หน้าแรก คอลัมนิสต์ แนวโน้ม เลือก...

แนวโน้ม เลือกตั้ง สถานะ การเมือง ‘คสช.’ ตำบล กระสุนตก

12.04.17 | 13:08 น.

 

“คสช.” มีพื้นฐานมาจากทหาร จึงเคยชินอย่างยิ่งที่จะมองปัญหาต่างๆ อย่างสัมพันธ์กับยุทธศาสตร์ และยุทธวิธี

ไม่ว่าเรื่อง “รัฐธรรมนูญ” ไม่ว่าเรื่อง “เลือกตั้ง”

หากมองจากสภาพความเป็นจริงที่ “รัฐธรรมนูญ” มาจากปัญญาประดิษฐ์ของ “แม่น้ำ 5 สาย” อย่างเป็นด้านหลัก

กระบวนการ “ยกร่าง” และสถาปนารัฐธรรมนูญจึงเท่ากับเป็นการรุก

Advertisement

รุกเพื่อสนองเจตนารมณ์และเป้าหมายของรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 สร้างความแตกต่างจากรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ให้จงได้

สรุปสั้นกระชับว่า มิให้ “เสียของ” อีก

ความหมายอย่างชนิดตรงตัวก็คือ สกัดโอกาสและการฟื้นตัวมาอีกครั้งของ “นักการเมือง” และโฟกัสไปยัง “พรรคเพื่อไทย”

ยุทธศาสตร์เช่นนี้เท่ากับพรรคเพื่อไทยตกเป็น “เป้าหมาย”

เหมือนกับเป็นการโดดเดี่ยว “พรรคเพื่อไทย” ออกจากกลุ่มและ “พรรคการเมือง” โดยรวม

 

ถามว่าทั้งๆ ที่เป้าหมายของ “รัฐธรรมนูญ” 1 เพื่อสกัดโอกาสของพรรคเพื่อไทยไม่ให้เผยอขึ้นมาเหมือนกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550

ขณะเดียวกัน 1 เพื่อสืบทอดและต่อท่อ “อำนาจ”

จากคำถามนี้นำไปสู่อีกคำถาม 1 ซึ่งแหลมคมอย่างยิ่ง นั่นก็คือ แล้วเหตุใดพรรคการเมืองอื่นๆ จึงมีความเห็นต่อ “รัฐธรรมนูญ”

บางเสียงอาจจะหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าพรรคเพื่อไทย

คำตอบมาจากประเด็นหลัง นั่นก็คือ ประเด็นว่าด้วยการสืบทอดและต่อท่อแห่ง “อำนาจ” เมื่อหมกมุ่นครุ่นคิดในเรื่องนี้อย่างหนักหน่วง จึงนำไปสู่สภาวะอย่างที่เรียกว่า “โน้มเอียง”

โน้มเอียงอย่างที่เรียกว่า จุดไฟเผาบ้านเพื่อไล่หนูตัวเดียว

หนูตัวเดียวก็คือ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นอวตารแห่งพรรคพลังประชาชน และเป็นอวตารแห่งพรรคไทยรักไทย

บังเอิญในบ้านมี “พรรคการเมือง” อื่นรวมอยู่ด้วย

 

จากรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ต่อเนื่องมายังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ยุทธศาสตร์ยังเหมือนเดิม

เพียงแต่เปลี่ยนจาก “ไทยรักไทย” มาเป็น “เพื่อไทย”

หลังรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 แผนบันได 4 ขั้นของ คมช.อาจเผื่อแผ่ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคมัชฌิมาธิปไตย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคชาติพัฒนา

แต่เมื่อไม่อาจเอาชนะพรรคพลังประชาชนในการเลือกตั้งเดือนธันวาคม 2550

ยุทธศาสตร์ภายหลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 จึงเพิ่มความเข้มอย่างรุนแรงเพื่อมิให้บังเกิดสภาพเหมือนการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554

แม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่อยู่ใน “วงจร”

แนวโน้มที่จะต้องบังเกิดขึ้นอย่างแน่นอนก็คือ ยิ่งวันเลือกตั้งตามโรดแมปใกล้เข้ามามากเพียงใด โอกาสที่ “คสช.” จะกลายเป็นตำบล “กระสุนตก” มีสูงอย่างสูงยิ่ง

จะปรากฏการณ์ “สหบาทา” ในทาง “การเมือง”

 

บางท่านอาจจะมองบทบาทพรรคภูมิใจไทยในด้านดี บางท่านอาจจะมองบทบาทพรรคเพื่อไทยในลักษณะผ่อนปรนหาก “คุณหญิง” เจ้าแม่ กทม.ขึ้นมาเป็นฝ่ายนำ

แต่ขอให้ติดตามด้วยความใกล้ชิด

พรรคภูมิใจไทยอาจมีใจให้กับ “บิ๊ก คสช.” รวมถึง “คุณหญิง” เจ้าแม่ กทม.อาจมีสายสัมพันธ์เก่าก่อนแนบแน่น แต่ที่สุดพรรคและบุคคลเหล่านี้ก็แปรเปลี่ยน

แปรเปลี่ยนไปตาม “แนวโน้ม” แปรเปลี่ยนไปตาม “กระแส”