วิทยาศาสตร์ในโลกกีฬา – ในวงการกีฬา โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน มีวิทยาศาสตร์เข้าไปเกี่ยวข้องอยู่มากมายเหลือเกิน ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงการกลายเป็นองค์ประกอบที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง ถึงขนาดกลายเป็นการชี้ขาดตัดสินว่า ใครจะได้เป็นแชมป์กันเลยทีเดียว
ที่หยิบยกเรื่องนี้มาพูดถึงเอาไว้ เพราะมีตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมชัดเจนเกิดขึ้นให้เห็นมาหมาดๆ นั่นคือการได้ แชมป์ พรีเมียร์ ลีก ของทีมฟุตบอลจากสโมสร ลิเวอร์พูล ทำให้สโมสรสามารถครองแชมป์ลีก
สูงสุดได้เป็นสมัยที่ 20 และได้รับการยอมรับกันว่า เป็นสโมสรฟุตบอลจากประเทศอังกฤษที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดไปแล้ว
เบื้องหลังความสำเร็จของลิเวอร์พูล มีวิทยาศาสตร์หลากหลายสาขาเป็นปัจจัยประกอบอยู่ ที่สำคัญก็คือ สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬาฟุตบอลของอังกฤษ ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า ช่วยให้ลิเวอร์พูลมีความแน่นอน คงเส้นคงวามากกว่าทีมอื่นๆ ที่เบียดแย่งแชมป์ด้วยกัน นักเตะสำคัญๆ สามารถกรำศึกหนัก ใช้พลังงานได้เต็มที่ไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวน จนประสบความสำเร็จได้ในที่สุด และกลายเป็นคำถามสำคัญในที่สุดว่า ทีมงานเบื้องหลังของลิเวอร์พูลทำอย่างไร ถึงสามารถเปลี่ยนทีมที่ในช่วงหลายฤดูกาลหลังๆ มา ถูกขนานนามว่า เป็นทีม เจ็บง่าย เหนื่อยเร็ว เหี่ยวปลาย กลายเป็นแชมป์ไปได้อย่างงดงามเช่นนี้
คำตอบของเรื่องนี้อาจเป็นความลับสำหรับนักวิทยาศาสตร์การกีฬาจากสโมสรอื่นๆ โดยเฉพาะทีมระดับต้นๆ ที่พากันเจ็บระนาว จนฟอร์มแกว่ง ทำแต้มหล่นหายไปเป็นระยะๆ ปล่อยให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ไปได้ในที่สุด แต่ก็ทำให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นสถานที่ที่หน่วยงานทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาของนานาประเทศอยากเข้าไปศึกษาดูงานมากที่สุดไปด้วยในเวลานี้
อีกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการได้แชมป์ของลิเวอร์พูล และเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์โดยตรง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในวันที่ 27 เมษายน วันที่ลิเวอร์พูลมีชัยชนะเหนือสเปอร์ 5-1 ต่อหน้าแฟนบอลที่แออัดยัดเยียดในสนามแอนฟิลด์ เพราะมีรายงานจากทีมนักวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ (earth scientists) ของมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล ที่ระบุว่า การเชียร์ การฉลองประตูของแฟนบอลในวันนั้นมีพลังมากมายมหาศาล ถึงขั้นก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นเลยทีเดียว
บีบีซีรายงานเรื่องนี้เอาไว้ว่า ประตูของ อเล็กซิส แมคอัลลิสเตอร์ ในนาทีที่ 24 สร้างความยินดีปรีดา กระโดดโลดเต้นในหมู่แฟนบอลที่เข้าไปชมในสนาม จนทำให้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นแรงที่สุด โดยวัดได้จากอุปกรณ์ตรวจจับแผ่นดินไหวของมหาวิทยาลัย โดยอุปกรณ์ตรวจวัดแผ่นดินไหวดังกล่าววัดความรุนแรงได้ว่า อยู่ที่ระดับ 1.74 ตามมาตราริกเตอร์
คัลลัม แฮร์ริสัน นักแผ่นดินไหววิทยา ประจำสำนักสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งอังกฤษ (British Geological Survey) บอกว่า อุปกรณ์ตรวจวัดที่ใช้นี้ เป็นเครื่องมือที่ละเอียด อ่อนไหวที่สุุด ระดับความรุนแรงที่วัดได้นี้ เคยตรวจจับได้หลายครั้งในการแสดงคอนเสิร์ตต่างๆ รวมทั้งการแข่งขันกีฬาหลายๆ นัด หนึ่งในจำนวนนั้นคือ คอนเสิร์ตของ เทย์เลอร์สวิฟต์ ที่จัดขึ้นในอังกฤษเมื่อปีที่แล้วนี่เอง
แฮร์ริสันอธิบายว่า แผ่นดินสะเทือนที่ว่านี้เทียบได้กับแผ่นดินไหวขนาดเล็กๆ เกิดขึ้นจากการที่บรรดาแฟนบอลพากันกระโดดขึ้นๆ ลงๆ หรือพากันเต้น กระทืบเท้าไปมา เป็นการฉลองประตู ไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหวจริงๆ
ศาสตราจารย์ เบ็น เอ็ดเวิร์ดส์ หนึ่งในทีมศึกษาวิจัยที่ตรวจจับสัญญาณแผ่นดินไหวครั้งนี้ บอกว่า การฉลองประตูดังกล่าวนี้ ก็เป็นเหมือนเหตุแผ่นดินไหวตามธรรมชาติ ที่เมื่อทำพร้อมๆ กัน โดยคนจำนวนไม่น้อยกว่า 60,415 คนที่เข้าไปชมการแข่งขันแมตช์นี้ ก็าสามารถทำให้แผ่นดินเกิดสะเทือนไหวได้เช่นกัน โดยเฉพาะในการฉลองประตูที่ได้ทุกประตู
จากการตรวจวัดพบว่า ประตูที่ก่อให้เกิดการฉลองจนแผ่นดินสะเทือนรุนแรงเป็นอันดับสองก็คือ ประตูของ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ในครึ่งหลัง ซึ่งวัดความแรงได้ 1.60 ตามมาด้วยประตูของ โคดี้ กัคโป ซึ่งวัดได้ 1.03 แล้วถึงเป็นประตูที่ทำให้ลิเวอร์พูลตีเสมอได้เป็น 1-1 ของ หลุยส์ ดิอาซ วัดได้ 0.64
ดร.ฟาร์นาซ แคมรันแซด หนึ่งในทีมวิจัย บอกว่า อาการแผ่นดินสะเทือนครั้งนี้ เล็กน้อยเสียจนแม้แต่คนที่กำลังเต้น กำลังกระโดดอยู่บนอัฒจันทร์ ก็ไม่รู้สึก แต่การฉลองประตูแต่ละประตู จะส่งผล สร้างร่องรอยให้กับพื้นดินใต้เท้าของเราทุกครั้ง
เป็นร่องรอยของความยินดีปรีดา ที่ถูกจารึกไว้ในความทรงจำของโลก ต่อไปอีกนานปีหลังจากที่นกหวีดเป่าหมดเวลาการแข่งขันไปแล้ว
ท่าน ดร.บอกเอาไว้อย่างนี้จริงๆ ครับ
ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

