หน้าแรก คอลัมนิสต์ ภาพเก่าเล่าตำ...

ภาพเก่าเล่าตำนาน : รัฐกลันตันที่เราควรรู้จัก…มากกว่านี้

17.03.25 | 12:23 น.

ภาพเก่าเล่าตำนาน : รัฐกลันตันที่เราควรรู้จัก…มากกว่านี้

8 มี.ค.2568 ราว 21.30 น. เกิดเหตุยิงปะทะ วางระเบิดที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ อส.เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 8 คน ประชาชนได้รับบาดเจ็บ 3 คน เป็นเหตุการณ์สุดโหดในช่วงรอมฎอนที่เป็นช่วงถือศีลอด มีภาพในโทรทัศน์วงจรปิดชัดเป๊ะ

คนร้ายอีกหลายกลุ่มไปวางระเบิดก่อกวนอีก 4 จุดในนราธิวาส

1 วันต่อมา ตำรวจตรวจพบรถปิกอัพยี่ห้อ ISUZU D-Max ตอนครึ่ง สีบรอนซ์เงิน และรถเก๋ง สีบรอนซ์เงิน ไปจอดทิ้งไว้ในป่า บริเวณบ้านกูวา ในสวนปาล์ม ทางไปลูโบ๊ะบาตู ในภาพวงจรปิดมีผู้ก่อเหตุนั่ง-นอนในท้ายรถกระบะใส่ชุดดะวะห์สีดำ และภายในรถเก๋งกว่า 10 คน

มีข่าวว่า …คนร้ายหนีข้ามพรมแดนออกนอกประเทศไปแล้ว ข่าวการหลบหนีข้ามไปฝั่งมาเลเซียปรากฏตลอดมา รวมไปถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ค้าของเถื่อน ค้ามนุษย์ ยาเสพติด เพราะเรามีพรมแดนติดต่อกัน ทั้งทางบกและมีแม่น้ำเป็นพรมแดน

Advertisement

จ.นราธิวาส สุดชายแดนใต้ มีพรมแดนติดต่อกับรัฐกลันตันของมาเลเซีย เหตุร้ายรุนแรงตลอด 21 ปี มีคนป้วนเปี้ยนข้ามไป-มา

รัฐกลันตันน่าสนใจในประเด็นการเมือง การบริหาร ความมั่นคง

กลันตัน (Kelantan) เป็น 1 ใน 13 รัฐที่ประกอบขึ้นเป็นสหพันธ์มาเลเซีย มีชื่อเป็นภาษาอาหรับว่า ดารุลนาอิม แปลว่า “ถิ่นที่อยู่ที่สวยงาม” เมืองหลวงคือ โกตาบารู มีอาณาเขตติดต่อกับ จ.นราธิวาส ประเทศไทย

มีข้อมูลกว้างๆ ว่า เมื่อประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว ได้มีประชากรจากทวีปเอเชียตอนเหนืออพยพลงมาทางใต้ ย้ายลงไปถึงคาบสมุทรมลายู ในระหว่างนั้น รัฐกลันตันเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งมีอิทธิพลปกครองตลอดคาบสมุทร รวมถึงส่วนหนึ่งที่เป็นภาคใต้ของประเทศไทยในขณะนี้

รัฐกลันตันมีพื้นที่ทั้งหมด 14,931 ตารางกิโลเมตร ทิศเหนือจดประเทศไทยที่ อ.สุคิริน อ.แว้ง อ.สุไหงโก-ลก และ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ของไทย

มีประชากร 1.5 ล้านคน เป็นคนมุสลิม 93.8% (หรือประมาณ 1,395,000 คน) คนจีน 3.74% (หรือประมาณ 67,500 คน) อินเดีย 0.8% (หรือประมาณ 75,000 คน)

นราธิวาส-รัฐกลันตัน มีด่านค้าขายไป-มา 3 ด่าน คือ ด่านสุไหงโก-ลก-ด่านรันตูปันยัง ด่านตากใบ (ท่าเรือ)-ด่านเป็งกาลันกูโบ ด่านบูเก๊ะตา-ด่านบูกิตบุหงา

ประชากรในรัฐกลันตันมีหลายเชื้อชาติ หลากวัฒนธรรม สามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่…

กลุ่มเชื้อชาติมาเลย์ (ภูมิบุตร) ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในชนบท ไม่ชอบการค้าขาย นิยมการรับราชการ เคร่งศาสนาและประเพณีดั้งเดิม

กลุ่มเชื้อชาติจีน เป็นกลุ่มชาตินิยม รวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น ขยันขันแข็ง ประกอบอาชีพค้าขาย เป็นผู้นำทางเศรษฐกิจ มีอำนาจต่อรองทางการค้าสูง

กลุ่มเชื้อชาติไทย อยู่บริเวณที่ราบทั่วไปบนฝั่งแม่น้ำกลันตัน และบริเวณใกล้ชายแดนด้าน จ.นราธิวาส อาชีพทำนา ทำสวน และรับจ้าง นับถือพุทธอย่างแรงกล้า ยังยึดมั่นในภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมไทย

ขอแถมเป็นข้อมูลที่น่าสนใจครับ… (จากบทความ : มาเลเซียเชื้อสายไทยในตุมปัต โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ)

“…ชาวมาเลเซียเชื้อสายไทยในกลันตันมีอยู่มากเป็นอันดับ 2 รองจากรัฐเคดาห์ หรือไทรบุรี ในอดีต นอกจากนี้ ยังมีอยู่บ้างประปรายที่รัฐตรังกานูและปะลิส ไทรบุรีหรือเคดาห์ อยู่ทางฝั่งตะวันตกทางอันดามัน ส่วนกลันตันและตรังกานูอยู่ทางฝั่งตะวันออกติดทะเลจีนใต้ รัฐเหล่านี้เคยอยู่ในอารักขาของสยามและส่งบุหงามาศต่อกรุงศรีอยุธยาและกรุงเทพฯ

ราว ค.ศ.1902 สยามและอังกฤษทำสนธิสัญญายกรัฐเหล่านี้ให้อยู่ในความดูแลของอังกฤษและภายหลังได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐมลายูในเวลาต่อมา

การยกดินแดนดังกล่าวให้อังกฤษทำให้เกิดเส้นแบ่งพรมแดนที่ชัดเจน หากแต่ไม่สามารถแยกเอาผู้คนและวัฒนธรรมที่เคยอยู่ติดที่ในดินแดนเหล่านั้นออกจากกันอย่างชัดเจนได้ จึงทำให้มีคนมาเลเซียเชื้อสายไทยที่มีทั้งพุทธและมุสลิมที่เคดาห์ หรือไทรบุรีในอดีต…”

รัฐกลันตันเป็นรัฐอนุรักษนิยมที่เคร่งครัดในศาสนาอิสลามมากที่สุดในบรรดารัฐต่างๆ ของมาเลเซีย โดยรัฐบาลของรัฐกลันตันได้ประกาศให้โกตาบารู ซึ่งเป็นเมืองหลวง เป็น Islamic City

นโยบายรัฐท้องถิ่นจึงมุ่งเน้นที่จะชี้นำให้วิถีชีวิตของประชากรดำเนินไปตามวิถีอิสลามอย่างเคร่งครัด และให้ความสำคัญและสิทธิประโยชน์แก่ชาวมาเลย์ มุสลิม ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 ของประชากรทั้งหมดในรัฐกลันตัน

ประเด็นการเมืองในรัฐกลันตันก็น่าสนใจครับ…

พรรคการเมืองอิสลามมาเลเซีย (Parti Islam Se-Malaysia, PAS) เรียกว่าพรรคปาส ปกครองรัฐกลันตันมาตลอดหลังจากได้รับเอกราชจากอังกฤษ

ปี 2020 พรรค PAS ไปทำหน้าที่เป็น “พรรคฝ่ายค้าน” ในระดับรัฐบาลกลาง โดยแข่งขันช่วงชิงกับพรรครัฐบาลคือ พรรค United Malays National Organisation (UMNO) หรือพรรคอัมโน ซึ่งมีความแข็งแกร่งทางการเมืองและมีทรัพยากรที่มากกว่า

พรรคปาส มาจากไหน…

24 พฤศจิกายน พ.ศ.2494 ในการประชุมที่เมืองบัตเตอร์เวิร์ธ ปีนัง ที่ประชุมมีมติให้ก่อตั้งพรรคการเมืองในชื่อ Persatuan Islam Sa-Malaya (สหภาพอิสลามมาเลย์)

ไม่นานหลังจากนั้นพรรคก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Persatuan Islam sa-Tanah Melayu (Tanah Melayu หมายถึง “ดินแดนของชาวมาเลย์”) ตัวย่อ PAS ซึ่งเดิมใช้ในภาษามาเลย์ แต่ได้รับการนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในช่วงทศวรรษ 1970

การก่อตั้งพรรคการเมืองนี้เป็นผลจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักบวชศาสนาอิสลามภายในองค์กรแห่งสหพันธรัฐ ในการจัดตั้งองค์กรการเมืองอิสลามอย่างเป็นทางการ

พรรค PAS มั่นคง ยืนหยัดในรัฐกลันตันได้ตลอดมา

พ.ศ.2536 พรรคนี้ประสบความสำเร็จในการทำให้สภานิติบัญญัติของรัฐกลันตัน อนุมัติให้ใช้กฎหมายอิสลามได้

การเป็นพรรคฝ่ายค้าน เป็นคู่แข่งของพรรครัฐบาล ทำให้รัฐกลันตันบริหารกิจการของรัฐได้แบบเฉพาะตัว มีเสียงวิจารณ์ว่า…กลันตันถูกละเลยจากรัฐบาลกลางมาหลายทศวรรษ เหตุการณ์นี้ส่งผลให้รัฐมีการเติบโตด้านการพัฒนาที่ล่าช้า

สงครามข่าวสาร… สื่อกระแสหลักมักเอ่ยถึงพรรค PAS ในฐานะฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม….ในปี 1990 พรรค PAS ก็เปลี่ยนตัวเองเป็นเครื่องจักรทางการเมืองที่ทันสมัยและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผยแพร่วาระการประชุมให้กับประชาชนในกลันตัน และเข้าถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากจากนอกรัฐกลันตัน

พรรค PAS ได้อาศัยแนวทางตามหลักศาสนาอิสลามเป็นเครื่องมือทางการเมือง ได้พยายามรณรงค์ให้รัฐกลันตันปกครองแบบรัฐอิสลาม พยายามอย่างแข็งขันที่จะให้มีการนำกฎหมายอาญาอิสลาม (Hudud) มาใช้แทนกฎหมายอาญาทั่วไปในรัฐกลันตัน

แนวทางดังกล่าว…ไปย้อนแย้งกับนโยบายของรัฐบาลกลางซึ่งประสงค์จะให้มาเลเซียพัฒนาไปในลักษณะประเทศมุสลิมก้าวหน้า (Progressive Islam) บนหลักการ Islam Hadhari (Civilizational Muslim) เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจดำเนินไปอย่างราบรื่น

มีกระแสข่าวบ่อยครั้งว่า…รัฐบาลกลางของมาเลเซียตอบโต้พรรค PAS โดยการโดดเดี่ยวรัฐกลันตันทางเศรษฐกิจ เพื่อโน้มน้าวให้ประชาชนในรัฐกลันตันตระหนักถึงความเหลื่อมล้ำในเรื่องความเป็นอยู่

นอกจากนี้ พรรคฝ่ายค้านก็ยังถูกจำกัดการเจริญเติบโตโดยมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล ซึ่งอาศัยกลไกทางรัฐสภาแก้ไขกฎหมายหลายฉบับที่มีผลสกัดกั้นไม่ให้ฝ่ายค้านสามารถเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลได้โดยสะดวก และไม่เอื้อประโยชน์ต่อการค้าและการลงทุนในรัฐกลันตัน

มาเลเซียประกอบด้วย 13 รัฐ และ 3 เขตการปกครองของรัฐบาลกลาง ซึ่งใช้แนวคิดของระบบสหพันธรัฐในการปกครอง ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลรัฐกลันตันและรัฐบาลกลางของมาเลเซีย

อำนาจหน้าที่ของตำรวจในกลันตันมีแนวทางเป็นของตนเอง การตัดสินใจในบางเรื่องเป็นอิสระจากรัฐบาลกลางในกัวลาลัมเปอร์

ที่สำคัญคือ ไทยมีชายแดนนราธิวาส-กลันตัน จึงน่าจะมีบริบทเฉพาะตัว โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคง ที่ทางการไทยต้องพึ่งพาอาศัย ความร่วมมืออย่างแนบแน่นในเรื่องคนข้ามแดนไป-มา ค้าขาย

การสร้างกำแพง กลายเป็นประเด็น

บทความใน South China Morning Post ฉบับ 7 พ.ย.67 ล้อเลียนประเด็นการสร้างกำแพงไทย-มาเลเซียว่า…

ชาวมาเลเซียได้ล้อเลียนข้อเสนอล่าสุดในการสร้างกำแพงกั้นพรมแดนทางตอนเหนือของประเทศ (มาเลเซีย) กับประเทศไทย โดยระบุว่าเป็นความพยายามที่จะ “ทำให้กลันตันยิ่งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง”

กล่าวว่า…ข้อเสนอนี้สะท้อนถึงความพยายามสร้างกำแพงกั้นผู้อพยพที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเม็กซิโกของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ล้มเหลว

ข้อเสนอของรัฐบาลรัฐกลันตันมีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ทางการไทยจับกุมชาวมาเลเซียกลุ่มหนึ่ง จำนวน 6 คน รวมถึงนักร้องชื่อดังจากกลันตัน ในข้อหาลักลอบนำยาบ้า จำนวน 6,000 เม็ดเข้ามาไทย

เคยมีการเรียกร้องให้สร้างกำแพงดังกล่าวมาก่อนแล้ว ขณะที่ทางการทั้ง 2 ฝ่ายกำลังพยายามปิดพรมแดนที่เจาะพรุนไปหมดโดยกลุ่มอาชญากรตั้งแต่ผู้ลักลอบขนยาเสพติดไปจนถึงขบวนการค้ามนุษย์

ข้อเสนอล่าสุด …รัฐบาลของรัฐกลันตันได้ขอให้รัฐบาลกลางมาเลเซียจ่ายเงินสำหรับการก่อสร้างกำแพง

กลันตันมีรัฐบาลท้องถิ่น มีสุลต่านปกครองตามรัฐธรรมนูญของรัฐกลันตัน อำนาจบริหารของรัฐตกอยู่กับท่านในฐานะพระมหากษัตริย์ของรัฐ สุลต่านองค์ปัจจุบัน มูฮัมหมัดที่ 5 เป็นสุลต่านองค์ที่ 29 ของรัฐกลันตัน

พระองค์ทรงเป็นประมุขแห่งศาสนาอิสลามในรัฐ หลังจากได้รับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2016 ในการประชุมผู้ปกครองครั้งที่ 243 เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2016

เพราะพรมแดนเราติดต่อกัน…แยกจากกันไม่ได้ เราต้องพึ่งพาอาศัยกัน ขอความสันติสุขจงบังเกิดกับทุกท่าน

อัสซะลามุอะลัยกุม