ปั่นป่วน วุ่นวาย กรณี หมุด ‘คณะราษฎร’ เป็นใคร จุดชนวน

มีความต้องการให้ข่าว “หมุดคณะราษฎร” คลายบทบาท คลายความหมาย อย่างเจตนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนหน้าสื่อหนังสือพิมพ์

นับแต่ปรากฏ “ข่าว” นี้ในวันที่ 14 เมษายน

หนังสือพิมพ์บางฉบับไม่ให้ความสนใจ หนังสือพิมพ์บางฉบับให้ความสนใจแต่ก็มิได้หนักแน่นและจริงจัง

เสนอข่าวในลักษณะ “ติดปลายนวม”

แต่เมื่อเวลาผ่านมา 1 สัปดาห์ ข่าว “หมุดคณะราษฎร” หายได้หมดสิ้น

ปลาสนาการไปจากหน้าหนังสือพิมพ์หรือไม่

ตอบได้เลยว่า “ไม่”

ปัจจัยอะไรทำให้ข่าว “หมุดคณะราษฎร” ขยายตัว เติบใหญ่และได้รับความสนใจจากสังคมมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับไม่ใช่จาก นายศรีสุวรรณ จรรยา แน่นอน ไม่ใช่จาก “จ่านิว” แน่นอน

หากแต่เป็นจากการปรากฏขึ้นของ “หมุดหน้าใส” ซึ่งเข้าไปแทนที่ “หมุดคณะราษฎร” มากกว่า

หากไม่มีการนำเอา “หมุดหน้าใส” เข้าไปแทนที่ สถานการณ์ก็แทบไม่แตกต่างไปจากยุคของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2503

นั่นก็คือ ค่อยๆ เงียบ

ในยุคนั้นเมื่อมีมติ ครม.ยกเลิกวันที่ 24 มิถุนายน มิให้อยู่ในสถานะอันเป็น “วันชาติ” จากนั้นก็มีการถอด “หมุดคณะราษฎร” ออกจากไปบริเวณอันตั้งอยู่ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า

เป็นการถอดออกไปเมื่อใด ไม่มี “ข่าว”

จะมีก็แต่เพียงข้าราชการในสำนักเลขาธิการรัฐสภาเท่านั้น เพราะเป็นหน่วยงานที่นำหมุดไปเก็บไว้ในห้องสมุดของรัฐสภา


ตรงกันข้าม กับสถานการณ์ในเดือนเมษายน 2560

เพราะเมื่อ “หมุดคณะราษฎร” หายไปอย่างไร้ร่องรอย ที่เห็นก็คือ “หมุดหน้าใส” เข้ามาแทนที่อย่างเงียบเชียบ น่าตื่นตา น่าตื่นใจ

จึงเกิดการเปรียบเทียบ “หมุดคณะราษฎร” กับ “หมุดหน้าใส”

การเปรียบเทียบอันเกิดขึ้นมิได้อยู่ที่การสังเคราะห์และวิเคราะห์ในเชิงเนื้อหาทาง “ความคิด” อันเป็นเรื่องในทางปัญหาเท่านั้น

หากที่สำคัญ คือ ท่าทีจาก “รัฐบาล”

ด้าน 1 รัฐบาล ตั้งแต่หัวหน้ารัฐบาลเรื่อยไปจนถึงเขตดุสิตและกรมศิลปากร ไม่มีใครตอบได้ว่า “หมุดคณะราษฎร” หายไปอย่างไร และ “หมุดหน้าใส” เข้ามาแทนที่ได้อย่างไร

มีการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (บก.คอฝ.) ไปประจำอยู่โดยรอบหมุด

มีการกั้นรั้วล้อมโดยรอบ

ขณะเดียวกัน ก็มีคำสั่งอย่างเฉียบขาดห้ามถ่ายรูป “หมุดหน้าใส” หากพบเห็นก็สั่งให้ลบ หรือหากฝ่าฝืนก็จะจัดการตามกฎหมาย

นี่ย่อมต่างอย่างสิ้นเชิงกับ “หมุดคณะราษฎร”

ตรงนี้เองที่ทำให้สถานการณ์อันเกี่ยวกับ “หมุดคณะราษฎร” หายไปพร้อมกับการมาแทนที่โดย “หมุดหน้าใส” มิอาจจบลงอย่างง่ายดาย

นับแต่เว็บเพจ “หมุดคณะราษฎร” แจ้งข่าว “หมุดคณะราษฎร” หายไปเมื่อวันที่ 14 เมษายน เป็นต้นมา

สิ่งที่รัฐบาลมองและประเมินว่า เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายมิได้เกิดขึ้นจากปัจจัย “ภายนอก” ตรงกันข้าม ท่าที ความเห็น และการแสดงออกของรัฐบาลอันเป็นปัจจัย “ภายใน” ต่างหากที่จุดชนวน

จุดชนวนนำไปสู่ความคลางแคลง กังขาต่อสถานการณ์อันเกิดขึ้น

บทความก่อนหน้านี้อ.เจษฎา เตือนผงอาบน้ำผิวขาว ผสม ‘ปูนขาว-ผงปูนคลอรีน’ มีฤทธิ์กัดกร่อน-กัดผิวหนัง อันตราย!!
บทความถัดไปชาวปทุมธานี เล่าความประทับใจครั้งรับเสด็จ “ในหลวงร.9” เผยนับเป็นบุญที่สุดในชีวิต