หน้าแรก คอลัมนิสต์ สะพานแห่งกาลเ...

สะพานแห่งกาลเวลา : ว่าด้วยความเป็นอมตะ

8.09.25 | 12:29 น.

ข่าวที่ไม่ควรจะเป็นข่าว แต่กลับโด่งดังไปทั่วโลก เล็ดลอดออกมาจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีนเมื่อเร็วๆ นี้ นั่นคือ กรณีที่ผู้นำประเทศอย่าง วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ถกกันอย่างจริงๆ จังๆ กับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ถึงความเป็นไปได้ของการมีชีวิตเป็นอมตะ โดยอาศัยเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางชีวะวิทยา

ตามเนื้อความของการสนทนาในทีเผลอในระหว่างรับชมขบวนพาเหรดสรรพาวุธ เพราะเข้าใจเอาว่า ไมโครโฟนจะจับเสียงสนทนาไม่ได้ ปูตินถึงกับเสนอแนะว่า เราสามารถใช้วิธีการเปลี่ยนอวัยวะที่ใช้การไม่ได้ซ้ำๆ หลายๆ ครั้ง เท่านี้เราก็กลายเป็นหนุ่มตลอดกาล เป็นอมตะ ไม่มีวันเสียชีวิต

ฟังดูเข้าท่า และมีเหตุมีผล เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์ ทำนองเดียวกับที่เราเปลี่ยนอะไหล่รถยนต์ซ้ำๆ เพื่อให้รถที่เราใช้ใหม่อยู่เสมอ แต่โดยข้อเท็จจริงที่ว่า เนื้อตัวคนเรา ไม่ใช่รถยนต์ หากใช้วิธีเดียวกันอย่างที่ว่าเพื่อแสวงหาความเป็นอมตะและความหนุ่มแน่นอยู่เสมอ จะเป็นไปได้จริงหรือ?

คำตอบก็คือ การเปลี่ยนอวัยวะใหม่ไปเรื่อยๆ เพื่อความเป็นอมตะของมนุษย์ ยังเป็นจริงไม่ได้ในทางวิทยาศาสตร์ อย่างน้อยก็ด้วยเทคโนโลยีเท่าที่คนเรามีอยู่ในเวลานี้ แถมยังมีข้อกังวลในเชิงจริยธรรมตามมาอีกต่างหาก

ปัญหาที่เห็นกันชัดๆ ประการหนึ่งก็คือ อวัยวะสำหรับนำมาปลูกถ่ายเพื่อความเป็นอมตะนั้น เอามาจากไหน การปลูกถ่ายอวัยวะที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันนี้ ต้องรอคิวกันเป็นเวลานาน บางครั้งนานมากจนผู้ป่วยเสียชีวิตลงก่อนที่จะมีอวัยวะที่เหมาะสมมาให้ปลูกถ่ายก็มี ข้อจำกัดสำคัญของเรื่องนี้ก็คือ อวัยวะสำหรับการปลูกถ่ายใหม่ให้กับผู้อื่นนั้น มีจำนวนจำกัด ชนิดที่ว่า การเลือกนำไปปลูกถ่ายตามอำเภอใจนั้น กลายเป็นการปิดทางรอดของผู้อื่นเสมอ

Advertisement

คำถามที่ตามมาก็คือ เหมาะแล้วหรือไม่ ที่จะทำให้จอมเผด็จการกระหายสงครามรายหนึ่งมีชีวิตเป็นอมตะ โดยต้องสละชีวิตของคนอื่นๆ อีกหลายต่อหลายคน ซึ่งอาจกลายเป็นอาชญากรรมอย่างหนึ่งไป

อาจบางที สิ่งที่ปูตินพูดถึง อาจหมายถึงการนำเอาอวัยวะที่ได้จากการเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการทดลอง โดยอาศัยเซลล์ต้นกำเนิด หรือสเต็มเซลล์ ถ้าเป็นการพูดถึงอวัยวะที่ได้จากวิธีการนี้ ก็จะไม่เป็นการลิดรอนโอกาสการมีชีวิตอยู่ของผู้อื่น และไม่น่ากังวลในเชิงจริยธรรม แต่ก็ยังมีคำถามอยู่ดี นั่นคือ เราสามารถสร้างอวัยวะในห้องทดลองได้แล้วจริงหรือ

การสร้างอวัยวะของคนเราในห้องทดลอง โดยอาศัยสเต็มเซลล์ หรือที่เรียกกันว่าเทคโนโลยี “ออร์แกนอยด์” (organoids) นั้น จนถึงปัจจุบันนี้ ยังไม่ได้ก้าวไกลไปมากมายนัก เท่าที่ทำได้ก็เป็นเพียงแค่การลอกเลียนเนื้อเยื่อของคนเราออกมาในรูปลักษณ์ของอวัยวะต่างๆ โดยที่ยังไม่สามารถนำไปปลูกถ่ายทดแทนอวัยวะนั้นๆ ของมนุษย์ได้

ข้อสรุปในทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันนี้ ระบุว่า ออร์แกนอยด์ มีคุณประโยชน์ในแง่ของการนำมาใช้เพื่อทดสอบปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับยาใหม่ๆ หรือใช้ในการสร้างแบบจำลองของการเกิดโรค และใช้เพื่อการศึกษาพัฒนาการของร่างกายมนุษย์เท่านั้น การเพาะสร้างอวัยวะที่สมบูรณ์ ถูกต้องตามขนาดและความต้องการ สำหรับนำไปใช้เพื่อปลูกถ่ายทดแทนอวัยวะเดิมของมนุษย์ ยังอยู่ไกลเกินขีดความสามารถของเทคโนโลยีออร์แกนอยด์ในปัจจุบันนี้อีกมากครับ ท่านปูติน

แม้จะสมมุติเอาว่า เราทำได้ เรามีอวัยวะสำหรับนำไปปลูกถ่ายใหม่ไม่จำกัด สิ่งที่ปูตินพูดถึง ก็ยังคงเป็นไปไม่ได้อยู่ดี ข้อเท็จจริงก็คือ อวัยวะของคนเราเสื่อมสภาพลงเมื่อคนเราอายุมากขึ้น ความ “สูงอายุ” ของคนเราบั่นทอนขีดความสามารถในการอดทน รวมถึงศักยภาพในการฟื้นตัวของร่างกายก็ลดน้อยถอยลงตามไปด้วย ซึ่งทำให้การฟื้นตัว หายดีจากการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะซ้ำๆ เป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง นั่นเอง

อุปสรรคใหญ่หลวงของแนวคิดการปลูกถ่ายอวัยวะเพื่อความเป็นอมตะอยู่ตรงที่ อวัยวะบางอย่าง เราไม่สามารถปลูกถ่ายได้ หรือปลูกถ่ายไปก็ไม่เหมือนเดิม เราสามารถปลูกถ่ายไตใหม่แทนที่ไตเดิมของเราที่ทำงานไม่ปกติได้ ปลูกถ่ายตับใหม่ก็ได้ โดยที่ตัวเรายังคงเป็นคนเดิม มีอัตลักษณ์เดิม แต่เราไม่สามารถทำแบบเดียวกันได้กับการปลูกถ่ายสมอง การปลูกถ่ายสมอง อาจทำให้คนที่ครอบครองร่างกายของเราอยู่ ไม่ใช่เราอีกต่อไป

อันที่จริง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ประสบความสำเร็จในการยืดอายุของสัตว์หลายชนิด อาทิ ลิง หนู หรือแมลงวันผลไม้ ได้แล้ว โดยอาศัยกรรมวิธีอื่น เช่น การใช้ยา, การปรับเปลี่ยนพันธุกรรม และการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า เซลลูลาร์ รีโปรแกรมมิ่ง (cellular reprogramming) หรือการปรับเปลี่ยนเซลล์ในร่างกายให้กลับไปสู่สถานะเริ่มแรกใหม่อีกครั้ง

แต่การนำเอากรรมวิธีเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้กับคน ดูเหมือนจะยังห่างไกลอยู่มากมายเหลือเกิน

ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์