หน้าแรก คอลัมนิสต์ จุดจบ ‘ปาร์ค ...

จุดจบ ‘ปาร์ค กึน เฮ’…บทเรียนอันปวดร้าว

29.03.17 | 14:00 น.

John Ray เคยกล่าวเตือนสตินักการเมืองผู้หลงอำนาจไว้ตอนหนึ่งว่า…“Give a rogue (Or thief) rope enough, and he will hang himself.”

ในที่สุด นางปาร์ค กึน เฮ ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้ ต้องถูก “Impeachment” ให้ตกจากบัลลังก์แห่งอำนาจประเทศเกาหลีใต้ เป็นไปตามมติรัฐสภาและเสียงเรียกร้องจากประชาชนทั่วประเทศ และกำหนดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ภายใน 60 วันตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้

นับเป็นข่าวสะเทือนขวัญ กระฉ่อนไปทั่วโลก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ศกนี้ โดยคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 8 ท่าน วินิจฉัยลงมติเป็นเอกฉันท์ ให้ถอดถอนนางปาร์คออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี มีผลทันทีในวันดังกล่าว พร้อมด้วยการยกเว้นหลักกฎหมายสำคัญของประเทศเกาหลีใต้ที่บัญญัติให้สิทธิพิเศษตามประเพณีคือกฎ…“ห้ามดำเนินคดีใดๆ แก่ประธานาธิบดีในขณะดำรงตำแหน่ง”

นอกจากนั้น ยังวินิจฉัยตัด “เอกสิทธิ์คุ้มครอง” ซึ่งยังผลให้ฝ่ายอัยการสามารถดำเนินคดีทางอาญา ภายหลังพ้นจากตำแหน่งอีกด้วย การนี้ทำให้ชะตาชีวิตของอดีตผู้นำหญิงคนแรกแห่งเกาหลีใต้อาจต้องเผชิญกับการติดคุกติดตะรางอย่างมิอาจคาดฝันมาก่อน ต่างหากจากการต้องสูญเสียสิทธิทางการเมืองไปเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปี

ใครจะคาดคิดมาก่อนว่า ผู้นำหญิงคนแรกวัย 65 ปี ที่มีบุคลิกดี สุภาพ แข็งแกร่ง และประกาศจะขอสละโสด โดยแต่งงานให้กับประเทศชาติและประชาชน ท่านนี้ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นความหวังสูงสุดของประชาชน-คนรุ่นใหม่ในประเทศเกาหลี จะต้องมาประสบชะตากรรมอันน่าเศร้าสลดถึงเพียงนี้ในบั้นปลายของชีวิต….จึงน่าศึกษาวิเคราะห์ว่าอะไรคือเหตุปัจจัยแห่งความล่มสลายในครั้งนี้?!

Advertisement

“ปาร์ค จุง ฮี (บิดาของปาร์ค กึน เฮ) ผู้เคยได้ชื่อว่าเป็นวีรบุรุษสร้างชาติ ถูก “คร่าชีวิต” ตายด้วยอาวุธปืน ในขณะทรงอำนาจสูงสุดในตำแหน่งผู้นำที่บริหารบ้านเมืองด้วยระบบเผด็จการทหารในอดีต จากน้ำมือของผู้รับใช้
ใกล้ชิดที่มีความเห็นต่าง เพื่อสกัดกั้นการบ้าอำนาจบาตรใหญ่ของ “ปาร์ค จุง ฮี” ตามอุดมการณ์คลั่งชาติ…แต่ นางปาร์ค ผู้เป็นลูกสาว ถูก “ฆ่า” ให้ตายในทางการเมือง ต้องดับสูญทั้งเกียรติยศชื่อเสียง ซึ่งเป็นความ “ตาย” ที่ไม่ต่างกันมากนัก กล่าวคือ คนหนึ่งตายด้วย “คมอาวุธ” ส่วนอีกคนหนึ่ง…“ตายทั้งเป็น” ด้วย “พลังมติประชาชน” ทางการเมือง

“ปาร์ค กึน เฮ” เผชิญกับข้อกล่าวหาพัวพันคอร์รัปชั่น ร่วมกับนางชอย ซุนซิล เพื่อนสนิทที่คบหากันมานาน จนถูกขนานนามว่าหลงมนต์ “หมอผี” และเป็นร่างทรงที่มีบทบาท อิทธิพลอยู่เบื้องหลัง ก้าวก่ายอำนาจรัฐบาลของนางปาร์ค ทำการคอร์รัปชั่นอย่างมโหฬาร จนถูกประชาชนร้องเรียนประท้วงทั่วทิศ กระทั่งคณะอัยการเข้าสอบสวนแล้วตั้งข้อหาในเวลาต่อมา และจบลงด้วยการถูกถอดถอนให้ออกจากตำแหน่งในที่สุด

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าหลังคำตัดสินให้ปลดจากตำแหน่ง ประชาชนฝ่ายที่สนับสนุนให้มีการลงโทษต่างพากันร้องไชโยโห่ฮิ้ว ตามสถานที่ต่างๆ ด้วยเสียงดังสนั่นว่า ประชาชนผู้ยิ่งใหญ่ ชนะแล้ว พร้อมกับข้อเสนอให้รวมพลังสามัคคีกัน เพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศใหม่ครั้งใหญ่

ปรากฏการณ์อันน่าสะเทือนใจอีกประการหนึ่ง ตามภาษิตจีนที่ว่า “ยามมีวาสนา เหล็กก็กลายเป็นทอง ยามไร้ฯ เพชรกลับกลายเป็นหิน” ดังเห็นได้จากบรรยากาศในละแวกบ้านพักอาศัยของนางปาร์ค หลังเกิดเหตุถูกปลดจากอำนาจ บ้านพักที่เคยมีคนแน่นขนัด กลับเงียบสงัด มีเพียงนักข่าวที่ไปรอทำข่าวไม่กี่คน วังเวงสิ้นดี ซึ่งต่างกับสมัยรุ่งโรจน์ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว สถานที่แห่งเดียวกันนี้เต็มไปด้วยผู้คนส่งเสียงแซ่ซ้องสรรเสริญ ร่วมเดินทางส่งประธานาธิบดีหญิงคนแรกเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลอย่างเนืองแน่น ล้นเต็มถนนหนทางทุกตารางนิ้ว…อนิจจา…นี่คือสัจธรรม?

จากการพิจารณาเนื้อหาสาระคำฟ้องทั้งหมด ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่างลงความเห็นว่า ทั้งคนสนิทกับนางปาร์ค ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ใช้อำนาจรัฐหาประโยชน์ (ในระบบขนส่งและรัฐวิสาหกิจ) ทุจริต เบียดบังประโยชน์เพื่อตนเองและผู้อื่นอย่างชัดแจ้ง แม้ก่อนหน้านี้ นางปาร์ค กึน เฮ เคยออกมาปราศรัยกล่าวขอโทษกับประชาชนถึงสามครั้งสามคราก็ตาม แต่ประชาชนต่างไม่ยอมให้อภัย เพราะหมดศรัทธาในตัวนางเสียแล้ว ที่นางได้ทำให้ “constitution” เสียหายไปมากพอแล้ว ทั้งนี้ เฉพาะในประเด็นการใช้อำนาจมิชอบ ร่วมคอร์รัปชั่น อัยการยืนยันว่ามีหลักฐานชัดเจนเข้าข่ายต้องโทษทางอาญา อาจถึงขั้นถูกจารึกในเป็นประวัติศาสตร์ประธานาธิบดีคนแรกของประเทศติดคุก…ปวดร้าวไหมครับ?!

คงจำกันได้การกล่าวปราศัยในฐานะผู้นำประเทศเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ปาร์ค กึน เฮ ได้กล่าวปฏิญาณตนว่าจะเปิดศักราชแห่งความหวังใหม่ นิมิตใหม่ของเกาหลีใต้ ด้วยการเสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศให้จงได้…แต่มาบัดเดี๋ยวนี้ ข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์ คือ ปัญหาการว่างงานที่สูงขึ้น ความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นเพิ่มทวีขึ้น สังคมวุ่นวายไร้สันติสุข ยังผลทำให้ประชาชนจำนวนมากในประเทศเกาหลีผิดหวัง เกิดความไม่พอใจจนเกิดขบวนการต่อต้านแพร่ขยายไปทั่ว อีกทั้งนโยบายสวัสดิการของประชาชนไม่สัมฤทธิผล ผู้นำถูกบงการจากคนใกล้ชิด เหล่านี้ล้วนเป็นเหตุแห่งความล้มเหลวในการบริหารบ้านเมืองทั้งสิ้น

อีกสิ่งหนึ่งซึ่งทำให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงก็คือ…การดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดในเรื่องของยุทธศาสตร์สันติภาพในภูมิภาค ไม่ชัดเจน สับสนกลับเป็นชนวนเพิ่มข้อขัดแย้งทั้งระหว่างเกาหลีเหนือและประเทศใกล้เคียงรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดสินใจเปิดทางให้สหรัฐติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ “ทาด” ในประเทศเกาหลีใต้ เป็นต้นมา ทำให้จีนและรัสเซียไม่พอใจอย่างยิ่ง เพราะระบบขีปนาวุธ “ทาด” จะทำลายความสมดุลทางยุทธศาสตร์ของโลก และเป็นภัยคุกคามความปลอดภัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ของจีนกับรัสเซียทั้งในทางตรงและทางอ้อม แม้เกาหลีใต้จะพยายามอ้างว่าเพื่อเป็นการป้องกันขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ ก็เป็นข้ออ้างที่ไร้เหตุผลฟังไม่ขึ้น แท้จริงแล้วเป้าหมายหลักการตั้งระบบ “ทาด” คือเจาะจงที่จีนกับรัสเซียเป็นเป้าหมาย

การตัดสินใจของรัฐบาลเกาหลีใต้ที่มีนางปาร์คเป็นผู้นำก่อนหน้านี้ อนุญาตให้ติดตั้งระบบขีปนาวุธ “ทาด” ดังกล่าว จึงมีส่วนทำให้เกิดกระแสการต่อต้านจากประชาชนในเกาหลีเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นเหตุหนึ่งที่ถูกมองว่า รัฐบาลเกาหลีใต้ภายใต้การนำของนางปาร์ค กำหนดนโยบายประเทศผิดพลาด ปล่อยให้สหรัฐนำทหารมาก่อตั้งฐานทัพเพื่อสกัดจีนกับรัสเซีย เป็นการ “ชักศึกเข้าบ้าน” ไม่เป็นผลดีและอาจจะก่อเกิดอันตราย-ผลร้ายต่อเกาหลีใต้เองอย่างไม่คาดคิดมาก่อน

ผู้เขียนรู้สึกเสียดาย สงสาร ที่เห็นนางปาร์ค กึน เฮ ซึ่งอันที่จริงแล้วคงมีความตั้งใจจริงอาสาเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ เหมือนดังผู้บริหารประเทศในหลายประเทศ ที่ตั้งใจทำงานเพื่อประเทศตั้งแต่ต้น แต่ด้วยความหลงอำนาจ ใช้อำนาจไม่เป็นธรรมในตอนปลาย จึงจบไม่สวย ตามกฎแห่งกรรม

เมื่อช่วงต้นๆ ก่อนถูกเพื่อน “หมอผี” ชักนำไปทางผิด นางปาร์คตั้งใจมาสร้างเกียรติประวัติตัวเองด้วยการพัฒนาประเทศตามปณิธานของบิดาอย่างมุ่งมั่น เพื่อให้เกาหลีใต้ก้าวต่อไปข้างหน้า โดยจะเห็นได้จากคำปฏิญาณตนตอนรับตำแหน่งเข้าสู่อำนาจใหม่ๆ…

แต่ไม่ทราบว่าเวรกรรมอะไร เป็นเหตุทำให้เธอไปหลงเสน่ห์ (นางหมอผี) เพื่อนสนิทและบริวารที่ไม่หวังดี ชักใยอยู่เบื้องหลัง ชี้นำให้ใช้อำนาจรัฐในทางที่ผิด ทำการคอร์รัปชั่น ลืมความผิดชอบชั่วดี และทรยศต่อประชาชน จนเป็นเหตุปัจจัยทำให้ชีวิตของเธอต้องพินาศ ตกจากบัลลังก์อันทรงเกียรติ ลงสู่หุบเหวนรก…ตามกฎแห่งกรรมในที่สุด

บัดนี้ อดีตประธานาธิบดีแห่งเกาหลีใต้ผู้เคยมีอำนาจ แต่ไม่รู้จักใช้อำนาจให้เป็นธรรม ได้กลับมาสู่ความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริงอีกครั้งแล้ว ผู้เขียนจึงเชื่อว่าถ้าย้อนเวลาได้เธอคงได้สำนึกผิดทบทวนความหลัง จากบทเรียนใน “ยุคที่มีอำนาจสูงสุดอยู่ในมือ” …เธอได้ทำอะไรไว้กับประเทศชาติของเธอบ้าง?…เธอคงคิด…ถ้ารู้ว่ามีวันนี้!…ต้องตกม้าตายอย่างไม่สง่างามเช่นวันนี้…วันนั้น (เมื่อ 4 ปีก่อน) เธออาจไม่คิดอยากชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอันเต็มไปด้วยวิบากกรรมก็เป็นได้ว่ามั้ย?

การลงจากตำแหน่งด้วยถูก “Impeachment” ทำให้ต้องอยู่อย่างเดียวดายไร้เงาหมู่มิตรที่เคยห้อมล้อมสรรเสริญเหมือนแต่ก่อนนั้น เธอรู้สึกปวดร้าวเพียงใด?! บัดนี้คงซึมซาบ “สัจธรรม” ดีแล้ว ยิ่งกว่านั้นเธอคงสำเหนียกได้ว่าในวันวานที่อยู่ในอำนาจนั้น เธอเหลิงอำนาจจนลืมตัว คิดว่าเมื่อมีอำนาจแล้วทำอะไรก็ได้ คงไม่มีใครรู้ใครเห็น…มาบัดเดี๋ยวนี้ แม้จะสำนึกผิด โดยการปราศรัยกล่าวขอโทษต่อประชาชนถึงสามครั้งสามคราก็ตาม แต่ทว่าทุกอย่างก็สายเสียแล้ว …น่าเสียดายจริงๆ!!

อย่างไรก็ตาม ในหน้าประวัติศาสตร์แห่งประเทศเกาหลีใต้คงจักต้องจารึกถึงชื่อ “ปาร์ค กึน เฮ” ผู้น่าสงสาร ที่ได้ทิ้ง “เงา” แห่งความไม่สง่างามไว้ให้แก่ชนรุ่นหลังวิพากษ์วิจารณ์ต่อไปมิใช่หรือ?

จุดจบอันปวดร้าวของอดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ “ปาร์ค กึน เฮ”…น่าจะเป็นอุทาหรณ์-บทเรียนเตือนสติแก่ผู้เหลิงอำนาจ ใช้อำนาจทุจริต ประพฤติมิชอบ จนลืมคำสอนของพระพุทธองค์ ในเรื่องของสัจธรรม “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” เป็นอย่างดี

ดังนั้น จึงขอภาวนาต่อผู้นำประเทศทั้งโลกจงใช้อำนาจให้เป็นธรรม และอย่าเดินตามรอยผู้หลงผิดจนตัวตาย…เยี่ยง “ปาร์ค กึน เฮ” อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนนี้เลยนะครับ!!!

ไพรัช วรปาณิ
กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ