หน้าแรก คอลัมนิสต์ จิบูตี ดินแดน...

จิบูตี ดินแดนแห่งฐานทัพนานาชาติ

25.06.25 | 12:29 น.

จิบูตี – ประเทศจิบูตี (Djibouti) ตั้งอยู่เป็นประเทศเล็กๆ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา มีประชากรประมาณหนึ่งล้านคน และมีพื้นที่เพียง 23,200 ตารางกิโลเมตร แต่ด้วยความสำคัญทางยุทธศาสตร์เกินตัว เพราะตั้งอยู่ใกล้ช่องแคบบาเบลมันเดบ ที่เชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดนซึ่งเป็นประตูสู่มหาสมุทรอินเดียและยุโรป ทุกปีมีเรือสินค้ากว่า 20,000 ลำ (คิดเป็นประมาณ 30% ของการค้าสินค้าทั่วโลก) แล่นผ่านช่องแคบนี้ การเดินทางเหล่านี้ส่วนใหญ่ต้องผ่านประตูบาเบลมันเดบที่ส่วนแคบที่สุด 26 กิโลเมตร ส่วนช่วงที่ยาวที่สุด 50 กิโลเมตร ก่อนเข้าสู่คลองสุเอซไปยุโรปหรืออเมริกา ดังนั้น จิบูตีจึงเสมือนจุดศูนย์กลางทางทะเลแสนคับแคบ ที่ใครยึดครองไว้ย่อมได้เปรียบในเกมการค้ามากกว่าคนอื่น

นอกจากนี้ จิบูตียังเป็นด่านหน้าทางการเมืองที่เชื่อมโลก 3 ทวีปเข้าด้วยกัน โดยติดกับชายแดนประเทศเอธิโอเปีย ประเทศเอริเทรีย และประเทศโซมาเลียของทวีปแอฟริกา ส่วนชายฝั่งทะเลแดงทอดยาว 314 กม. ติดกับทะเลแดงและอ่าวเอเดน การติดต่อผ่านประเทศนี้จึงสามารถเชื่อมต่อยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เข้าไว้ด้วยกันได้โดยง่าย เพราะประเทศเอธิโอเปียคือประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลที่มีประชากรมากที่สุดในโลก ต้องพึ่งพาท่าเรือจิบูตีเป็นเส้นทางหลักเกือบทั้งหมด (ราว 90% ของการค้าต่างประเทศ) เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าเข็มทิศเศรษฐกิจของภูมิภาคหมุนตรงมายังจิบูตี

เมื่อเป็นเช่นนี้ จิบูตีจึงกลายเป็นสนามเด็กเล่นของบรรดาประเทศมหาอำนาจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จิบูตีจะมีขนาดพื้นที่พอๆ กับจังหวัดนครราชสีมาของไทยเราเท่านั้น แต่ธงชาติจากสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อิตาลี และชาติอื่นๆ กลับถูกโบกสะบัดอยู่ทั่วทุกมุมประเทศ ในแง่หนึ่งความเล็กของประเทศกลับกลายเป็นข้อได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์เพราะทำให้จิบูตีกลายเป็นศูนย์กลางการแข่งขันระหว่างประเทศขนาดใหญ่แทนที่จะเป็นเพียงถิ่นทุรกันดารแห่งหนึ่งในทวีปแอฟริกาเท่านั้น เพราะจิบูตีไม่มีกองทัพอันเกรียงไกรจึงจำต้องเป็นเจ้าภาพของฐานทัพต่างชาติหลายชาติในรูปแบบของเขตเช่าโดยที่ประเทศที่มาเช่าพื้นที่ของจิบูตีสร้างฐานทัพนั้นมักถูกวิจารณ์ว่าเป็นการขยายขอบเขตอิทธิพลของตนอย่างเปิดเผย โดยประเทศที่มีสถานะดังกล่าว ได้แก่

1) สหรัฐอเมริกา ทำการตั้งฐานทัพที่จิบูตีถือเป็นฐานทัพถาวรแห่งเดียวของกองทัพสหรัฐอเมริกา ในทวีปแอฟริกา ก่อตั้งขึ้นหลังเหตุการณ์ 9/11 ใน พ.ศ.2544 สหรัฐอเมริกามีกำลังพลกว่า 4,000 นายประจำการที่นี่ และมีรายงานว่าเสียค่าเช่าพื้นที่ให้รัฐบาลจิบูตีปีละประมาณ 70 ล้านดอลลาร์ ฐานทัพนี้ทำหน้าที่สอดส่องและปฏิบัติการต่อต้านกลุ่มติดอาวุธในโซมาเลีย เยเมน และแอฟริกาตะวันออกส่วนอื่นๆ

2) ฝรั่งเศสซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาณานิคมที่ปกครองจิบูตีจนได้รับเอกราชใน พ.ศ.2520 รัฐบาลฝรั่งเศสจึงได้รับสิทธิพิเศษให้ตั้งฐานทัพถาวรสืบเนื่อง หลังจากเอกราช ฝรั่งเศสก็ตั้งฐานอากาศยานสำคัญที่ชาวจิบูตีเรียกว่า “เฮอรอง” ตั้งแต่ พ.ศ.2500 มีทหารประจำการ 1,450 นาย ฝรั่งเศสยังทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือด้านการป้องกันประเทศกับจิบูตี โดยแลกเปลี่ยนกับความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจหรือสิทธิพิเศษทางการค้า

Advertisement

3) จีนใน พ.ศ.2560 ได้เปิดฐานทัพต่างประเทศแห่งแรกในทวีปแอฟริกาที่อ่าวดอราเลห์ของจิบูตี ฐานทัพของจีนแห่งนี้อยู่ห่างจากฐานทัพสหรัฐอเมริกาเพียง 11 กิโลเมตร ทางการจีนสร้างฐานทัพเสียใหญ่โตให้มีทหารประจำการได้ถึง 10,000 นาย แม้ปัจจุบันจะมีทหารจีนประจำการราว 250 นายเท่านั้น มีรั้วล้อมเป็นเหล็กเคลือบขอบมีดโกนรอบฐาน ทางการจีนอ้างว่าจะใช้ฐานทัพนี้คุ้มครองความมั่นคงของเส้นทางการค้าและผลประโยชน์ของจีนในภูมิภาค นอกจากนี้ บริษัทจีนยังลงทุนสร้างท่าเรืออเนกประสงค์มูลค่า 580 ล้านดอลลาร์สหรัฐในจิบูตี และเสร็จสมบูรณ์แล้วได้รถไฟไฟฟ้าความยาว 750 กม. มูลค่ารวมกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เชื่อมต่อระหว่างจิบูตีกับประเทศเอธิโอเปีย ทำให้เอธิโอเปียซึ่งเป็นประเทศไร้ทางออกสู่ทะเลต้องพึ่งพาจิบูตีมากกว่า 90% ของการค้าทั้งหมด มีช่องทางใหม่ ส่วนโครงการเขตการค้าเสรี (FTZ) ขนาดใหญ่ที่สุดในแอฟริกากำลังเดินหน้า โดยจีนลงทุนหลักหลายพันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม การลงทุนมหาศาลเหล่านี้ก็ต้องแลกมาด้วยหนี้สินสูง ทำนองกับดักหนี้ (debt trap) ของจีนที่อาจบีบให้ประเทศขนาดเล็กต้องจำยอมยอมทำตามเงื่อนไขของจีน

4) ญี่ปุ่น ทางกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นก็มีฐานทัพในจิบูตีแห่งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ.2554 ใกล้กับสนามบินนานาชาติอัมบูลี ด้วยเงินสนับสนุนราว 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จุดประสงค์หลักคือทำลายเรือโจรสลัดและเสริมการเฝ้าระวัง และทางการญี่ปุ่นได้ประกาศจะขยายขีดความสามารถฐานทัพนี้ เพื่อเป็น “คานถ่วง” อิทธิพลจีนในแอฟริกา ล่าสุด ญี่ปุ่นได้ขยายพื้นที่ฐานทัพเป็น 94 ไร่ เพื่อรองรับการอพยพพลเรือนในยามฉุกเฉินด้วย

5) อิตาลีเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ตั้งฐานทัพในจิบูตีโดยมีทหารประจำการอยู่ราว 300 นาย เพื่อร่วมปฏิบัติต่อต้านโจรสลัด

6) ซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ริมทะเลแดงเองก็ยังเข้ามาใช้ดินแดนของจิบูตีเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้กับรัฐบาลอิหร่านในภูมิภาค ซาอุดีอาระเบียจึงได้ตั้งฐานทัพในจิบูตีไว้ด้วย นอกจากนี้ ซาอุดีอาระเบียยังใช้โครงการ WAMY (World Assembly of Muslim Youth) เข้ามาส่งผ่านวิถีศาสนาเพื่อโน้มน้าวชาวจิบูตีในทิศทางของตน

7) สำหรับประเทศอื่นๆ นอกจากนั้น ยังมีประเทศตะวันตกหลายชาติ เช่น เยอรมนี สเปน และฝรั่งเศส ยังส่งหน่วยรบมาร่วมกันฝึกฝนและปฏิบัติการร่วมกันภายใต้ภารกิจ EU เช่น Operation Atalanta และ Operation Enduring Freedom (ใช้ฐานเฮอรองของฝรั่งเศส) ขณะที่เกาหลีใต้และอินเดียก็ใช้ประโยชน์จากท่าเรือหรือฐานทัพทั้งของสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น ในฐานะท่าศูนย์กลางการลาดตระเวนบริเวณนี้ แม้แต่รัสเซียก็เคยเจรจาสร้างฐานทัพทางทะเลในจิบูตี แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ รายการฐานทัพเหล่านี้รวมแล้วทำให้จิบูตีเป็นพื้นที่เดียวในโลกที่มีฐานทัพต่างชาติอย่างน้อย 8 ประเทศ กล่าวได้ว่าทุกกองทัพของประเทศต่างผลัดเปลี่ยนมา “ยืมบ้านจิบูตี” กันถี่ยิบ เพื่อประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของประเทศตน