ได้อ่านและฟังข่าวจากหนังสือพิมพ์และทีวีแล้วมีข่าวที่จะต่อเติมได้สามข่าว
ข่าวแรกเป็นข่าวเกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย ซึ่งตามข่าวพูดทำนองว่า ธรรมกายกับรัฐบาล คสช.ไม่น่ามีเรื่องที่จะต้องจัดการกันถึงขนาดนี้ จะอ้างความมั่นคงของชาติก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ความมั่นคงของชาติที่ว่านั้น บางทีไม่ใช่ความมั่นคงของชาติหรอก น่าจะเป็นความมั่นคงของอำนาจของตนมากกว่า อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะพูดเรื่องดังกล่าว ขอกล่าวถึงเรื่องพระธรรมกายก่อน และเพื่อให้รู้ความจริง จะกล่าวถึงหลักการปฏิบัติสมาธิพอเป็แนวทางก่อน
การทำสมาธิในพระพุทธศาสนามีอยู่ 2 วิธีคือ หนึ่ง สมถกัมมัฏฐาน การทำกัมมัฏฐานเพื่อให้ได้ฌานจนมีคุณวิเศษในตัว กัมมัฏฐานประเภทนี้มีอารมณ์สำหรับนั่งกำหนดในใจ 40 ชนิด มีกสิณเป็นต้น สอง วิปัสสนากัมมัฏฐาน การทำกัมมัฏฐานเพื่อให้เห็นความจริงในร่างกายจนได้บรรลุความเป็นพระอริยบุคคล กัมมัฏฐานประเภทนี้มีอารมณ์สำหรับนั่งพิจารณา 6 ชนิด มีขันธ์ห้า เป็นต้น ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคกล่าวว่า การทำกัมมัฏฐานหรือทำสมาธิจนจิตสงบจะเกิดวิปัสสนูปกิเลส 10 ประการ อย่างแรกคือแสงสว่าง และความสงบสุข เป็นต้น ผู้ทำกัมมัฏฐาน เมื่อไม่ได้ศึกษามาก่อนก็จะทึกทักว่าเราได้บรรลุแล้ว จากนั้นก็จะนั่งหาความสุขจากอารมณ์นั้น โดยนึกว่านี่คือคุณวิเศษ เมื่อเป็นเช่นนี้ การบรรลุฌานหรือการสำเร็จเป็นพระอริยะก็จะไม่เกิดขึ้น
ดังนั้น ลัทธิธรรมกายจึงน่าจะเกิดขึ้นจากแนวทางดังกล่าวมานี้ และนั่นคือที่ในคัมภีร์อรรถกถาท่านกล่าวว่าสัจธรรมเทียมได้เกิดขึ้น เพราะเข้าใจผิดดังกล่าวมานี้ ถึงแม้จะเป็นสัจธรรมเทียม แต่การจะเกิดขึ้นได้ผู้ปฏิบัติก็ต้องทำสมาธิจนถึงระดับที่จิตสงบนิ่ง และน่าจะนำมาซึ่งความเลื่อมใสต่อผู้พบเห็น ดังนั้น ลัทธิธรรมกายที่อื่นๆ เขาก็อยู่อย่างสงบ มิเหมือนวัดพระธรรมกายที่เที่ยวซื้อที่ดินนับพันไร่สร้างวัด แถมโฆษณาชวนเชื่อผิดคำสอนของพระพุทธเจ้าว่าบริจาคมากจะได้บุญมาก เพราะความจริงพระพุทธเจ้ามิได้ตรัสไว้เช่นนั้น แต่ตรัสว่าผู้รับทาน ถ้าเป็นพระอรหันต์ ผู้ถวายด้วยจิตเลื่อมใสแม้ของถวายจะน้อย ผู้ถวายจะได้รับบุญมากมายนัก
นี่คือคำสอนที่ถูกต้อง
เพราะฉะนั้น การได้กุศลมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับผู้รับทานและผู้ให้ทานเท่านั้น วัตถุทานมากหรือน้อยไม่สำคัญ
จากข่าวย่อมเป็นที่รู้กันว่า การเดินธุดงค์ในเมืองที่มีการจราจรแสนจะแออัด แถมการเดินมิได้เดินอย่างสมณะ ผู้สงบ แต่เดินอย่างพระราชาสมัยโบราณที่เมื่อเสด็จไปเมืองไหน จะมีสาวงามโปรยดอกไม้ที่พระบาท ถ้าเป็นพระจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร แต่ก็มีบ้างถ้าพระผู้ใหญ่ตำแหน่งสูงไปที่ไหน พระและชาวบ้านจะยืนเข้าแถวต้อนรับ นั่นก็เพียงพนมมือไหว้ ไม่มีโปรยดอกไม้ที่เท้า แต่นั่นน่าจะยอมรับได้เพราะเป็นการต้อนรับท่าน สำหรับการเดินธุดงค์ของธรรมกายในกรุงเทพฯ ท่านเดินไปไหน เจ้าถิ่นยืนต้อนรับหรือไม่ เห็นมีแต่คนถิ่นอื่นมาต้อนรับ ข่าวว่าจ้างมาด้วยซ้ำ ดอกไม้ก็เตรียมมาเอง มันเหมือนการทำโชว์ นั่นไม่ใช่วิถีของสมณะ
ถามว่ากิจกรรมดังกล่าวมานี้ของวัดพระธรรมกายได้ใจคนกรุงเทพฯหรือไม่ ผู้เขียนขอตอบแทนว่าได้น้อยมาก นั่นคือข้อเสียที่ทำให้ชาวพุทธกรุงเทพฯเอือมระอา เมื่อรัฐบาลดำเนินการในประเด็นกฎหมายจึงวางเฉยเสีย หรือบางคนยุส่งด้วยซ้ำจากข่าวที่ว่าคนเสื้อแดงที่นิยมทักษิณหนุนธรรมกายนั้นไม่น่าจะทุกคน คนที่เข้าด้วยน่าจะเป็นกลุ่มลูกศิษย์ เพราะกลุ่มลูกศิษย์นึกถึงความช่วยเหลือที่ทักษิณเอื้อให้ เอื้ออย่างไร ขอเล่าตามข่าวดังต่อไปนี้ หลายปีมาแล้วครอบครัวหนึ่งที่อำเภอสองพี่น้องโวยว่าแม่บ้านเอาโฉนดที่ดินไปถวายวัดพระธรรมกายหมด พวกเขาเดือดร้อน แล้วต่อมาก็มีข่าวว่าโฉนดนั้นเป็นชื่อของพระธัมมชโย คณะสงฆ์สมัยนั้นคิดอย่างไรไม่ทราบ ต้องการจะเบียดเบียนเขาหรือเปล่า จึงให้มีการสอบสวนทางวินัยสงฆ์
ในขณะเดียวกันทางการก็ให้อัยการฟ้อง น่าจะเป็นข้อหายักยอกทรัพย์ ดูเหมือนจะมีการถอดสมณศักดิ์ด้วย เมื่อเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีทำการวินิจฉัยอธิกรณ์เรื่องยักยอกที่ดินวัดมาเป็นของส่วนตัวแล้ว ปรากฏว่าพระธัมมชโยไม่อาบัติปาราชิก เพราะเจ้าของโฉนดเขาให้การว่าเขาไม่ได้ถวายวัด เขาถวายมูลนิธิซึ่งมีพระธัมมชโยเป็นประธานมูลนิธิ เมื่อมันเป็นเช่นนี้ พระวินัยธรคือเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีจะตัดสินว่าเขาอาบัติปาราชิกได้อย่างไร ทุกอย่างต้องจบ แต่บางคนไม่ให้จบเพราะอะไร? แล้วเมื่อทักษิณมาเป็นนายกฯ พวกเขาไปขอความเป็นธรรมจากนายกฯทักษิณ เรียกอัยการมา เรียกผู้เกี่ยวข้องมา แล้วถามว่า ในเมื่อคณะสงฆ์สอบแล้วท่านไม่ผิด ทำไมจึงไม่ถอนฟ้อง แล้วนั่นเองที่อัยการต้องถอนฟ้อง ทางการต้องคืนสมณศักดิ์ให้
แล้วนี่คือข่าวที่ธรรมกายหนุนทักษิณจะไปโทษใครล่ะ!
แล้วต่อมาท่านผู้หนึ่งทำหนังสือถึงมหาเถรสมาคมว่าพระธัมมชโยอาบัติปาราชิกต้องคืนที่ดินให้วัด ถามว่านี่! คืออะไร?
หลายสิบปีมาแล้วชาวพุทธเห็นความยิ่งใหญ่ของวัดพระธรรมกาย ที่ดินก็นับพันไร่ อาคารสถานในวัดมโหฬารพิลึกนัก สภาสงฆ์โลกก็มี ตึกบุญรักษาก็เป็นสิบชั้น ที่พักของฆราวาสก็มีมากมาย ภายในวัดก็เหมือนเมืองเมืองหนึ่ง มีสำนักงานต่างๆ จะทำให้เป็นเหมือนสำนักวาติกันหรือไร คนเห็นที่ชื่นชมก็ยกมือท่วมหัวรำพึงว่าท่านเก่งเหลือเกิน คนที่ไม่ชื่นชมก็อุทานว่าคนศรัทธาท่านถึงขนาดนี้เชียวหรือ! อีกไม่นานต่อมา ประธานสหกรณ์คลองจั่นถูกจับได้ว่านำเงินของสหกรณ์ไปถวายวัดพระธรรมกายเป็นพันล้านบาทจนสหกรณ์เกิดปัญหาเรื่องการเงิน ประธานสหกรณ์ถูกจับติดคุก ธัมมชโยถูกกล่าวหาว่ารับของโจรติดร่างแหไปด้วย
แล้วนั่นเอง ที่ทุกคนถึงบางอ้อ! ที่แท้ความยิ่งใหญ่ทั้งหมดนี้มาจากเงินของสหกรณ์นั่นเอง พฤติกรรมแบบนี้จะให้ผู้มีอำนาจชื่นชมหรือสกัดไว้ก่อนในเมื่อทำผิดกฎหมาย
ขณะนี้หลายสื่อบ่นถึงเรื่องนี้ บางสื่อก็กล่าวว่าพฤติกรรมของธรรมกายไม่น่าจะสะเทือนความมั่นคงแห่งชาติเลย ใช่! ไม่น่าจะสะเทือนความมั่นคง แต่บางกลุ่มคิดว่าสะเทือนฐานะของกลุ่มตน คืออะไร? อย่าลืมว่าขณะนี้สภาพสังคมของเมืองไทยกำลังแล่นไปสู่กระแสความเป็นสากล คือการต่อสู้แย่งชิงอำนาจของแต่ละชนชั้น ขอให้นึกถึงข่าวที่ พท.ยื่นหนังสือให้เปลี่ยนกรรมการปรองดองจากทหารเป็นคนอื่น ทหารถามว่าทำไมไม่ไว้ใจทหาร ขณะเดียวกันก็มีคนถามทหารว่า ทำไมไม่ไว้ใจ พท. คำตอบจะออกมาดังต่อไปนี้
เมื่อทหารถามว่าทำไมไม่ไว้ใจทหาร พท.หรือคนอื่นจะตอบว่า เพราะทหารใช้อาวุธยึดอำนาจไม่ให้มีการเลือกตั้ง และเมื่อมีคนถามทหารว่าทำไมไม่ไว้ใจ พท. ทหารจะตอบว่า ถ้าเลือกตั้งเมื่อไร พท.ซึ่งเป็นฝ่ายคนมีเงินจะได้อำนาจ เพราะคนกลุ่มนี้ยึดชนชั้นล่างที่มีมวลชนเป็นฐานอำนาจไว้ได้ แล้วเมื่อนั้นกลุ่มของตนก็จะหมดอำนาจ จะเห็นได้ทั่วโลกทุกวันนี้ กลุ่มที่มีอาวุธเป็นฐานอำนาจได้ถอยจากเวทีอำนาจไปเกือบค่อนโลกแล้ว โดยยอมให้กลุ่มพ่อค้ากลุ่มมีเงินแย่งอำนาจกันภายในกลุ่มของตนเอง เหตุการณ์ดังกล่าวแทบจะไม่มีคนรู้ แต่ชนชั้นสูงรู้มานานแล้ว และก็เริ่มตกใจเมื่อเห็นคนวรรณะศูทรที่มีมวลชนเป็นฐานอำนาจได้รับการอุปการะจากคนมีเงินคนหนึ่ง เหมือนขณะนี้ชนชั้นล่างของอเมริกากำลังได้รับการดูแลจากเศรษฐีทรัมป์ฉะนั้น
จากท่าทีดังกล่าวจึงเดาได้ว่าคนสามกลุ่มกำลังแย่งอำนาจกัน กลุ่มที่เสียเปรียบคือกลุ่มชนชั้นล่าง เพราะไม่มีเครื่องมืออะไรเลย แถมมนุษย์ทุกคนมีปมด้อยอยู่สองอย่างคือกลัวตายกับงก เผอิญกลุ่มหนึ่งมีอาวุธเป็นฐานอำนาจ เมื่อต้องการอะไร? จับปืนเฉยๆ เท่านั้น คนก็ยอมแล้ว ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งมีเงินเป็นฐานอำนาจ เพียงเอาเงินล่อเท่านั้น คนยากจนก็ยอมเหมือนกัน สภาพการณ์จึงเหมือนคนสองกลุ่มผู้มีเครื่องมือกำลังแย่งชนชั้นล่างมาเป็นฝ่ายตน แย่งกันตามกฎหมายไม่ผิดหรอก เพราะประโยชน์จะตกแก่คนชั้นล่าง อย่างเช่นการแก้ความเหลื่อมล้ำเป็นต้น แต่ขอให้ทำจริงๆ อย่ามีแต่โครงการ งานไม่เดิน ขออย่านึกว่าให้ผลประโยชน์อย่างเดียวจะซื้อใจคนได้ ต้องให้ความยุติธรรมด้วย อยากจะกระซิบว่ามีข่าวที่ออกมาน่าจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเสียคะแนน คือข่าวที่ออกมาทางคลิปว่า ผอ.สำนักพระพุทธฯคุยกับพระรูปหนึ่ง เผอิญพระรูปนั้นท่านมีอธิกรณ์หรือคดีที่มีผู้ฟ้องท่านที่ผิดวินัย ทางการก็เงียบ ไม่มีการสอบสวน ตัวพระเองที่ถูกฟ้องท่านใจถึง ท่านทำเรื่องที่คนกล่าวหาท่านถึงสำนักพระพุทธฯให้ทำการสอบสวนให้กระจ่าง สำนักพระพุทธฯรับเรื่องแล้ว เงียบฉี่! ถ้ามีคนไปถาม คำตอบที่น่าจะได้คือ บ๊ะๆๆ เพราะหลายคนรู้ว่าเป็นคนของใคร นี่แหละจะทำให้เสียคะแนน เพราะทีพระของอีกฝ่ายหนึ่งทำเอาๆ
เรื่องวัดพระธรรมกายคงจะมีการกล่าวถึงไปอีกนาน เพราะเป็นเรื่องที่คนสนใจมาเป็นสิบๆ ปี ความสนใจอยู่ที่สามารถเรียกคนได้มากมาย ความน่าสนใจอยู่ที่มีการเกี่ยวข้องกับการเมือง ความน่าสนใจอยู่ที่ทางการกล่าวหาว่าทำผิดกฎหมายนับสิบคดี ความน่าสนใจอยู่ที่ทางบ้านเมืองใช้กำลังจนหมดก็ยังหาตัวพระธัมมชโยไม่ได้
กาลเวลาจะเผยความจริงเองว่าสิ่งไหนจริง สิ่งไหนเท็จ ทุกอย่างต้องอาศัยกาลเวลา
กลิ่นบงกช

