หน้าแรก คอลัมนิสต์ ปมประวัติศาสต...

ปมประวัติศาสตร์ โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

21.04.17 | 15:33 น.

เฉพาะเดือนเมษายนนี้ ได้เกิดปฏิบัติการขนาดใหญ่ในพื้นที่ไฟใต้ถึง 2 ครั้ง โดยกลุ่ม ผู้ก่อเหตุลงมือกว่า 10 จุด พร้อมๆ กันใน 3-4 จังหวัด ซึ่งการกระทำในลักษณะนี้ต้องใช้คนลงมือเป็นจำนวนมาก ส่งผลสะเทือนในวงกว้าง

โดยหนแรก เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 6 เมษายน ต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันที่ 7 เมษายน กลุ่มผู้ก่อเหตุได้วางระเบิดแสวงเครื่องและเผายางรถยนต์อย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวมทั้งสงขลา

ทำให้เสาไฟฟ้าเสียหายถึง 52 ต้น กระจายอยู่ใน 19 อำเภอของ 4 จังหวัดดังกล่าว

หนที่สอง เกิดเมื่อค่ำวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา ช่วงเวลา 19.30-19.45 น. เป็นการสร้างความปั่นป่วนด้วยระเบิดแสวงเครื่อง รวมทั้งใช้ประทัดยักษ์ขว้างใส่ฐานปฏิบัติการและจุดตรวจเจ้าหน้าที่

มีพื้นที่เกิดเหตุ 12 อำเภอ ในปัตตานี นราธิวาส และสงขลา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 8 ราย

Advertisement

ขณะที่ฝ่ายก่อความไม่สงบเสียชีวิต 2 รายเพราะระเบิดผิดพลาด

แต่ทั้ง 2 เหตุการณ์นี้ ฝ่ายกองทัพภาค 4 และ กอ.รมน.ภาค 4 ได้แถลงยืนยันว่า เป็นปฏิบัติการที่ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรรุนแรงนัก

คล้ายการมุ่งก่อกวนสร้างความหวาดกลัวมากกว่า

แต่ชาวบ้านจะคิดอย่างที่ฝ่ายรัฐนำเสนอหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ในสายตาของคนส่วนใหญ่ ยังเห็นว่าเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลเขย่าขวัญรุนแรงไม่น้อย

ภาพรวมจึงไม่มีใครรู้สึกว่า แนวรบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วเช่นไร

บังเอิญเพิ่งเกิดเหตุการณ์ใหญ่ในเมืองหลวง กรณีหมุดคณะราษฎรที่สูญหายไปจากลานพระบรมรูปทรงม้า แล้วมีหมุดหน้าใสมาฝังเอาไว้แทน

มีผู้วิเคราะห์สาเหตุว่า น่าจะมาจากความคิดที่ต้องการทำให้ประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 สูญสลายหายไปพร้อมกับหมุดดังกล่าว

เพราะเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ที่จุดประกายประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

แล้ววิธีกลบเกลื่อนลบเลือนประวัติศาสตร์ที่คนกลุ่มนี้ไม่อยากให้คนรู้ ไม่อยากให้มีการบันทึก ก็มักทำกันเสมอๆ

ดังเช่น ที่ไม่มีการบันทึกประวัติศาสตร์ 14 ตุลาคม 2516 ให้เป็นทางการ ไปจนถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชนในกรณีอื่นๆ ก็พยายามทำให้ลืมเลือนไป

แล้วเมื่อมองไปยังปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า มีการใช้กระบวนการกลบฝังประวัติศาสตร์ในอดีตของพื้นที่นี้มาโดยตลอดเช่นกัน

ไม่ยอมรับว่าในอดีตเคยมีรัฐปัตตานี ไม่เคยยอมรับประวัติศาสตร์ของคนท้องถิ่นที่มีอยู่มากมายในชายแดนใต้

ด้านหนึ่งจึงส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐเอง ก็ปฏิบัติหน้าที่ไปอย่างไม่เข้าใจความเป็นจริงของพื้นที่

อีกด้านส่งผลต่อประชาชนวงกว้าง ที่ป่านนี้จำนวนมากยังไม่รู้เลยว่า ทำไมคนใน 3 จังหวัดใต้ จึงต่อสู้กับฝ่ายรัฐมาอย่างยืดเยื้อยาวนาน

เข้าใจกันแต่เพียงว่ามี “โจรใต้” ที่อยู่บนภูเขา หรืออยู่เขตแดนประเทศอื่น ชอบบุกเข้ามาก่อเหตุรุนแรง เป้าหมายคือจะแยกดินแดน 3 จังหวัดใต้ไปเป็นรัฐอิสระ

เข้าใจกันผิดๆ ก็เลยมองปัญหาของพื้นที่นี้ผิดไปหมด

ปมปัญหาอยู่ที่ความไม่เป็นธรรม และการไม่เข้าใจลักษณะพิเศษเรื่องเชื้อชาติศาสนา

พอไปมองว่าเป็นเรื่องของกองกำลังที่ต้องการแยกประเทศไทย ก็เลยใช้ความเป็นชาตินิยมเข้าไปจัดการ จึงยิ่งไปกันใหญ่

เมื่อไม่ยอมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ก็ย่อมไม่เข้าใจปัญหา และแก้ไขกันผิดๆ

เหตุไม่สงบก็เลยไม่จบสิ้นเสียที