12 คำที่พ่อสอน 12 ต้นแบบที่พ่อทำ ที่คนไทยควรนำมาไว้เหนือเกล้า : โดย ณรงค์ ขุ้มทอง

13 ตุลาคม 2559 เป็นวันที่ชาวไทยทุกหมู่เหล่าต้องสูญเสียบุคคลที่เป็นเสมือนพ่อของคนไทยทั้งชาติ เมื่อสำนักพระราชวังได้ออกประกาศให้ทราบว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต ในทันทีนั้น น้ำตาของคนไทยนองทั้งแผ่นดิน หัวใจแทบสลาย นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่แห่งแผ่นดินสยาม

แม้ว่าชาวไทยจะเศร้าโศกต่อการสูญเสียครั้งนี้แต่มีสิ่งที่บ่งบอกและแอบแฝงในการสูญเสียคือบารมีที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ท่าน ซึ่งนับว่าเป็นการสูญเสียกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก กษัตริย์ที่ทรงรักและห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ กษัตริย์ที่ทรงเหน็ดเหนื่อยแก่แผ่นดินสยามมาร่วม 70 ปี ประวัติศาสตร์โลกจะต้องจารึกและมิอาจลืมเลือนได้ เฉกเช่นที่โลกไม่เคยลืมนโปเลียน โบนาปาร์ต กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ หรือเจงกีสข่าน มหาบุรุษแห่งอาณาจักรมองโกล เป็นต้น

ด้วยพระบารมีของพระองค์ท่าน 28 ตุลาคม 2559 สหประชาชาติได้เปิดประชุมสมัยพิเศษ เพื่อแสดงความอาลัยและถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่สำนักงานสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมยืนสงบนิ่งแสดงความอาลัย และเปิดโอกาสให้ผู้แทนประเทศใน 5 ภูมิภาคของโลกกล่าวสดุดีและความอาลัย

เช่น นายปีเตอร์ ธอมสัน ผู้แทนถาวรฟิจิ กล่าวว่า “พระองค์ทรงครองราชย์ยาวนานถึง 70 ปี ทรงได้รับการยกย่องจากชาวไทย และนานาประเทศจากความวิริยะอุตสาหะในการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อประเทศชาติและประชาชนมาโดยตลอด ทรงมีพระราชปณิธานที่จะปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม

ส่วนนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า “พระองค์ทรงได้รับการยกย่องจากนานาประเทศ ผมได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระองค์เมื่อปี 2550 พระองค์ทรงเป็นพลังที่สำคัญของประเทศในการรักษาความมีเสถียรภาพ ทรงทุ่มเทในพระราชกรณียกิจ เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน”

ตลอด 70 ปีที่พระองค์ทรงครองราชย์ พระองค์ทรงเป็นต้นแบบของการคิด ต้นแบบของการทำ และทรงเป็นต้นแบบของการสอนและต้นแบบของความรักความกตัญญู ซึ่งประชาชนชาวไทยทั้งปวงต้องก้มลงกราบพระบาท และควรนำมาเป็นแบบอย่างในการครองตน ครองคน และครองงาน 12 คำสอน 12 ต้นแบบที่พ่อทำ ดังนี้

1.พระองค์คือต้นแบบของการยึดมั่นในธรรม ซึ่งตลอด 70 ปี พระองค์มีพระทัยยึดมั่นในธรรมของประมุขชาติไทยอย่างสม่ำเสมอ นับตั้งแต่วันทรงขึ้นครองราชย์ ได้มีพระราชโองการว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจตามหลักทศพิธราชธรรม อย่างตั้งมั่นไม่เคยท้อถอย ไม่รู้จักเหนื่อย ไม่ว่าที่ไหนในแผ่นดินสยาม จะทุกข์ยาก กันดารเพียงใด พระองค์จะเสด็จฯไปถึง ด้วยพระทัยที่มุ่งมั่นในการเสียสละความสุขสำราญส่วนพระองค์ ทั้งนี้ เพื่อความสุขของชาวไทยทั้งปวงโดยไม่เลือกชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์

2.พระองค์คือต้นแบบของครูของแผ่นดิน พระองค์มิได้ทรงเป็นกษัตริย์เพียงอย่างเดียว แต่พระองค์ทรงเป็นครูเป็นผู้เพาะและผลิตพันธุ์แห่งการเรียนรู้ ทรงสอนนักเรียนโรงเรียนไกลกังวล ทรงสอนให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ทรงสอนชาวเขาในถิ่นกันดารให้มีอาชีพที่มั่นคง และอยู่กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและกลมกลืน

ทรงมีโครงการโรงเรียนพระราชทานขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2506 ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้โรงเรียน วัด บ้านและชุมชน (บวร) ช่วยกันสร้างโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สมบูรณ์และมีระบบ ทรงเป็นต้นแบบแนวคิดต่างๆ เพื่อเป็นทฤษฎีใหม่แห่งการเรียนรู้ เช่น โครงการแกล้งดิน โครงการเศรษฐกิจพอเพียง โครงการชั่งหัวมัน โครงการแก้มลิง และทรงสอนให้ครูรักเด็ก

แล้วเด็กจะรักครู ทรงสอนให้ช่วยเหลือกัน มิควรแข่งขันกัน ควรเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน

3.พระองค์คือต้นแบบแห่งความเพียร พระองค์ทรงมุ่งมั่นและเพียรพยายามที่จะนำความสุขความร่มเย็นผาสุกมาให้ปวงชนชาวไทยอย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย พระองค์ทรงงานหนักในฐานะกษัตริย์มากที่สุดในโลก พระองค์ทรงเป็นนักคิด มีงานและโครงการกว่า 4,000 โครงการ พระองค์ทรงถ่ายทอดหลักความเพียรผ่านการพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก ซึ่งเป็นต้นแบบให้คนไทยได้ศึกษาและเรียนรู้

4.พระองค์คือต้นแบบแห่งความรักและห่วงใย 70 ปีแห่งการครองราชย์ ที่พระองค์ทรงห่วงใยประชาชน บำบัดทุกข์บำรุงสุข ทรงมุ่งมั่น ทรงเสียสละ ทรงเหนื่อยพระวรกาย แต่ไม่เคยท้อ เสด็จฯไปทุกที่แม้ว่าจะทุรกันดารสักเพียงใดก็จะไปถึง ทรงรับฟังความเดือดร้อนด้วยพระองค์เองทุกที่ทุกภูมิภาคของประเทศจนเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวไทยและต่อนานาประเทศซาบซึ้งถึงความรักความห่วงใยต่อประชาชนชาวไทย เมื่อใดทรงทราบว่าคนไทยเดือดร้อนทุกข์ยาก พระองค์จะทรงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะอยู่ ณ จุดใดในแผ่นดินสยาม

5.พระองค์คือต้นแบบของความพอเพียง ความพอดี พอประมาณ ทรงเน้นให้ประชาชนอยู่ได้ ไม่ฟุ้งเฟ้อ พึ่งพาตนเอง ทนต่อแรงเสียดทานของการเปลี่ยนแปลง ทรงคิด “ทฤษฎีใหม่” ให้ประชาชนยึดถือปฏิบัติ ให้ประชาชนอยู่ได้ในพื้นที่มีน้อยและมีข้อจำกัด ซึ่งปรากฏอยู่ในโครงการต่างๆ ของพระองค์มากกว่า 4,000 โครงการ

6.พระองค์คือต้นแบบของความอดทนต่ออุปสรรค 70 ปี พระองค์ทรงเหนื่อยและอดทนต่ออุปสรรคต่อประชาชนชาวไทยและประเทศชาติ ปัญหาน้อยใหญ่ พระองค์ทรงมุ่งมั่นในด้านต่างๆ เช่น ด้านการศึกษา ด้านการเมืองการปกครอง ด้านเศรษฐกิจ ด้านศาสนาและวัฒนธรรม ทรงทดลองและวิจัยต่างๆ

ทรงเป็นแบบอย่างและต้นแบบเกษตรกรรม เช่น ปลูกข้าว เลี้ยงโคนม เพาะพันธุ์ปลานิล เป็นต้น

7. พระองค์คือต้นแบบแห่งการสร้างสรรค์ ทรงคิด ทรงประดิษฐ์ สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวไทย เช่น ฝนเทียมเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง กังหันชัยพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสีย แก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ำและแก้ไขปัญหาอุทกภัย เช่น โครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา คือโครงการขุดคลอง รับน้ำไม่ให้เข้าตัวเมืองหาดใหญ่ เป็นต้น

8.พระองค์คือต้นแบบผู้มีกาย วาจา ใจ ที่งดงาม ทรงเป็นพระราชาที่ยึดในหลักทศพิธราชธรรม ทรงมีหลักคิดและหลักธรรมผ่านพระราชดำรัสในโอกาสต่างๆ มีความลึกซึ้งทรงความหมายยิ่งนัก เสมือนคำสอนแก่ชาวไทยมาจากสรวงสวรรค์

9.พระองค์คือต้นแบบแห่งการให้ 70 ปี ทรงเป็นแบบอย่างของการให้ และเมตตาเป็นแบบอย่างแห่งการสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยรักกัน เอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน ให้อภัยกัน เช่น พระราชทานพระราชทรัพย์และสิ่งของส่วนพระองค์ช่วยเหลือชาวไทย อย่างกรณีเกิดอุทกภัยในแต่ละพื้นที่ในประเทศไทย หมายรวมถึงเพื่อนมนุษย์ทั่วโลก พระองค์ทรงมีพระเมตตา แสดงความอาลัยความห่วงใยอยู่เสมอ

10.พระองค์คือต้นแบบแห่งการกตัญญู ภาพที่เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวไทยทั้งปวง คือ พระองค์ทรงประคองและดูแลสมเด็จย่า ทรงดูแลห่วงใยสมเด็จย่า ซึ่งพระราชจริยวัตรดังกล่าวสะท้อนให้เห็นคุณธรรมสูงสุดของผู้อยู่สูงสุดของแผ่นดินสยาม และทรงดูแลห่วงใยพระมารดาอย่างใกล้ชิด ทั้งๆ ที่พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจเพื่อประเทศชาติและชาวไทยตลอดเวลา

11.พระองค์คือต้นแบบของผู้มีน้ำใจนักกีฬา 70 ปี ทรงสนพระทัยด้านกีฬาเรือใบ ทรงคิดเองทำเองโดยต่อเรือ ซ่อมเรือ ด้วยพระองค์เอง ทรงเข้าแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ทรงได้ตำแหน่งชนะเลิศเหรียญทองประเภทโอเคเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2510

นับเป็นวันแห่งเกียรติยศของนักกีฬาไทยและได้ยึดถือวันที่ 16 ธันวาคม เป็น “วันกีฬาแห่งชาติ” ของชาติไทยมาจนตราบทุกวันนี้

12.พระองค์ คือ ต้นแบบของความเป็นพ่อ พระองค์ทรงรักและห่วงใยพระโอรสและพระธิดาทุกพระองค์ และทรงเป็นพ่อของคนไทยทั้งชาติผูกพันดุจพ่อปกครองลูก ไม่ถือพระองค์ ทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของประชาชนทุกหมู่เหล่าอย่างใกล้ชิด 70 ปี ในแผ่นดินสยามใต้ร่มพระบารมีล้นเกล้าของในหลวงภูมิพลอดุลยเดช

ข้าพระพุทธเจ้าขอเชิญชาวไทยทุกเชื้อชาติ ศาสนาได้ถวายพระพรให้พระองค์ทรงสถิตชั้นสวรรค์และอยากเชิญชวนชาวไทยทุกหมู่เหล่าน้อมรับคำสอน น้อมรับพระราชจริยวัตรเป็นต้นแบบแห่งการครองตน ครองคน ครองงาน ลดละเลิก หยุดทะเลาะ หยุดคิดแยก หันหน้าเข้าหากัน วันนี้ เรามีรัชกาลที่ 10 มาสานต่อพระราชกรณียกิจ มาเป็นศูนย์รวมดวงใจของชาวไทย เพื่อชาวไทยด้วยแล้วพร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ที่ทรงเป็นหลักชัยและศูนย์รวมแห่งความรักความสามัคคีของคนในชาติ

ขอให้ชาติไทยจงเจริญ ด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมข้าพระพุทธเจ้าชาวไทยพร้อมผู้เขียนจะขอเป็นข้าพระบาทของพระองค์ตลอดไป

ณรงค์ ขุ้มทอง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ยากล่อมประสาท 4.0 โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
บทความถัดไป“กัปตันหน่อง” มั่นใจ บีจีวีซี ปรับตัวเร็วพร้อมตบ ‘ฝูเจี้ยน’