หน้าแรก คอลัมนิสต์ การเมือง 2 หน...

การเมือง 2 หน้า 4 เดือน ทำอะไรได้

25.09.25 | 12:40 น.
การเมือง 2 หน้า 4 เดือน ทำอะไรได้

การเมือง 2 หน้า
4 เดือน ทำอะไรได้

ภายหลังคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นเป็นการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามกำหนดการที่ประธานรัฐสภาให้ไว้เป็นวันที่ 1-2 ตุลาคมนี้

ความเป็นไปทางการเมืองที่ต้องติดตามก็คือ เนื้อหาสาระนโยบายของรัฐบาลจะปรากฏหน้าตาเป็นอย่างไร

เพราะถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขข้อตกลงกับพรรคประชาชนว่าต้องยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เป็นตรงกับช่วงปลายเดือนมกราคม 2569

ฉะนั้น เวลาแค่ 4 เดือน รัฐบาลจะดำเนินนโยบายอะไรได้มากมาย ทั้งนโยบายเร่งด่วน ระยะสั้น ระยะกลาง ส่วนระยะยาวไม่ต้องพูดถึง ลืมไปได้เลย ถ้าไม่เกิดการเบี้ยวข้อตกลงกันเสียก่อน

Advertisement

4 เดือนในทางการบริหารราชการแผ่นดิน ภายใต้รัฐบาลชั่วคราว คงทำอะไรไม่ได้มากเป็นชิ้นเป็นอัน

ขณะที่ฝ่ายประจำส่วนหนึ่งอาจเกียร์ว่าง รอผลการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นต้นปีหน้า หน้าตารัฐบาลถาวรชุดใหม่เป็นใคร ค่อยว่ากัน

แนวโน้มเหตุการณ์เป็นไปทำนองนี้ เป็นผลจากการกำหนดเงื่อนไขทางการเมืองเรื่องเวลา 4 เดือน

จึงมีคำถามว่า ทำไมถึงต้อง 4 เดือน 4 เดือนทำอะไรได้

กิจการบ้านเมืองเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์หรือเปล่า

ถามอีกว่าแล้วทำไมพรรคภูมิใจไทยถึงตอบรับเงื่อนไข

พรรคภูมิใจไทยเดินเกมการเมืองให้น้ำหนักไปที่เหตุผลทางการเมืองเป็นหลักมากกว่า

การบริหารราชการภายในระยะเวลาสั้นๆ ทำอะไรไม่ได้มากนักก็ตาม แต่ในทางการเมืองได้รับประโยชน์เต็มๆ เมื่อได้อำนาจมาอยู่ในมือ มีอำนาจต่อรองมากมาย

ได้ครอบครองเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ได้จัดตั้งรัฐบาล ควบคุมกลไกรัฐทุกกระทรวงทบวงกรม ได้เป็นรัฐบาลระหว่างจัดการเลือกตั้งทั่วไป แค่นี้ก็คุ้มสุดคุ้มแล้ว

ส่วนเงื่อนไขข้อตกลงว่าด้วยการเริ่มต้นกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ หากไขประตูไปสู่การร่างใหม่ได้สำเร็จ เกิดการลงประชามติขึ้นจริง ผลจะออกมาอย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยได้รับคะแนนนิยมไปเต็มๆ อีกเช่นกัน

ประเด็นมีอยู่ว่า กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เสียงวุฒิสมาชิกให้การสนับสนุนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 คือ 67 เสียง ถึงจะแก้ไขได้

วุฒิสมาชิกทั้งหมด 200 คน ถ้าสามารถโน้มน้าว ชักชวน อ้อนวอน หรือส่งสัญญาณ สั่งการภายในก็ตาม ได้ครบจำนวนที่ต้องการ แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ก็ถือเป็นผลงานและเป็นการทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับพรรคประชาชนแล้ว

แต่ถ้าหาไม่ได้ วุฒิสมาชิกซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็น ส.ว.สีน้ำเงิน ไม่ยอมยกมือสนับสนุนถึง 1 ใน 3 ไม่สามารถทำตามข้อตกลงกับพรรคประชาชนได้สำเร็จ ก็อ้างได้อีกว่า วุฒิสมาชิกเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง ไม่สามารถครอบงำ ชี้นำ แทรกแซงได้

ที่กล่าวหากันว่าเป็น ส.ว.สีน้ำเงินนั้น ไม่เป็นความจริง ยืนยันจากผลการลงมติที่ออกมานี่ไง

ภูมิใจไทยได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง ที่ได้แน่ๆ ไปแล้ว ก็คือโอกาสในการพิสูจน์ฝีมือ

ด้านพรรคประชาชนการกำหนดเงื่อนไขข้อตกลง กรอบเวลาแค่ 4 เดือน เหตุผลเพียงประการเดียวคือต้องการคืนอำนาจการตัดสินใจให้ประชาชน ผ่านการยุบสภาเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่โดยเร็ว แค่นั้น

คิดว่าเวลา 4 เดือน เพียงพอที่จะปฏิบัติการให้เกิดกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ด้วยการเสนอแก้ไขหมวด 15 ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ส่วนผลในด้านการบริหารราชการแผ่นดินจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องรอง คิดคำนึงถึงแค่ไหน ไม่มีใครตอบคำถามนี้ทั้งสิ้น

รอดูของจริง วันรัฐบาลแถลงนโยบายนะครับ ที่มี ส.ส.พรรคประชาชนออกมาขู่ฟอดๆ ว่าจะแฉรัฐมนตรีคนที่มีแผล ถูก ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด เหตุการณ์จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

การเมืองใหม่ ด้านหนึ่งหนุนยันรัฐบาล อีกด้านหนึ่งตรวจสอบ ควบคุม กำกับ จะดำเนินไปอย่างไร

ขณะที่สัญญาณการทวงคืนตำแหน่งประธานรัฐสภาค่อยๆ ปรากฏขึ้นแล้ว หากเป็นจริงจะชุลมุน ต่อรองแลกเปลี่ยนกันอีกกี่วัน กี่เดือน ไม่ทันไรก็ต้องยุบสภาแล้ว

ย้อนกลับมาถึงนโยบายของรัฐบาล คุณอนุทินพูดก่อนหน้านี้ว่าเตรียมนโยบายไว้หมดแล้ว ขณะนี้ทำกรอบใหญ่ก่อนและให้พรรคร่วมรัฐบาลอื่นมารับทราบด้วย

ไม่ใช่ยัดเยียดเหมือนที่ผ่านมา เพราะพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีปากมีเสียง เลยเป็นนโยบายของพรรคแกนนำอย่างเดียว เลยมีปัญหา ทำงานไม่มีความสามัคคี

ครับ สาระนโยบายภายใต้ความสามัคคี 4 เดือนที่จะปรากฏโฉม มีเรื่องใดของพรรคร่วมรัฐบาลพรรคไหนบรรจุไว้บ้าง นโยบายอะไร

นโยบายการเมือง กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หน้าตา ที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จะมีบทสรุปอย่างไร

เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ สถานบันเทิงครบวงจรที่ไม่มีกาสิโน กัญชาเสรีเพื่อทางการแพทย์ รถไฟฟ้า 20 บาท พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่

นโยบายต่างๆ ทำนองนี้ จะมีให้เห็นหรือไม่

ไม่ใช่เพียงแค่ติดตาม แต่ต้องถามว่าภายใต้กระบวนการจัดทำนโยบายแบบปรึกษาหารือ ไม่ยัดเยียด สั่งการ 4 เดือน ทำได้จริงแค่ไหน

ถ้าทำได้สำเร็จ เห็นผลงานชัดเจน เสียงประชาชนในการเลือกตั้งทั่วไป เที่ยวหน้า จะเป็นคำตัดสิน