หน้าแรก คอลัมนิสต์ คนตกสีที่อยู่...

คนตกสีที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง : เมื่อคนติด ‘ม้า’ มาเจอกัน

13.08.25 | 13:15 น.

ภาพที่ราชกรีฑาสโมสรเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 ที่เป็นข่าวทั้งในสื่อไทยและระดับโลก อาจจะทำให้หลายคนอุทานออกมาว่า นี่ “คนติดม้า” กันทั้งบ้านทั้งเมืองเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้แล้วหรือ รัฐบาลไปทำอะไรอยู่

แต่ที่รัฐบาลไม่ต้องทำอะไร เพราะ “ม้า” ที่ว่าไม่ใช่ชื่อเรียกของสารเสพติดแอมเฟตามีน และแม้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวงการ “ม้าแข่ง” แต่ก็ไม่เชิงว่าเป็นการพนันแทงม้าอย่างที่รู้จักแบบตรงไปตรงมาขนาดนั้น หากหมายถึงเกม “Uma Musume Pretty Derby” หรือชื่อภาษาไทยตามการ์ตูนแอนิเมชั่น คือ “สาวม้าโมเอะ” ที่เป็นเกมมือถือและคอมพิวเตอร์จากค่าย Cygames ที่เรียกกันในวงการสั้นๆ ว่า “เกมสาวม้า”

ที่เพิ่งเปิดให้บริการในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษทั่วโลกเมื่อเดือนมิถุนายนปีนี้เอง ให้คนไทยได้สัมผัสเกมสาวม้ากันอย่างเป็นทางการโดยไม่ต้องมุด VPN ไปเสพ(สาว)ม้าในเซิร์ฟเวอร์ญี่ปุ่นอีกแล้ว

ความสนุกของระบบเกมนี้และการเลี้ยงม้า ปั้นม้าลงแข่ง รวมถึงการสุ่มกาชาให้ได้ม้าหรือการ์ดดีๆ ทำให้ใครได้ลองเล่นเป็นอันติดงอมแงม อย่างที่เรียกว่า “ติดม้า” ไปตามๆ กัน

เสน่ห์สำคัญของเกม Uma Musume นี้ก็คือ สาวม้าทุกตัวในเกมนี้ เป็นม้าที่มีตัวตนอยู่จริงและเป็นตำนานในวงการม้าแข่งของญี่ปุ่น เช่น สเปเชียลวีค (Special Week) ไซเลนซ์ ซูสุกะ (Silence Suzuka) โกลชิป (Gold Ship), โอกุริ แคป (Oguri Cap) และ ฮาระ อูราระ (Haru Urara) ทั้งนี้ ก็เป็นไปตามระบบของเรื่องที่ว่า “วิญญาณของม้าแข่ง” จากโลกนี้ที่จุติไปแล้ว ไปกำเนิดใหม่เป็นสาวม้าในโลกสมมุติที่อ้างอิงกับโลกเรา แต่เป็นเหมือนดินแดนที่เด็กผู้หญิงบางคนจะมีกำเนิดพิเศษมีหูและหางเป็นม้า และมีความสามารถในการวิ่งได้ทนและเร็วเหมือนม้า (อย่างไรก็ตาม ม้าหลายตัวในเกมก็เป็นม้าที่ยังมีชีวิตอยู่)

Advertisement

ทีมงานของ Cygames ยังได้นำเอาลักษณะนิสัย สถิติ และความสามารถของม้าตัวจริง รวมถึง “ประวัติศาสตร์และเรื่องราว” อันเป็นตำนานของม้าแข่งเหล่านั้น และการแข่งขันนัดสำคัญมาดัดแปลงเป็นเรื่อง ซึ่งทั้งหมดนี้ได้มีการไปขออนุญาตจากเจ้าของม้า เจ้าของคอก และสโมสรของม้าทุกตัวในเกม จนได้รับอนุญาตมา ในภายหลังเมื่อเกมได้รับความนิยมมากขึ้น ก็มีเจ้าของม้าติดต่อขอให้ม้าตัวเองไปเป็นหนึ่งในสาวม้าเองก็มี

สำหรับผู้สนใจแต่ไม่อยากลงไปร่วมวงคนติดเกม(สาว)ม้า หากเป็นสมาชิก Netflix ตอนนี้ก็มีการ์ตูน Uma Musume ตอน Cinderella gray ซึ่งเป็นเรื่องของม้า โอกุริ แคป ให้ชมอยู่ด้วย

“เกมสาวม้า” ในฐานะของเกมคอมพิวเตอร์เกมหนึ่งในวัฒนธรรมป๊อปก็มีส่วนได้ช่วยฟื้นฟูวงการม้าแข่งของญี่ปุ่นให้กลับมามีลมหายใจอีกครั้งหลังจากที่ซบเซามานาน ด้วยปัญหาที่ขาด “ผู้ชมหน้าใหม่” เข้าสู่วงการ เหลือเพียงคนรุ่นเก่าที่ยังดูม้า (และแทงม้า) กันอยู่ และค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา แต่เกม “สาวม้า” นี้ช่วยดึงดูดแฟนม้ากลุ่มใหม่ๆ เข้าสู่วงการได้อย่างมหาศาล จากเดิมที่วงการแข่งม้าถูกมองว่าเป็นกิจกรรมสำหรับผู้สูงวัยและนักพนัน ยอดขายตั๋วเข้าไปชมม้าและแทงม้าในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็นนัยสำคัญหลังปรากฏการณ์บูมขึ้นของเกมนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากแฟนเกมที่ต้องการสนับสนุนสาวม้าตัวจริงที่ตนเองชื่นชอบในชีวิตจริง

นอกจากนี้ก็ยังเกิดการท่องเที่ยวเชิงกีฬาโดยมีแฟนเกมเดินทางไปเยี่ยมชมสนามแข่ง สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับม้าตัวโปรดและแม้กระทั่งฟาร์มม้า เพื่อสัมผัสบรรยากาศและพบปะกับม้าตัวจริงที่เป็นต้นแบบสาวม้าที่ยังมีชีวิตอยู่ รวมถึงความช่วยเหลือที่เกิดจากความผูกพันนั้น ทำให้มีเงินบริจาคที่เพิ่มขึ้นเพื่อดูแลม้าแข่งที่ปลดระวางแล้ว

เช่นเรื่องน่ารักๆ ของ “ฮารุ อูราระ” ม้าแข่งตัวเมียที่มีสถิติชนะเป็นศูนย์ โดยแพ้ถึง 113 ครั้งตลอด 6 ปี ในอาชีพของมัน แต่ฮารุ อูราระ กลับเป็นที่นิยมของแฟนม้าทั่วโลกในฐานะของ “ม้าสาวที่ไม่มีวันยอมแพ้” และช่วยกันปั้นให้เธอสามารถเข้าเส้นชัยเป็นที่หนึ่งให้ได้ ซึ่งก็ไม่ได้ง่ายนักเพราะเนื่องจากผู้สร้างเกมก็ต้องเคารพในข้อมูลสถิติ ทำให้ค่าความสามารถด้านต่างๆ ของฮารุ อูราระ ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน และด้วยความรักของ “คนติด(สาว)ม้า” ทั่วโลก ในที่สุดก็มีแคมเปญกันระดมทุนซื้อหญ้าให้ม้าฮารุ อูราระ ตัวจริงที่ยังมีชีวิตอยู่ได้กิน ซึ่งตอนนี้จะมีหญ้ากินไปตลอดชีวิตแล้ว จากการระดมทุนเพียงไม่กี่วัน

สำหรับประเทศไทยเพิ่งมี “ปรากฏการณ์สำคัญ” ในวงการ “ม้าแข่ง” และ “สาวม้า” ไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี หรือ “ควีนส์คัพ” ที่บรรดาแฟนเกมสาวม้า ร่วมกับชมรมคนรักกีฬาม้าแข่งไทย ได้จัดอีเวนต์ให้เหล่าคนติด(สาว)ม้า แต่งตัวคอสเพลย์เป็นสาวม้าที่ตัวเองชอบ ไปดูม้าจริงๆ วิ่งแข่งกัน

ซึ่งอาจกล่าวได้ว่านับเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง เพราะวงการม้าแข่งในประเทศไทยก็ไม่ต่างจากที่ญี่ปุ่นที่กลายเป็นกีฬาของคนมีอายุที่ดูอนุรักษนิยม ซ้ำยังติดภาพเป็นกิจกรรมสีเทาเพราะมีการพนันโดยถูกกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง โลกของ “คนดูม้า” และ “คนแทงม้า” กับหนุ่มสาววัยรุ่น คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบในวัฒนธรรมเกมคอมพิวเตอร์และการ์ตูนอนิเมะญี่ปุ่นของ “สาวม้า” นั้นเหมือนเป็นสองวงการที่ไม่น่าจะมาบรรจบกันได้

ซึ่งเอาเข้าจริงแม้จะได้รับการคอนเฟิร์มจากทางสนามม้า คือราชกรีฑาสโมสรแล้วว่าไม่ขัดข้อง แต่ก็ทราบมาว่า บรรดาผู้จัดและผู้ให้กำลังใจก็ยังแอบอดเป็นห่วงไม่ได้ในหลายเรื่อง เช่น วัฒนธรรมที่ต่างกันมาก ที่ไม่รู้ว่าขาประจำชมม้าแข่งจะรู้สึกอย่างไรที่เห็นคนมาคอสเพลย์เป็นตัวการ์ตูนสาวม้าเดินกันให้ว่อนสนาม (และแน่นอนว่าส่วนหนึ่งที่คอสเป็นสาวม้าก็ไม่ได้เป็น “สาว” เสียด้วย) ส่วนฝั่งคนรุ่นใหม่ก็กลัวว่า วัฒนธรรมบางอย่างที่ไม่เข้าใจกันแม้เป็นเรื่องเล็กน้อยคือการสูบบุหรี่ที่เด็กและหนุ่มสาวยุคนี้โตมากับสังคมที่การสูบบุหรี่ในที่สาธารณะถือเป็นเรื่องต้องห้ามไปแล้ว จะมีปัญหากับกลิ่นบุหรี่และคนสูบบุหรี่ที่เป็นปกติของสนามม้าหรือไม่ ยูทูบเบอร์พี่ใหญ่ในวงการบางคนถึงกับเตือนไว้ล่วงหน้าเรื่องนี้ว่า ที่นั่นเป็นถิ่นและวัฒนธรรมเฉพาะ ต้องให้เกียรติเจ้าของพื้นที่ด้วย

แต่ถึงอย่างนั้น อีเวนต์นี้ก็เริ่มมีความคึกคักด้วยการที่เจ้าของม้าที่ลงแข่งบางท่าน อนุญาตให้นำม้าของพวกเขาไปดัดแปลงในสไตล์ “สาวม้า” แบบไทยๆ ให้แฟนเกมสาวม้าได้รู้จักกับม้าชื่อดังที่จะเข้าร่วมแข่งขันเป็นการโหมโรงด้วย

เมื่อวันกิจกรรมจริงก็ไม่มีเรื่องอะไรอย่างที่ห่วง ภาพโดยรวมออกมาน่ารักน่าประทับใจอย่างยิ่ง ส่วนหนึ่งเพราะการจัดการที่ดีของทางผู้จัดและสนามที่แยกโซนกิจกรรมคอสเพลย์ให้ไปรวมกันที่อัฒจันทร์ ชั้น 4 แต่ถึงอย่างนั้น แฟนม้าขาประจำก็ทึ่งกับภาพที่มีผู้ชมหน้าใหม่เพิ่มขึ้นนับพันมาร่วมกันทำกิจกรรมเชียร์ม้าที่น่าสนุกในชุดม้าสาวหลากสี แฟนม้าขาประจำที่มีอายุหลายคนก็ขึ้นไปชวนเด็กๆ คุย ซึ่งเด็กวัยรุ่นติด(สาว)ม้า ที่ได้คุยกับคุณลุงคนติดม้า (จริงๆ) รุ่นเก๋า ก็มาโพสต์แสดงความประทับใจว่า ได้รับการแนะนำวิธีการดูม้าจากลุงๆ พร้อมคำแนะนำว่าสำหรับเยาวชนก็อย่าเพิ่งไปเล่นพนัน ส่วนใครที่ดูเป็นผู้ใหญ่หน่อย ก็ได้รับคำแนะนำอีกแบบหนึ่งว่า การแทงม้าในสนามนั้นเขาแทงกันอย่างไร แทงวิน แทงเพลส คืออะไร อัตราจ่ายอะไรเท่าไร ส่วนเรื่องควันบุหรี่ ก็ไม่พบว่ามีใครบ่นอะไรอย่างจริงจังนัก

ภาพฮือฮาที่สุดของกิจกรรมวันนั้น คือคนคอสเพลย์เป็นสาวม้าชื่อดังไปยืนซื้อตั๋วม้า กลายเป็นภาพ “ม้าแทงม้า” ที่ภายหลังกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกภายในข้ามวัน

ก่อนจะปิดท้ายกิจกรรมด้วยการที่ทางสนาม เปิดโอกาสให้ “สาวม้า” ที่คอสเพลย์มาได้ลงไปวิ่งใน “สนามจริง” ที่ม้าใช้ลงแข่งกันได้เป็นเที่ยวพิเศษ รวมถึงเจ้าของม้าใจดีบางท่านก็ชวนน้องๆ ที่คอสเพลย์ไปทดลองจูงม้าได้ด้วย

สำหรับการแข่งขันเที่ยวที่ 8 ซึ่งเป็นนัดชิงถ้วยพระราชทานก็สนุกสนานตื่นเต้นสมเป็นเที่ยวสำคัญ เมื่อม้านอกสายตาอย่าง “วันเฮง” ที่วิ่งเกาะกลุ่มกลางๆ มาเป็นที่ 5 โดยมีพี่วันมอร์และหลุยส์เซียนา ที่เป็นม้าเต็งของรายการที่ถูกมองว่าเป็นม้าไร้พ่ายผลัดกันวิ่งนำกันมาอย่างคู่คี่ โดยบรรดาคนติด(สาว)ม้าที่หัด(แทง)ม้า ก็ไปลงกับพี่หลุยส์กันไว้เยอะ

แต่เมื่อถึงทางตรงสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัย ก็เหมือน “วันเฮง” จะกดสกิลติด วิ่งอัดแซงพรวดขึ้นมาจากที่ห้าแซงพี่วันมอร์ แล้วนำม้วนสุดท้ายแบบไม่มีใครแซงได้จนเข้าวินไป เรียกว่าแฟนเกมสาวม้าได้เห็นการแข่งขันม้าจริงที่ลุ้นระทึกและดราม่าไม่แพ้ในเกมหรือการ์ตูน ไปพร้อมกับที่ตั๋วม้าในมือของนักแทงหน้าใหม่เป็นอันบินกันไปเกือบทั้งสนาม ได้สัมผัสประสบการณ์ “เสียม้า” กันไปพอขำๆ

หากวงการแข่งม้าของไทยกลับมาฟื้นตัวคึกคักได้อีกครั้ง นอกจากจะเพราะกระแสจากเกมและการ์ตูนสาวม้าแล้ว ยังต้องยกความดีงามให้ผู้ที่เกี่ยวข้องของวงการแข่งม้าที่ร่วมผลักดันกิจกรรม ทั้งทางสนาม ชมรมคนรักกีฬาม้าแข่ง เจ้าของม้า และที่สำคัญคือบรรดานักดูม้ารุ่นเก่าที่ช่วยกันสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรให้ทุกคนประทับใจ อย่างสัมผัสได้ว่าทุกคน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในวงการแข่งม้าของไทย ยินดีและดีใจที่มีคนมาสนใจกีฬาม้าแข่งกันมากขึ้น

ได้ทราบว่ามีเจ้าของม้าหลายรายแสดงความประสงค์ว่ายินดีจะสนับสนุน “ค่าขนม” สำหรับผู้ที่วาดม้าแข่งของท่านให้เป็น “สาวม้าโมเอะ” บ้าง รวมถึงเริ่มมีนักดูม้าหน้าใหม่สอบถามประวัติและสถิติของม้า รวมถึงทักไปขออนุญาตวาดภาพม้าแข่งชื่อดังหลายตัวแล้ว จนเชื่อว่าหลังจากนี้ วงการม้าแข่งไทยอาจจะมีคึกคักขึ้นเพราะกระแสของเกมสาวม้าโมเอะ ไม่ต่างจากที่เกมนี้ทำสำเร็จมาแล้วในประเทศญี่ปุ่น

ภาพที่ม้าสองขาวิ่งไปบนทางหญ้าของราชกรีฑาสโมสร สนามม้าที่มีอายุกว่า 120 ปีของไทยได้เผยแพร่ไปทั่วโลกรวมทั้งปรากฏในสื่อกระแสหลักของไทยด้วยนั้น น่าจะเป็นภาพประวัติศาสตร์ของการเดินเข้าหาและเปิดใจพบปะกันอย่างสวยงามของวัฒนธรรมป๊อปที่อยากจะรู้จักรากเหง้าของสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบว่าการแข่งม้าจริงๆ เขาแข่งกันอย่างไร วัฒนธรรมเดิมที่ต้องการลมหายใจใหม่ๆ เข้ามาดูม้าแข่ง และสร้างชีวิตชีวาให้วงการต่อไป