รับแต่งแต่ประวัติของคนที่คุ้นกัน ถ้าไม่ใช่เช่นนั้นก็ไม่รับแต่ง
หม่อมฉันเคยแต่งประวัติของคนที่ไม่รู้จักแต่สุนทรภู่คนเดียว ที่กล้าแต่งก็เพราะตัวแกเองเล่าเรื่องประวัติของแกไว้ในนิราศที่แกแต่งแทบทุกเรื่อง
ได้อาศัยความในนิราศจึงสามารถแต่งประวัติสุนทรภู่ได้”
[สาส์นสมเด็จ (เล่ม 18) คุรุสภา พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2505 หน้า 130]
เรื่องนี้เพิ่งพบหลักฐานเมื่อไม่นานมานี้ จากได้อ่านข้อเขียนของปัญชลิต โชติกเสถียร และสมยศ ดวงประทีป [ชมรมนักโบราณคดี(สมัครเล่น)เมืองสุพรรณ] ในหนังสือโคลงนิราศสุพรรณ ฉบับอ่านทวนต้นฉบับสมุดไทย (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2568 หน้า 21) แล้วอ้างอิงลายพระหัตถ์สมเด็จฯ ทำให้ผมรู้เป็นครั้งแรกแล้วต้องสืบค้นเพิ่มเติม
สุนทรภู่ในประวัติสุนทรภู่ มีดวงชาตาและวันเดือนปีเกิดประกอบอยู่ด้วยเป็นเรื่องน่าสงสัย รวมทั้งอาลักษณ์ขี้เมา, ชาวบ้านกร่ำ เมืองแกลง ฯลฯ มีปัญหาต้องทบทวนหลายเรื่อง ซึ่งผมเคยเขียนไว้ในมติชนออนไลน์ เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2566 จะยกมาทั้งหมดดังนี้
วันเดือนปีเกิดสุนทรภู่ เป็นเรื่อง “สมมุติ”

สุนทรภู่เกิดวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 ต้องเข้าใจตรงกันว่าเป็นวันเดือนปี “สมมุติ” ไม่ใช่เรื่องจริง ทั้งนี้เพราะ
(1.) ไม่ได้รู้มาจากการจดบันทึกของบิดาและมารดาของสุนทรภู่ และ
(2.) ไม่ได้รู้มาจากปากคำ หรือจากวรรณกรรมที่สุนทรภู่เขียนบอกไว้
วันเดือนปีเกิดของสุนทรภู่ที่รู้จักแพร่หลายทุกวันนี้ ได้จากกระบวนการทางโหราพยากรณ์ หรือการคาดคะเนเทียบเคียงดวงชาตาบุคคลมีชื่อเสียงอื่นๆ ของโหรสมัยเมื่อสุนทรภู่ถึงแก่กรรมไปนานแล้ว ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพมีพระนิพนธ์บอกไว้ในประวัติสุนทรภู่ (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2465) มีตอนหนึ่งจะคัดมา (โดยจัดย่อหน้าใหม่ให้อ่านสะดวก) ดังนี้
“ดวงชาตามีที่ใช้ในการพยากรณ์ดีร้ายอันจะพึงมีแก่ตัวบุคคล เพราะเชื่อถือกันมาว่า เมื่อพระเคราะห์โคจรเข้าสู่จักรราศรีเช่นนั้นๆ มักเกิดความดีหรือความชั่วแก่ผู้มีชาตาเช่นนั้นๆ เป็นต้นว่าพระเคราะห์ราหูเข้าสู่ราศีอันเป็นลัคนาของผู้ใด ว่าผู้นั้นมักจะไม่มีความสุขจนกว่าพระเคราะห์ราหูจะพ้นจักรราศีนั้นไปดังนี้เป็นตัวอย่าง อาศัยความเชื่อในข้อนี้ จึงมีวิธีขับสอบดวงชาตาหาความรู้ ว่าเคราะห์ดีและเคราะห์ร้ายประการใด ยังมีความเชื่อถือกันมาแต่ก่อนอีกอย่างหนึ่งว่า ดวงชาตาของผู้ใดอาจจะส่อให้รู้ได้ว่า บุคคลนั้นจะดีหรือชั่ว และที่สุดจะมีอายุยืนหรืออายุสั้น
ความเชื่ออย่างที่ว่านี้เกิดแต่เอาดวงชาตาของผู้ที่มีเรื่องประวัติอันปรากฏว่าเป็นคนดีหรือคนชั่วในอดีตกาลมาเป็นหลักสำหรับเทียบเคียงกับดวงชาตาที่จะพยากรณ์ ถ้าเห็นคล้ายคลึงกับดวงชาตาตัวอย่างข้างฝ่ายคนดีก็พยากรณ์ว่าจะดี ถ้าไปคล้ายคลึงกับดวงชาตาของข้างฝ่ายพวกชั่วก็พยากรณ์ว่าจะชั่ว เป็นเค้าความ
ผู้ที่นิยมพยากรณ์อย่างว่านี้ เมื่อเห็นใครเป็นคนทรงคุณหรือให้โทษอย่างวิสามัญ มักสืบวันและเวลาเกิดของผู้นั้นผูกดวงชาตาลงตำราไว้เป็นตัวอย่าง สำหรับใช้เปรียบเทียบในการพยากรณ์ดวงชาตาของบุคคลต่างๆ ทั้งข้างดีและข้างชั่ว จึงมีอยู่ในตำราเป็นอันมาก และมักมีคำจดบอกไว้ว่าเป็นผู้มีคุณหรือมีโทษอย่างนั้นๆ ด้วย
ที่ดวงชาตาของสุนทรภู่มีอยู่ในตำราดวงชาตานั้น คงเป็นเพราะผู้พยากรณ์แต่ก่อนเห็นว่าสุนทรภู่ทรงคุณสมบัติในกระบวนแต่งกลอนเป็นอย่างวิเศษ นับว่าเป็นวิสามัญบุรุษผู้หนึ่ง แต่จดจำคำอธิบายแถมไว้ข้างใต้ดวงชาตาว่า ‘สุนทรภู่อาลักษณ์ขี้เมา’ ดังนี้ด้วย หมายความว่าเป็นผู้ทรงทั้งความดีและความชั่วระคนปนกัน อันเป็นความจริงตามเรื่องประวัติของสุนทรภู่”
จากพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ อธิบายที่มาของดวงชาตาสุนทรภู่ เป็นอันรู้ต้นตอกรณี “สุนทรภู่อาลักษณ์ขี้เมา” ว่ามาจากโหราพยากรณ์ ซึ่งหมายความว่าไม่ได้มาจากประวัติจริงของสุนทรภู่ อย่างนี้อยู่ในข่าย “เฟก นิวส์” ไหม?

