
หมุดคณะราษฎร เป็นหลักฐานประวัติศาสตร์การเมืองของไทย เป็นสมบัติสาธารณะ
ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องทักท้วงถกเถียงกันได้ ไม่มีข้อยุติ แต่ไม่จำเป็นต้องทำลายหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีที่เป็นสมบัติสาธารณะ ไม่ว่าทำด้วยฐานความคิดแบบใด?
กระทรวงวัฒนธรรม ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแบ่งปันข้อมูลข่าวสารวัฒนธรรมในอดีตที่หยุดนิ่ง ไม่ตอบสนองสังคมที่เคลื่อนไหว โดยไม่ให้ความสำคัญวัฒนธรรมร่วมสมัยเพื่ออนาคต
สังคมไทยจึงมีปัญหาทางสำนึกสาธารณะ แล้วก่อให้เกิดอันตรายถึงทรัพย์สินและชีวิต เห็นได้จากอุบัติเหตุวันสงกรานต์, วันขึ้นปีใหม่ ฯลฯ และทำลายสมบัติสาธารณะอย่างหมุดคณะราษฎร
หมุดและข้อความจะถอนจะเปลี่ยนเมื่อไรก็ได้ ตามแต่การลุแก่อำนาจของกลุ่มอำนาจนิยม แต่ประวัติศาสตร์การเมืองไทยบันทึกไว้ในโลก ของมนุษยชาติแล้วอย่างละเอียดถี่ถ้วนเรื่องการเปลี่ยนแปลงสู่ระบอบประชาธิปไตยสากล 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งถอนออกไม่ได้ เปลี่ยนใหม่ก็ไม่ได้
หมุดก่อกำเนิดความเสมอภาค
หมุดคณะราษฎร (อ่านว่า คะ-นะ-ราด-สะ-ดอน) มีชื่อเป็นทางการว่า “หมุดก่อกำเนิด รัฐธรรมนูญ” ทำด้วยทองเหลือง ตัวหมุดนี้นับเป็นโบราณวัตถุ
แผ่นทองเหลืองหมุดคณะราษฎร ฝังเสมอพื้นคอนกรีตลานพระบรมรูปทรงม้า จุด เดียวกับที่พระยาพหลพลพยุหเสนา ยืนอ่านประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 เมื่อย่ำรุ่ง 24 มิถุนายน 2475 เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญา
สิทธิราชย์ ไปสู่ระบอบ ประชาธิปไตยของคนเท่ากัน บริเวณนี้นับเป็นโบราณสถาน
หมุดคณะราษฎร กับบริเวณฝังหมุด นับเป็นโบราณวัตถุและโบราณสถานที่เป็น หลักฐานร่วมกันทางประวัติศาสตร์การเมืองของสยามประเทศไทย
[โบราณวัตถุสถานมีเกณฑ์อายุกำหนด (ซึ่งไม่ค่อยน่าวางใจ) แต่ความเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์ไม่ต้องขึ้นกับเกณฑ์อายุ]
จะขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุสถาน หรือไม่ขึ้นก็ได้ โดยปกติจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายฯ แต่ถ้าทางการที่เกี่ยวข้องยังไม่ขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุสถาน (หรือเลือกขึ้นบางอย่าง ไม่ขึ้นบางอย่าง) ย่อมหนีไม่พ้นเป็นพวกเดียวกับกระบวนการทำให้ลืม
สั่งให้จำ ทำให้ลืม
ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย ถูกเขียนขึ้นเพื่อสั่งให้จำ และทำให้ลืม เช่น
1. สั่งให้จำ ระบอบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และระบอบก่อนนั้น
2. ทำให้ลืม ด้วยการตอกย้ำว่าชิงสุกก่อนห่าม ต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองจาก ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตย พ.ศ. 2475 โดยคณะราษฎร
หมุดคณะราษฎรเคยถูกคณะเผดจ็การทหาร ขุดถอนออกจากที่เดิมมาก่อนแล้วใน ยุค จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ แต่มีหน่วยงานทางการก็บรักษาไว้ ครั้นสิ้นยุคจอมพล สฤษดิ์ ก็คืน หมดุคณะราษฎรไว้ที่เดิม
แต่ก็แค่นั้น “คนไม่สนใจ ลืมกันไปแล้ว คนรุ่นใหม่แทบไม่รู้จัก” (ไทยรัฐ ฉบับวันอังคารที่ 18 เมษายน 2560 หน้า 3)
คราวนี้ถอนหมุดเก่าแล้วทำหมุดใหม่ มีข้อความใหม่มาใส่แทน
ลืมสิ่งที่ตัวเองทำ
ก่อนหน้านี้มีความพยายามสั่งให้จำว่ารัฐบาลเลือกตั้ง มีแต่ความวุ่นวายปะทะรุนแรงโกลาหล
โดยทำให้ลืมว่าความวุ่นวายโกลาหลรุนแรงเหล่านั้นมีขึ้นจากการวางแผนสร้างขึ้นอย่างชำนาญของคนชั้นนำ ที่เชื่อว่าคนไม่เท่ากัน แล้วต่อต้านประชาธิปไตย ไม่ต้องการ ความเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดีกว่าอย่างสากล
สั่งให้จำ
สั่งให้จำ ทำให้ลืม ไม่ใช่เพิ่งมีที่หมุดคณะราษฎร แต่ผู้ติดตามเรื่องนี้เคยบอกผมนานแล้วว่ามีในประวัติศาสตร์แห่งชาติหลายเรื่อง เช่น
สุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของคนไทย คือการสั่งให้จำ เพื่อให้ลืมความจริงที่มีพยานหลักฐานรองรับทางประวัติศาสตร์โบราณคดี ว่าคนไทยเป็นลูกผสมนานาชาติพันธุ์ ร้อยพ่อพันแม่ในอุษาคเนย์
อักษรไทย ประดิษฐ์โดยพ่อขุนรามคำแหง คือเรื่องสั่งให้จำ เพื่อทำให้ลืมความจริง มีพยานหลักฐานว่าอักษรไทยดัดแปลงจากอักษรเขมร และอักษรมอญ โดยไม่มีใครคนใด คนหนึ่งประดิษฐ์ขึ้นมาคนเดียว
ยังมีอีกมาก ย่อมรู้ดีในบรรดานักประวัติศาสตร์โบราณคดีของรัฐราชการ
