หน้าแรก คอลัมนิสต์ เคราะห์ร้าย โ...

เคราะห์ร้าย โดย จำลอง ดอกปิก

27.02.16 | 13:01 น.

การออกโรงของ 2 อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร-พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ คงเป็นที่เพ่งเล็ง จับตาดูความเคลื่อนไหวไม่น้อย การข่าวขั้นพื้นฐานรัฐ มักเริ่มจากการปะติดปะต่อ โยงใยความสัมพันธ์ จับมาวิเคราะห์ นำไปสู่การสรุป เป็นกลุ่มขบวนการจัดตั้งในที่สุด

เพียงแต่ว่า เสียงของอดีตผู้นำฝ่ายบริหารประเทศ มิใช่มุมมองใหม่แต่อย่างใด เป็นเรื่องเดิมทั้งสิ้น และสอดคล้องกับความเห็นของผู้คนในสังคมจำนวนหนึ่งในขณะนี้ ที่แสดงความห่วงใยบ้านเมือง และเรียกร้องต้องการให้มีการเขียนกติกา จัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกต้อง และคืนอำนาจประชาชนแบบเต็มแก้ว ไม่พร่องแม้แต่นิดเดียว

ประเทศไทยเคราะห์ร้าย ที่มาเจอคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้เข้ามาทำหน้าที่ออกแบบกติกาให้กับบ้านเมืองในระยะเวลาที่ความคิดเห็นแตกต่างกัน ยากที่ทำให้ทุกฝ่ายพอใจ

เพราะไม่ยึดมั่นหลักการ ศรัทธาในอุดมการณ์ประชาธิปไตย

ความไม่พึงพอใจจึงปรากฏขึ้น

Advertisement

แต่ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวเรียกร้องเชิงหลักการหรือไม่ก็ตาม แน่นอน การปรากฏตัวของอดีต 2 นายกฯ โดยเฉพาะทักษิณ ชินวัตร ย่อมถูกมอง ไม่พ้นมีเป้าประสงค์ทางการเมืองแอบแฝงเป็นหลัก

กล่าวสำหรับทักษิณ

ซุ่มเงียบ เก็บตัว ไม่ออกมาเคลื่อนไหว สไกป์ โฟนอิน และให้สัมภาษณ์สื่อนอกมาเป็นเวลานานพอควร

การเดินสาย ออกสื่อถี่ยิบ ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออย่างนี้ มีผลได้-ผลเสียเหมือนกัน

แต่ก็คงไตร่ตรองมาดีแล้ว

อันที่จริง การกบดาน อยู่นิ่งเฉย และเคลื่อนไหวรูปแบบต่างๆ มีค่าไม่ต่างกันเท่าใดนัก

ดูจากท่าที การแสดงออกที่สะท้อนจุดยืนของฝ่ายกุมอำนาจ อย่างไรเสีย คงจัดเต็ม คุมเข้มบางขั้วฝ่ายแน่นอน

ทั้งเนื้อหา บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และบทเฉพาะกาล 2 ขยัก ไม่ปล่อยมือ คืนอำนาจประชาชน 100% ง่ายๆ แต่มุ่งวางกลไก บริหารจัดการการเลือกตั้ง-จัดตั้งรัฐบาล ยืดอำนาจอีกช่วงระยะเวลาหนึ่ง

แต่กระนั้น การเคลื่อนไหวก็อาจดีกว่า นิ่งเฉยรอวันถูกประหาร

ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาล คสช.ไม่รามือแน่

หยุดเคลื่อนไหวให้ตายใจอย่างไรก็ไม่ได้ผล

ดูจากเนื้อหาร่างแรก และข้อเสนอ ครม.ข้อ 16 ของ ครม. ก็พอมองออก

แม้การเคลื่อนไหว ทำให้ฝ่ายกุมอำนาจ เล็งเห็นความจำเป็น ต้องล็อกแน่นหนา วางกลไกพิเศษ คุมเกมต่อมากยิ่งขึ้น

ดูไม่เป็นผลดีแม้แต่น้อย

แต่อีกด้านหนึ่ง การออกมาให้สัมภาษณ์วิพากษ์โจมตีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ตามด้วยการตอกย้ำปัญหาเศรษฐกิจปากท้องเรื่องใกล้ตัว

ก็เป็นที่รู้กันอยู่ว่า มีเป้าหมายฟ้องต่อนานาชาติอย่างมิต้องสงสัย

มุ่ง ชี้เป้า จุดบกพร่องทิศทางการเมืองไทย

ปลุกชาติต่างๆ เพิ่มเครื่องมือ-แรงกดดัน เพื่อกำกับการเปลี่ยนผ่าน ให้ดำเนินไปอย่างถูกต้อง ทั้งกติกาและการคืนอำนาจ

เนื่องจากน่าจะเป็นหนทางเดียวที่เหลืออยู่ ของการต่อสู้ ดิ้นรน

แต่จะได้ผลหรือไม่ และมากน้อยแค่ไหนก็น่าคิดอยู่

ยิ่งนานวัน ดูเหมือนจะดื้อยา ไม่สนใจปฏิกิริยาประชาคมโลก

ขณะที่แนวรบการต่อสู้ในประเทศนั้น ผ่านครึ่งทางการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ

การเรียกร้อง แก้ไขทบทวนประเด็นใหญ่ สัญลักษณ์ประชาธิปไตยจากฝ่ายต่างๆ ไม่มีเสียงตอบรับ ไม่มีผล ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

การรับฟังความเห็น ไม่ต่างจากดำเนินการเสมือนเป็นพิธีกรรม สร้างภาพทำให้กระบวนการร่างครบถ้วนสมบูรณ์เท่านั้น

ฝ่ายน้ำเต็มแก้ว

คิดแต่จะหยิบยื่น-ยืนยันน้ำครึ่งแก้วให้กับประชาชนถ่ายเดียว

ประชาชนคนไทยต่างหากเคราะห์ร้าย