หน้าแรก คอลัมนิสต์ บทเรียนที่ต้อ...

บทเรียนที่ต้องรู้ : ระบบการเมืองที่นำไปสู่ความล่มสลายของประเทศโปแลนด์

20.08.25 | 12:19 น.

บทเรียนที่ต้องรู้ : ระบบการเมืองที่นำไปสู่ความล่มสลายของประเทศโปแลนด์

ประเทศเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย (Polish-Lithuanian Commonwealth) ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ.2112 (อันเป็นปีเดียวกับที่กรุงศรีอยุธยาเสียให้แก่พระเจ้าบุเรงนองแห่งพม่า) โดยสนธิสัญญาสหภาพแห่งลูบลิน (Union of Lublin) โดยรวมเอาประเทศโปแลนด์และประเทศลิทัวเนียเข้าเป็นรัฐเดียวกัน มีพระมหากษัตริย์จากการเลือกตั้งจากคณะขุนนางพระองค์เดียวและรัฐสภา (Sejm) ร่วมกัน

ประเทศเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนียเป็นประเทศที่มีพื้นที่มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของทวีปยุโรปขณะนั้น โดยมีพื้นที่มากกว่า 1 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนียมิได้ครอบคลุมเพียงดินแดนโปแลนด์และลิทัวเนียเท่านั้น แต่ยังรวมดินแดนทั้งหมดของเบลารุสและลัตเวีย ดินแดนส่วนใหญ่ของยูเครนและเอสโตเนีย รวมทั้งแคว้นสโมเลนสค์และคาลินินกราดของรัสเซียในปัจจุบันด้วย และเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนียยังเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของยุโรปตะวันออกและเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในยุโรปขณะนั้นอีกด้วย

แต่ในชั่วระยะเวลาอีก 226 ปี คือใน พ.ศ.2338 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ประเทศโปแลนด์อันเกรียงไกรนี้ก็ถูกลบออกจากแผนที่โลกด้วยการถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ ให้กับประเทศรัสเซีย ประเทศออสเตรียและประเทศปรัสเซีย ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 123 ปีที่ประเทศโปแลนด์จึงได้กลับมาเป็นประเทศเอกราชอีกครั้งหนึ่งใน พ.ศ.2461 (ตรงกับสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 แห่งสยามประเทศ)

ครับ! สาเหตุหลักที่ประเทศที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรเช่นประเทศเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนียต้องถูกลบออกจากแผนที่โลกก็คือระบบการเมืองภายของในประเทศเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนียที่มีชนชั้นขุนนาง (Szlachta) ซึ่งแม้จะเป็นเพียง 8-10% ของประชากร แต่มีสิทธิพิเศษทางการเมืองเต็มรูปแบบ ขุนนางเหล่านี้มีสิทธิเข้าร่วมประชุมรัฐสภา และถือคติเสรีภาพขุนนาง (Golden Liberty) ที่ยกเสรีภาพของแต่ละคนเหนือการรวมศูนย์อำนาจของรัฐจนเกิดระบบ Liberum Veto ขึ้น

Advertisement

Liberum Veto เริ่มปรากฏในปี พ.ศ.2195 โดยมีหลักการว่ามติของสภาขุนนางต้องเป็นเอกฉันท์ สมาชิกเพียงคนเดียวสามารถประกาศว่า Nie pozwalam! (ข้าปฏิเสธ) เพื่อยับยั้งร่างกฎหมายทั้งหมดในสมัยประชุมนั้น หรือยุติการประชุมทันที เหตุผลเดิมคือการป้องกันไม่ให้เสียงข้างมากใช้อำนาจละเมิดสิทธิของเสียงข้างน้อย แต่ในทางปฏิบัติ กลับเปิดช่องให้มีการใช้สิทธินี้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือเพื่อรับใช้มหาอำนาจต่างชาติ ในศตวรรษที่ 18 Liberum Veto ถูกใช้บ่อยขึ้นและทำให้รัฐอัมพาต ไม่สามารถปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัย ไม่สามารถเก็บภาษีเพื่อเตรียมสงคราม กฎหมายเศรษฐกิจและการบริหารติดขัด ประเทศเพื่อนบ้านอย่างรัสเซียและปรัสเซียใช้การติดสินบนผู้แทนเพื่อขัดขวางการปฏิรูปประเทศ

ดังนั้น ประเทศเพื่อนบ้านของเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย 3 ประเทศ คือ ประเทศรัสเซีย ประเทศปรัสเซีย และประเทศออสเตรียเห็นว่าโปแลนด์เป็นรัฐกันชนที่อ่อนแอ จึงแข่งขันกันแทรกแซงโดยรัสเซียใช้อิทธิพลทางการเมืองและทหารควบคุมการเลือกตั้งกษัตริย์ ส่วนปรัสเซียและออสเตรียหวั่นเกรงว่าการปฏิรูปโปแลนด์จะทำให้เกิดรัฐแข็งแกร่งใกล้ชายแดนเนื่องจากโปแลนด์ก็มีความพยายามปฏิรูปการเมือง โดยการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ตามแนวของรัฐธรรมนูญประเทศสหรัฐอเมริกา เสร็จสิ้นลงในวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ.2334 ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญสมัยใหม่ฉบับแรกของยุโรป แต่ถูกต่อต้านจากบรรดาขุนนางหัวอนุรักษ์และรัสเซียทำให้เกิดสงครามโปแลนด์-รัสเซีย (พ.ศ.2335) จบลงด้วยความพ่ายแพ้ ทำให้มหาอำนาจรอบข้างมีข้ออ้างเข้ามาแบ่งดินแดนรวมทั้งสิ้น 3 ครั้งจนหมดประเทศ ดังนี้

การแบ่งประเทศโปแลนด์ครั้งที่ 1 (พ.ศ.2315) รัสเซีย ปรัสเซีย และออสเตรียได้เข้ายึดดินแดนรอบนอก โปแลนด์สูญเสียดินแดนประมาณ 30% ของพื้นที่ทั้งหมด

การแบ่งประเทศโปแลนด์ครั้งที่ 2 (พ.ศ.2336) หลังจากที่เสียดินแดนครั้งแรกแล้ว โปแลนด์ก็มีการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ด้วยการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ตามแนวของรัฐธรรมนูญประเทศสหรัฐอเมริกา เสร็จสิ้นลงในวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ.2334 ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญสมัยใหม่ฉบับแรกของยุโรป ทำให้รัสเซียรีบประกาศสงครามและส่งทหารเข้าบุกโปแลนด์ทันที โปแลนด์พ่ายแพ้แก่รัสเซียในสงคราม พ.ศ.2335 รัสเซียและปรัสเซียต่างเข้ายึดพื้นที่ของโปแลนด์เพิ่มอีก ทำให้พื้นที่ประเทศโปแลนด์หดลงเกือบครึ่ง

การแบ่งประเทศโปแลนด์ครั้งที่ 3 (พ.ศ.2338) หลังการลุกฮือของชาวโปแลนด์ผู้ไม่ยอมรับการแบ่งประเทศครั้งที่ 2 นำโดย นายพลทาดิอุส คอสซิอุชโก วีรบุรุษแห่งสงครามประกาศอิสรภาพอเมริกาได้ถูกปราบปรามลง ทำให้รัสเซีย ปรัสเซีย และออสเตรียตกลงกันแบ่งดินแดนที่เหลือของโปแลนด์ทั้งหมดระหว่าง 3 ประเทศนี้ ทำให้โปแลนด์หายไปจากแผนที่ยุโรปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีรัฐบาลกลางหรืออำนาจอธิปไตยเหลืออยู่โดยสิ้นเชิง

ครับ! เขียนมาถึงตรงนี้แล้วก็อดหวนคิดถึงสถานการณ์ของเมืองไทยเราขึ้นมาไม่ได้ เมื่อประเทศอยู่ในสถานการณ์การรบพุ่งกันบริเวณชายแดนด้านตะวันออกกับประเทศเพื่อนบ้านแต่นายกรัฐมนตรีถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่และรัฐบาลปัจจุบันก็ไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตัวจริง

ระบบการเมืองของบ้านเราเป็นอะไรไปหรือครับ ?????

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์