พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ยืนยันหนักแน่น ฟังเสียงประชาชน
ตอบโต้การสำรวจความคิดเห็นประชาชนผ่านสำนักโพลบางแห่ง ที่ปรากฏผล ไม่ใส่ใจไยดี เสียงทักท้วงเห็นต่างจากเจ้าของอำนาจแท้จริง
“บิ๊กตู่” บอกทำนอง แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่เคยแม้แต่มองข้าม
“ไม่ว่าจะเป็นถนนชำรุดในพื้นที่เล็กๆ น้อยๆ จะเห็นได้ว่า เราแก้ปัญหาได้ทันเวลา ขณะเดียวกันข้อมูลบางส่วนมาจากศูนย์ดำรงธรรม โซเชียลมีเดีย ก็รับมาแล้วนำไปขับเคลื่อนได้ทั้งหมด แล้วจะบอกว่าไม่ฟังความคิดเห็นใครได้อย่างไร”
รัฐบาล-คสช.โอดครวญทุกเมื่อเชื่อวัน ว่า มีขบวนการดิสเครดิต โจมตีปล่อยข่าว ลดทอนความน่าเชื่อถือ ในการดำเนินนโยบาย มาตรการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง การผลักดันออกกฎหมาย ฯลฯ
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ขบวนการ ดิสเครดิต จ้องโค่นล้ม ทำลาย มีมาทุกรัฐบาล
ไม่ว่าเข้าสู่อำนาจโดยวิธีพิเศษ หรือระบบปกติ จะแตกต่างกัน ก็ตรงที่มีมากน้อย-ดีกรีความรุนแรง
รัฐบาลที่มีความชอบธรรมสูง ระดับความเสี่ยงถูกดิสเครดิตจะต่ำ เนื่องจากได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนจำนวนมากนั่นเอง รัฐบาลที่มีที่มายึดโยงกับประชาชนอย่างที่ว่านี้ อาจไม่ให้ราคาค่างวดกับการดิสเครดิต เนื่องจากไม่มีน้ำหนักพอที่จะทำอะไรได้
ยุครัฐบาล คสช.ครองเมือง ขบวนการที่ว่านี้ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่มีจริง โดยที่ตัวระบบ ขาดกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุล หนำซ้ำมีกฎเหล็ก ข้อห้ามควบคุม เมื่อมีข้อจำกัดด้านต่างๆ มากกว่าระบบปกติ เมื่อช่องทางตามกระบวนการถูกปิด หรือบีบแคบลง แสดงออกอย่างเสรีไม่ได้
มันก็ไปออกช่องทางอื่น ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
อย่างไรก็ตาม รัฐไม่ควรนำเอาการเปิดตัวของผู้มีตัวตน ในฝ่ายการเมือง นักวิชาการ และภาคส่วนต่างๆ ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ทักท้วงด้วยเหตุด้วยผล มาเหมารวม ตัดสินว่าเป็นการดิสเครดิต
ขบวนการดิสเครดิตจริง ส่วนมากแล้วจะออกมาในรูปของการเคลื่อนไหวใต้ดิน บิดเบือนข้อมูล ใส่ร้ายโจมตีรัฐบาล โดยไม่ยืนอยู่กับพื้นฐานข้อเท็จจริง
แต่ความเห็นต่าง ไม่ใช่
จะว่าไปแล้ว เป็นกระบวนการสร้างสรรค์ ติเพื่อก่อด้วยซ้ำ
เห็นชัดที่สุดก็ในกรณีล่าสุด คำสั่ง คสช.ที่ 23/2560 ลงวันที่ 5 เมษายน 2560 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาความต่อเนื่องของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ กำหนดให้มีการคัดเลือกหรือสรรหาบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน การได้ว่าซึ่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินฯ
คำสั่งที่ออกก่อนวันรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มีผลบังคับใช้ 1 วันนี้ นักวิชาการ นักการเมือง วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ว่าไม่ถูกต้อง
อย่างนี้ต้องแยกแยะ ออกจากเรื่องการมุ่งให้ร้าย ดิสเครดิต
เพราะเป็นการกระทำที่เปิดเผยตัวตนของผู้ที่คัดค้าน เห็นต่างชัดเจน อีกทั้งยังแสดงเหตุผลในทางกฎหมาย ทางวิชาการรองรับประกอบการหักล้าง ไม่เห็นด้วยกับการออกคำสั่งนี้
หากเหมารวม ตัดสินเป็นเสียงฝ่ายตรงกันข้าม ดูคนพูดมากกว่าเหตุผล
กระบวนการสร้างสรรค์ ติเพื่อก่อนี้ ก็ถูกทำลายไปด้วยเหตุผลทางการเมือง ทำให้การดำเนินการเรื่องต่างๆ ไม่มีมุมมองที่ครบถ้วนรอบด้านเพียงพอ ก่อผลเสียมากกว่าผลดี
กล่าวสำหรับคำสั่ง คสช.ที่ 23/2560 “บิ๊กตู่” ออกคำสั่งใหม่ ฉบับที่ 24/2560 ให้งดเว้นการคัดเลือกองค์กรอิสระตามคำสั่งฉบับที่ 23 ให้กลับไปใช้วิธีปกติตามรัฐธรรมนูญ และมีคำสั่งข้ออื่นรองรับไว้ในกรณีพ้นจากตำแหน่ง
กรณีที่เกิดขึ้นนี้ ชี้ให้เห็นถึงการรู้จักแยกแยะ และฟังให้ได้ยินเสียงต่าง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการนำมาประกอบการทบทวนแก้ไข ทุกอย่างกลับไปสู่หลักที่ถูกต้อง
“บิ๊กตู่” เองก็ไม่เสียหาย เพราะเท่ากับได้ยืนยันอย่างเป็นรูปธรรมว่า รับฟังเสียงเห็นต่าง
การไม่ทุบทำลาย ตัดสินทุกเรื่องง่ายๆ ว่าเป็นการดิสเครดิต จึงเป็นคุณมากกว่าเป็นโทษ

