หน้าแรก คอลัมนิสต์ ข่าวดีรับปีให...

ข่าวดีรับปีใหม่ไทย : โดย รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์

13.04.17 | 15:00 น.

ในช่วงปีใหม่มีข่าวที่ส่งผลให้สังคมไทยเกิดความไม่สบายใจหลายเรื่อง ทำให้การส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ของบ้านเราแฝงด้วยความกังวลใจ แต่ก็เป็นธรรมดาของโลกมีมืดก็ต้องมีสว่าง น้ำขึ้นก็ต้องมีน้ำลง และแน่นอนที่สุดมีทุกข์ก็ต้องมีสุข

ปีใหม่ไทยที่กำลังจะมาถึง คงจะทำให้คนไทยมีความสุขเพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างแน่นอน เพราะมีข่าวที่ทำให้เราเกิดความสบายใจและภาคภูมิใจหลายเรื่อง ตั้งแต่เป็นประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุด มีสนามบินที่ให้บริการที่ดีเยี่ยม ไปจนถึงมีสถานศึกษาที่มีคุณภาพดีติดระดับโลก

เว็บไซต์สำนักข่าวบูลเบิร์ก จัดอันดับให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุด จากกลุ่มประเทศทั้งหมด 74 ประเทศ นับเป็นปีที่สามติดต่อกัน โดยพิจารณาดัชนีความทุกข์ยากจากอัตราเงินเฟ้อและอัตราการว่างงานเป็นหลัก

ถือได้ว่าเป็นผลงานการบริหารงานทางด้านเศรษฐกิจที่ดีของรัฐบาลและคาดว่าเศรษฐกิจของประเทศเราน่าจะอยู่ในช่วงขาขึ้น

ประกอบกับข่าวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเสนอแผนพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายระยะเร่งด่วน ภายในปี 2560 ระยะเวลาดำเนินการ 20 ปี (2559-2579) ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ใน 2 กลุ่มอุตสาหกรรม คืออุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต และอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมูลค่าการลงทุนรวมของ 2 อุตสาหกรรม ไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนล้านบาท

Advertisement

หลังจากที่ผ่านมาได้มีการเสนอแผนพัฒนาอุตสาหกรรมไบโอชีวภาพ โดยคณะทำงานประชารัฐและอุตสาหกรรมการบินโดยกระทรวงคมนาคมไปแล้ว และคาดว่าภายในเดือนเมษายนและพฤษภาคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำเสนอแผนพัฒนาสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายอีก 6 กลุ่มต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

การนำเสนอแผนพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายกลุ่มต่างๆ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาย่อมส่งผลให้เกิดความมั่นใจในกลุ่มนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงการดำเนินการของรัฐบาลว่าจะต้องมีการเร่งทำงานอย่างรวดเร็วตามแผนงานที่วางไว้อย่างแน่นอน และจะส่งผลต่อดัชนีความทุกข์ยากของประเทศไทย

ทำให้ไทยเป็นประเทศที่มีความสุขมากที่สุดในปีต่อๆ ไป

การท่องเที่ยว คือหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่นำเงินตราเข้าสู่ประเทศอย่างเป็นกอบเป็นกำตลอดมา และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เข้าสู่ประเทศโดยทางอากาศ ดังนั้น สนามบินจึงเป็นสถานที่แห่งแรกที่ให้การต้อนรับแขกต่างประเทศ ความประทับใจในการให้บริการในด้านต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญที่จะดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวกลับมาเยือนอีก

การที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้รับการยกย่องให้เป็นท่าอากาศยานที่มีคุณภาพการให้บริการที่ดีที่สุดในโลก เป็นอันดับ 3 จาก 82 ท่าอากาศยานที่มีผู้โดยสารใช้บริการระหว่าง 5-15 ล้านคนต่อปี โดยสมาคมท่าอากาศยานระหว่างประเทศ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องสมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากรัฐบาล และควรถือเป็นต้นแบบให้ท่าอากาศยานอื่นๆ ของประเทศได้ปฏิบัติตามด้วย

QS WORLD UNIVERSITY RANKING BY SUBJECT ซึ่งดำเนินการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในโลก แยกตามสาขาวิชา 46 สาขาวิชา ได้จัดให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่ในอันดับที่ 29 ของโลก (จัดเป็นอันดับที่สูงที่สุดของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย) เป็นที่ 4 ของเอเชีย และที่ 1 ของประเทศไทย ในสาขาวิชาเกษตรศาสตร์และวนศาสตร์ (AGRICULTURE AND FORESTRY) ในการจัดอันดับประจำปี 2017 นับเป็นการไต่อันดับอย่างก้าวกระโดดจากอันดับที่ 47 ของโลก ในปี 2016 และเป็นลำดับที่ 1 ของประเทศไทยติดต่อกัน 5 ปีซ้อน

สาขาวิชาเกษตรศาสตร์และวนศาสตร์ครอบคลุมถึงสาขาวิชาต่างๆ ได้แก่ คณะเกษตร คณะวนศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะประมง คณะอุตสาหกรรมเกษตร สาขาวิชาสัตวศาสตร์และพืชศาสตร์ในคณะวิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์เกษตร และวิศวกรรมเกษตร

การได้รับการจัดอันดับค่อนข้างสูงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในครั้งนี้ เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่าการผลิตบัณฑิตและการวิจัยในด้านการเกษตรมีคุณภาพที่ดี และจะมีส่วนร่วมที่สำคัญในแผนพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายระยะเร่งด่วน กลุ่มเกษตรและอาหาร (ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วไปแล้วว่าการเกษตรคือทางรอดของประเทศไทย) และจะทำให้การดำเนินการบรรลุเป้าหมายที่วางแผนไว้ได้อย่างแน่นอน หากได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ในด้านต่างๆ จากรัฐบาล

การได้รับการยกย่องในเรื่องต่างๆ นั้นสืบเนื่องมาจากผลงานที่ได้ดำเนินการมาในอดีต ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง สมควรที่ผู้เกี่ยวข้องจะต้องมีความกระตือรือร้นที่จะปรับปรุงการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่เป็นผู้สนับสนุน ควรจะต้องให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีและจะทำให้มีองค์กรอื่นๆ ได้รับการยกย่องเพิ่มขึ้นอีก

ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะมีส่วนทำให้ประเทศของเราพัฒนาเป็น “ประเทศไทย 4.0” ได้ไม่ยากนัก

รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์