หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : สมเด็จฯ ไม่รู้จักสุนทรภู่

4.03.25 | 16:48 น.

สุนทรภู่ – สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพไม่รู้จักสุนทรภู่ แต่ทรงแต่งประวัติสุนทรภู่ตามคาดเดาหรือสันนิษฐานจากนิราศที่สุนทรภู่แทรกเล่าเรื่องตนเองไว้ ซึ่งเรื่องนี้สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงบอกไว้ในลายพระหัตถ์ (ลงวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2483) ทูลสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ (จะคัดมาโดยจัดย่อหน้าให้อ่านสะดวก) ดังนี้

“หม่อมฉันแต่งประวัติก็รับแต่งแต่ประวัติของคนที่คุ้นกัน ถ้าไม่ใช่เช่นนั้นก็ไม่รับแต่ง

หม่อมฉันเคยแต่งประวัติของคนที่ไม่รู้จักแต่สุนทรภู่คนเดียว ที่กล้าแต่งก็เพราะตัวแกเองเล่าเรื่องประวัติของแกไว้ในนิราศที่แกแต่งแทบทุกเรื่อง

ได้อาศัยความในนิราศจึงสามารถแต่งประวัติสุนทรภู่ได้”

[สาส์นสมเด็จ (เล่ม 18) คุรุสภา พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2505 หน้า 130]

Advertisement

เรื่องนี้เพิ่งพบหลักฐานเมื่อไม่นานมานี้ จากได้อ่านข้อเขียนของปัญชลิต โชติกเสถียร และสมยศ ดวงประทีป [ชมรมนักโบราณคดี(สมัครเล่น)เมืองสุพรรณ] ในหนังสือโคลงนิราศสุพรรณ ฉบับอ่านทวนต้นฉบับสมุดไทย (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2568 หน้า 21) แล้วอ้างอิงลายพระหัตถ์สมเด็จฯ ทำให้ผมรู้เป็นครั้งแรกแล้วต้องสืบค้นเพิ่มเติม

สุนทรภู่ในประวัติสุนทรภู่ มีดวงชาตาและวันเดือนปีเกิดประกอบอยู่ด้วยเป็นเรื่องน่าสงสัย รวมทั้งอาลักษณ์ขี้เมา, ชาวบ้านกร่ำ เมืองแกลง ฯลฯ มีปัญหาต้องทบทวนหลายเรื่อง ซึ่งผมเคยเขียนไว้ในมติชนออนไลน์ เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2566 จะยกมาทั้งหมดดังนี้

วันเดือนปีเกิดสุนทรภู่ เป็นเรื่อง “สมมุติ” 

วันเดือนปีเกิดและดวงชาตาของสุนทรภู่ ไม่ได้มาจากข้อมูลจริงจากเจ้าของดวงชาตา (คือ สุนทรภู่) แต่ได้จากโหราพยากรณ์ “สมมุติ” ขึ้นจากการเทียบเคียงแบบ “ดวงประเทียบ” พิมพ์ในประวัติสุนทรภู่ พระนิพนธ์สมเด็จฯ กรมดำรงราชานุภาพ (พ.ศ. 2465)

สุนทรภู่เกิดวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 ต้องเข้าใจตรงกันว่าเป็นวันเดือนปี “สมมุติ” ไม่ใช่เรื่องจริง ทั้งนี้เพราะ

(1.) ไม่ได้รู้มาจากการจดบันทึกของบิดาและมารดาของสุนทรภู่ และ

(2.) ไม่ได้รู้มาจากปากคำ หรือจากวรรณกรรมที่สุนทรภู่เขียนบอกไว้

วันเดือนปีเกิดของสุนทรภู่ที่รู้จักแพร่หลายทุกวันนี้ ได้จากกระบวนการทางโหราพยากรณ์ หรือการคาดคะเนเทียบเคียงดวงชาตาบุคคลมีชื่อเสียงอื่นๆ ของโหรสมัยเมื่อสุนทรภู่ถึงแก่กรรมไปนานแล้ว ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพมีพระนิพนธ์บอกไว้ในประวัติสุนทรภู่ (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2465) มีตอนหนึ่งจะคัดมา (โดยจัดย่อหน้าใหม่ให้อ่านสะดวก) ดังนี้

“ดวงชาตามีที่ใช้ในการพยากรณ์ดีร้ายอันจะพึงมีแก่ตัวบุคคล เพราะเชื่อถือกันมาว่า เมื่อพระเคราะห์โคจรเข้าสู่จักรราศรีเช่นนั้นๆ มักเกิดความดีหรือความชั่วแก่ผู้มีชาตาเช่นนั้นๆ เป็นต้นว่าพระเคราะห์ราหูเข้าสู่ราศีอันเป็นลัคนาของผู้ใด ว่าผู้นั้นมักจะไม่มีความสุขจนกว่าพระเคราะห์ราหูจะพ้นจักรราศีนั้นไปดังนี้เป็นตัวอย่าง อาศัยความเชื่อในข้อนี้ จึงมีวิธีขับสอบดวงชาตาหาความรู้ ว่าเคราะห์ดีและเคราะห์ร้ายประการใด ยังมีความเชื่อถือกันมาแต่ก่อนอีกอย่างหนึ่งว่า ดวงชาตาของผู้ใดอาจจะส่อให้รู้ได้ว่า บุคคลนั้นจะดีหรือชั่ว และที่สุดจะมีอายุยืนหรืออายุสั้น

ความเชื่ออย่างที่ว่านี้เกิดแต่เอาดวงชาตาของผู้ที่มีเรื่องประวัติอันปรากฏว่าเป็นคนดีหรือคนชั่วในอดีตกาลมาเป็นหลักสำหรับเทียบเคียงกับดวงชาตาที่จะพยากรณ์ ถ้าเห็นคล้ายคลึงกับดวงชาตาตัวอย่างข้างฝ่ายคนดีก็พยากรณ์ว่าจะดี ถ้าไปคล้ายคลึงกับดวงชาตาของข้างฝ่ายพวกชั่วก็พยากรณ์ว่าจะชั่ว เป็นเค้าความ

ผู้ที่นิยมพยากรณ์อย่างว่านี้ เมื่อเห็นใครเป็นคนทรงคุณหรือให้โทษอย่างวิสามัญ มักสืบวันและเวลาเกิดของผู้นั้นผูกดวงชาตาลงตำราไว้เป็นตัวอย่าง สำหรับใช้เปรียบเทียบในการพยากรณ์ดวงชาตาของบุคคลต่างๆ ทั้งข้างดีและข้างชั่ว จึงมีอยู่ในตำราเป็นอันมาก และมักมีคำจดบอกไว้ว่าเป็นผู้มีคุณหรือมีโทษอย่างนั้นๆ ด้วย

ที่ดวงชาตาของสุนทรภู่มีอยู่ในตำราดวงชาตานั้น คงเป็นเพราะผู้พยากรณ์แต่ก่อนเห็นว่าสุนทรภู่ทรงคุณสมบัติในกระบวนแต่งกลอนเป็นอย่างวิเศษ นับว่าเป็นวิสามัญบุรุษผู้หนึ่ง แต่จดจำคำอธิบายแถมไว้ข้างใต้ดวงชาตาว่า ‘สุนทรภู่อาลักษณ์ขี้เมา’ ดังนี้ด้วย หมายความว่าเป็นผู้ทรงทั้งความดีและความชั่วระคนปนกัน อันเป็นความจริงตามเรื่องประวัติของสุนทรภู่”

จากพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ อธิบายที่มาของดวงชาตาสุนทรภู่ เป็นอันรู้ต้นตอกรณี “สุนทรภู่อาลักษณ์ขี้เมา” ว่ามาจากโหราพยากรณ์ ซึ่งหมายความว่าไม่ได้มาจากประวัติจริงของสุนทรภู่ อย่างนี้อยู่ในข่าย “เฟก นิวส์” ไหม?