หน้าแรก คอลัมนิสต์ ที่เห็นและเป็...

ที่เห็นและเป็นไป : หรือ ‘ฮุนเซน’ แค่ ‘เฒ่างอแง’

29.06.25 | 11:06 น.

ก่อนเที่ยงวันที่ 28 มิ.ย. มีโทรศัพท์เข้ามา 2-3 สาย ได้ดู “ไลฟ์สดฮุน เซน” เนื้อหาเป็นไปอย่างที่ไลฟ์ขู่ไว้เมื่อวานหรือเปล่า เห็นมียอดเข้าไปดูเป็นหมื่นคน พร้อมสรุป ดูท่าว่าเที่ยวนี้ครอบครัว “ชินวัตร” น่าจะไปไม่รอดแน่

หลังจากไปหาเปิดดู จริงตามนั้น คนดูหมื่นกว่าคน แต่ฟังไม่รู้เรื่องเพราะ
“ฮุน เซน” พูดภาษาเขมร แถมไม่รู้ว่าจะแปลสดมาเป็นภาษาไทยอย่างไร เลยมาหาดูว่ามีใครแปลให้ฟังบ้างหรือเปล่า

หาไม่เจอ

ลึกๆ แล้วคิดว่าน่าจะหนัก เพราะไลฟ์ต่อเนื่องมา 3 ชั่วโมงกว่า คงลงรายละเอียดที่เป็นความลับของคนในตระกูลชินวัตรที่ใกล้ชิดสนิทสนมกันไปลึกอย่างน้อยก็ตามคำขู่

คงตัดสวาทขาดสัมพันธ์กันแน่แล้ว เพราะหลังจากปล่อยคลิปเสียงที่นายกรัฐมนตรีแพทองธารโทรไปคุยในฐานะลุง-หลาน ขอให้ช่วยเคลียร์ปัญหาชายแดน แบบทั้งใจ เน้นที่คำพูดว่า “แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นคนละฝ่าย” เพื่อให้นายกรัฐมนตรีไทยผิดใจกับทหาร ทำให้เชื่อว่านั่นเป็นประสงค์ร้าย

Advertisement

ยิ่งหลังจากนั้นนักวิเคราะห์ทั้งหลายออกมาขู่ให้เห็นความเขี้ยวของ “ผู้นำกัมพูชา” ที่ครองอำนาจมายาวนานด้วยความเก่งกาจในเรื่องจิตวิทยามวลชน ยิ่งเห็นคล้อยตามไปว่า “อุ๊งอิ๊ง” ซึ่งฟังจากคลิปแล้วเป็นอย่างที่ว่ากัน คือ “อ่อนหัดการเจรจาปัญหาระหว่างประเทศอย่างให้อภัยไม่ได้” เพื่อคิดถึงผลกระทบที่เกิดกับงานมวลชน

เพียงแต่ตงิดๆ อยู่ว่า “แล้วเหตุที่ฮุน เซน โกรธจนต้องจับหลานมาบูชายัญมันเป็นเรื่องอะไร” แม้พยายามฟังซ้ำคลิปโทรศัพท์นั้นอีก 2-3 รอบก็จับความไม่ได้อยู่ดีว่าโกรธเรื่องอะไร

ในที่สุดเมื่อทั้ง 2 ฝ่ายตอบโต้กันด้วยสั่งปิดด่าน งดค้าขายสินค้าอุปโภคบริโภค
ตัดน้ำมัน อินเตอร์เน็ต เลิกจ้างงาน สร้างความเดือดร้อนให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างหนักหนาสาหัส เพราะนายกรัฐมนตรีแพทองธารถูกกดดันให้ต้องเดินตามทิศทางในนโยบายของกองทัพอย่างไม่มีทางเลือกอื่น

และที่สุดลามไปถึงการขู่ว่าจะแฉความลับจากคนที่รักใคร่ นำมาซึ่งการไลฟ์สดอย่าง
ที่ว่า

กระทั่งไลฟ์จบมีผู้รู้ถอดความมาให้ฟัง แล้วพบว่าไม่มีเนื้อหาที่ทำให้ซีเรียสผสมอยู่เลย

“ทักษิณ ชินวัตรป่วยไม่จริง-กัมพูชาอำนวยความสะดวกให้ ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’
ลี้ภัยการเมือง” เป็นข้อมูลที่รู้กันทั้งโลกอยู่แล้ว

“ไม่พอใจการทำงานของอุ๊งอิ๊ง+ประสานงานกับบิ๊กตู่มา 10 กว่าปีไม่มีปัญหา” ก็ไม่ใช่คำตอบว่า “โกรธจนต้องให้ไทยเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีด้วยเรื่องอะไร”

ยิ่งข้อกล่าวหาว่าด้วย “การหลอกลวงออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ว่า กัมพูชาเป็นเหยื่อของไทยเนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มีเที่ยวบินตรงไปยังหลายประเทศ และนำคนโกงเหล่านั้นเข้ามาในประเทศ ดังนั้น จึงขอร้องให้ไทย โปรดหยุดใส่ร้าย เพราะไทยเป็นคนสร้างปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ให้กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชา การฉ้อโกงออนไลน์ในกัมพูชาเกิดจากประเทศไทย

“กัมพูชาได้รับชื่อเสียงในทางลบเพราะประเทศไทย กัมพูชาเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงออนไลน์ที่เกิดจากประเทศไทยเท่านั้น เนื่องจากประเทศไทยมีสนามบินนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดและมีเที่ยวบินตรงจากทั่วโลก เอื้อต่อกระบวนการฉ้อโกงออนไลน์ จึงขอเรียกร้องให้จีน สหรัฐอเมริกา และประชาคมโลกพิจารณาปัญหานี้”

ยิ่งฟังเหมือนข้อแก้ตัวของตลก

นึกไปนึกมาก็ย้อนไปคิดถึงที่นายกรัฐมนตรีแพทองธารชี้ประเด็นไว้ทำนองว่า “แค่นิยมตกต้องการโชว์เหนือไทยด้วยการทำให้เห็นว่ามีอำนาจเหนือชั้นในเรื่องพื้นที่ทับซ้อนชายแดน แถมสั่งให้รัฐบาลไทยเปิดด่านปิดด่านไม่ได้”

แต่เมื่อ “อุ๊งอิ๊ง” ทำให้ไม่ได้ เพราะกองทัพไม่เอาด้วย แล้วยังโทรมาขอให้ช่วยอย่าสร้างปัญหาในฐานะที่นับถือเป็น “ลุง” ก็เลยโกรธ แล้วระบายอารมณ์เล่นงาน “หลาน” ที่ยังซื่อๆ ในเกมการเมืองระหว่างประเทศเสียหนัก

เป็นอย่างนั้นหรือไม่

ถ้าใช่ ไม่เรียกว่า “ลุงงอแง” เพราะเริ่มรับรู้ถึงความอ่อนแอของตัวเองแล้วจะเรียกอะไร

แต่ที่หนักไม่แพ้กันคือคนไทยเราที่มองการเล่นเกมของ “ฮุน เซน” ด้วยอาการ “กระดี่ได้น้ำ” ดีอกดีใจเสียยกใหญ่กับการคิดเอาเอง

สุชาติ ศรีสุวรรณ