หน้าแรก คอลัมนิสต์ สิทธิเสรีภาพค...

สิทธิเสรีภาพคือประชาธิปไตย : โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

21.04.17 | 13:30 น.

ความสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เริ่มที่มาตรา 4 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง/ปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเสมอกัน

เรื่องสิทธิและเสรีภาพ (เฉพาะ) ของปวงชนชาวไทย แม้ไม่จำเป็นต้องกำหนดไว้ เพราะเป็นสิทธิและเสรีภาพของมนุษยชาติ แต่ที่จำเป็นต้องบัญญัติไว้ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ

บทบัญญัติเรื่องสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย เริ่มตั้งแต่หมวด 3 มาตรา 25 ถึงมาตรา 49

จากบุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพที่จะทำการนั้นและได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ตราบเท่าที่การใช้สิทธิเสรีภาพนั้นไม่กระทบกระเทือน หรืออันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น

นอกจากจะให้สิทธิและเสรีภาพแล้ว ยังกำหนดว่าบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ หรือได้รับความเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพย่อมมีสิทธิได้รับการเยียวยาหรือช่วยเหลือตามกฎหมายบัญญัติ

Advertisement

เรื่องของสิทธิและเสรีภาพบุคคลมีหลายประการ ทั้งกำหนดไว้ว่า (มาตรา 26) การตรากฎหมายที่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

กรณีที่รัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติเงื่อนไขไว้ กฎหมายดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่เพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ และจะกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลมิได้ ทั้งต้องระบุเหตุผลความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพไว้ด้วย

ทุกวันนี้ คนไทยเรียนรู้เรื่องของสิทธิเสรีภาพจากสื่อหลายด้าน ทั้งสื่อมวลชนซึ่งเป็นหลัก รวมถึงสื่อที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง เช่นสื่อ “โซเชียลมีเดีย” ที่ทั้งตัวเองแสดงออกผ่านกลไกอันเป็นเครื่องมือเฉพาะตัวซึ่งนับวันจะกว้างขวางออกไปมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ “รัฐ” ต้องมีกฎหมายมาควบคุมสื่อประเภทนี้ที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ทำงาน และการเพิ่มบทลงโทษรุนแรงเป็นโทษอาญาทั้งจำคุกและปรับ

ขณะการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชนของรัฐยังไม่ครอบคลุมพอ เจ้าหน้าที่รัฐมักใช้กฎหมายละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนเป็นประจำ โดยมิได้คำนึงว่าการปฏิบัติเช่นนั้นเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพประชาชน

ทั้งที่บทบัญญัติซึ่งมีผลจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลต้องเป็นการบังคับใช้ทั่วไป ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่ง หรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง

แต่มักพบเห็นเป็นประจำว่าเจ้าหน้าที่มักใช้กฎหมายบังคับใช้กับบุคคลใดและไม่บังคับใช้กับบุคคลใดเป็นนิตย์ เพราะด้วยสถานภาพของบุคคลนั้น ไม่ว่าจะเป็นทางด้านสังคม ด้านเศรฐกิจ หรือด้านอิทธิพล

บทบัญญัติเรื่องสิทธิและเสรีภาพประชาชนในหมวด 3 ของรัฐธรรมนูญมีทั้งสิ้น 25 มาตรา อาจไม่ครอบคลุมทั้งหมด แต่มากพอที่จะให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพและใช้สิทธิเสรีภาพของเท่าเทียมกับในระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะสิทธิเสรีภาพที่เป็นหลักการสำคัญคือมาตรา 34

“บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันสุขภาพของประชาชน”

มาตรา 35 บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารหรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ

ขณะที่รัฐพยายามที่จะออกกฎหมายให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุมสื่อมวลชน เช่นให้มีปลัดกระทรวงวัฒนธรรมกับปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

ให้ปลัดทั้งสองคนเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการตามกฎหมายก็ใหญ่พอแล้วมั้งครับ ท่านนายกรัฐมนตรี

เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์