แม้บทเฉพาะกาลของ”รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560″ จะยังให้อำนาจหัวหน้าคสช.ในการประกาศใช้ “มาตรา 44”
แต่มิได้หมายความว่าจะทำได้ตาม “อำเภอใจ”
อย่างน้อย “เกจิ” ระดับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประสานเข้ากับระดับ นายวิษณุ เครืองาม
ก็ออกมา “เตือน” อย่าง “นิ่ม-นิ่ม”
ยิ่งกว่านั้น พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ยังระบุอย่างหนักแน่น จริงจัง “ท่านนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำแล้วว่าจะใช้อย่างระมัดระวังและรอบคอบ สร้างสรรค์ เพื่อให้สถานการณ์มีความสงบ”
ทั้งยังยืนยัน “ผมพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ยืนอยู่ในที่ที่เหมาะสมกับทุกฝ่าย”
สะท้อนให้เห็นว่า ทุกส่วนมากด้วยความระมัดระวัง
ความระมัดระวังในเรื่องอันเกี่ยวกับ “มาตรา 44” นั้นดำเนินไปตามสภาพความเป็นจริงของ “สถานการณ์”
1 คือบทเรียนจาก “มาตรา 44”
นอกเหนือจากบทเรียนเมื่อปรากฏผ่านคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 5/2560 แล้ว ยังเมื่อปรากฏผ่านคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 14/2560
อันแรกเกี่ยวกับ “วัดพระธรรมกาย”
อันหลังสัมพันธ์กับ “เทศกาลสงกรานต์” และเสียงร้องจาก”รถกระบะ”อย่างถ้วนหน้า
ตรงนี้ยิ่งทำให้ต้องเพิ่มความรอบคอบ สุขุม
ขณะเดียวกัน ปัจจัย 1 ซึ่งสำคัญเป็นอย่างมาก คือ ปัจจัยจากมาตรา 77 ของ “รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560″
หากไม่ระมัดระวังจะ”อันตราย”
พลันที่ “รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560” ประกาศและบังคับใช้นับแต่วันที่ 6 เมษายน เป็นต้นมา
ก็เกิด “ภาพ” 2 “ภาพ”ปรากฏขึ้น
1 คือ การปรากฏขึ้นของ “รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560” และ 1 คือ การดำรงอยู่ของ”มาตรา 44″ภายในบทเฉพาะกาล
การเปรียบเทียบในที่นี้ คือ การเปรียบเทียบระหว่าง”ศักดิ์”แห่ง “รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560” กับ “มาตรา 44” ว่าอะไรจะสำคัญและยิ่งใหญ่กว่ากัน
ตรงนี้แหละคือ ความละเอียดอ่อนยิ่งในทางการเมือง

