THACCA ที่ไม่เกี่ยวกับ‘ทักกี้’
ผู้ที่ตอนมีอยู่ไม่มีใครรัก หากยามจากมีแต่คนอาลัย
มีรูปแบบความสัมพันธ์อย่างหนึ่งที่อาจพบได้ทั้งในระดับครอบครัว คนรัก หรือที่ทำงาน จะมีใครสักคนซึ่งในยามที่เขาหรือเธออยู่ให้เห็น คนอื่นในความสัมพันธ์อาจจะรู้สึกว่าไม่ใช่คนสำคัญหรืออาจจะถึงกับรู้สึกเกะกะขวางตาหรือรำคาญหน่อยๆ ด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม
แต่เมื่อเวลาใดที่เขาหรือเธอคนนั้นเกิดจะไม่อยู่ตรงนั้นแล้วจริงๆ ขึ้นมา ไม่ว่าโดยการจากเป็นหรือจากตาย ทุกคนเพิ่งจะได้พบว่า ที่แท้แล้วการมีคนคนนี้อยู่ตรงนั้นมันดีอย่างไร หรือเพิ่งได้เห็นคุณค่าในสิ่งที่เขาหรือเธอทำอันเป็นสิ่งที่ก่อนนี้ไม่เคยจะนึกขอบคุณเสียเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อถึงเวลาที่สิ่งนั้นจะไม่มีแล้วเพราะคนที่ทำเรื่องนั้นจะไม่อยู่อีกแล้ว
เรียกว่าเป็นความสัมพันธ์รูปแบบน่าสงสารที่ “ตอนอยู่ไม่มีใครรัก เวลาจากมีแต่คนอาลัย”
THACCA (Thailand Creative Content Agency) หรือสำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ อันเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ไทยที่เป็นนโยบายของรัฐบาลคุณเศรษฐา ทวีสิน สืบเนื่องมาจนถึงคุณแพทองธาร ชินวัตร ถ้าเปรียบเป็นคนก็คงจะเป็นคนที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่กล่าวถึงไปนั่นแหละ
นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ (เพื่อ) ไทย นั้นเป็นเป้าแรกๆ ของการโจมตีนับตั้งแต่เปิดตัว ด้วยข้อหาตั้งต้นว่าผู้ผลักดันโครงการคือรัฐบาลพรรคเพื่อไทยนั้น “ไม่ได้รู้เรื่อง” ของซอฟต์พาวเวอร์ โดยฝ่ายที่จับผิดนั้นเริ่มตั้งแต่การกางตำรา Soft Power: The Means to Success in World Politics (มีแปลไทยในชื่อ “Soft Power อำนาจโน้มนำ: หนทางสู่ความสำเร็จในการเมืองโลก” โดยสำนักพิมพ์มติชน) ของ โจเซฟ ไนย์ (Joseph Nye) มาเพื่อแจกแจงจาระไนว่าซอฟต์พาวเวอร์ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการเป็นอย่างไร และไม่ตรงกับนโยบายของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยอย่างไร
รวมไปถึงการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติที่แบ่งออกไป เป็น 11 ด้าน คือ อาหาร เฟสติวัล การท่องเที่ยว ดนตรี หนังสือ ภาพยนตร์ ละครและซีรีส์ ศิลปะ เกม กีฬา ออกแบบและแฟชั่น นั้นเป็นการเหวี่ยงแหแบบไม่มีเป้าหมาย แทนที่จะเลือกที่จะสนับสนุนเพียงสาขาใดสาขาหนึ่งที่ไทยมีศักยภาพในการแข่งขันไปเลย เช่นในสาขาซีรีย์วายหรือบอยเลิฟ
ผลของความพยายามล้อเลียนและด้อยค่านโยบายซอฟต์พาวเวอร์สร้างความเชื่อ ให้แก่ผู้เกลียดชังพรรคเพื่อไทยและชื่นชอบพรรคการเมืองสีส้มไปจนเกิดเป็นความเข้าใจว่านั่นคือความจริงว่าโครงการนี้เป็น “พลังนุ่มนิ่ม” ที่ไร้ประโยชน์ ไม่มีผลงาน และกลายเป็นข้อโจมตีทางการเมืองที่มีการหยิบยกเอางบประมาณของนโยบายซอฟต์พาวเวอร์นี้มาโจมตีว่าเป็นโครงการที่สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินแบบใส่ตัวเลขเกินจริงไปหลักหมื่นล้าน
ส่วนหน่วยงานที่เป็นเหมือนเจ้าภาพหรือผู้รับหน้าเสื่อ (และในที่สุดก็กลายเป็นเป้าให้ปาหิน) คือ THACCA ก็ดันถูกเอาไปล้อเลียนว่ามาจากชื่อของ “ทักกี้” หรือนายทักษิณ ชินวัตร เสียอย่างนั้น ทั้งที่คำว่า THACCA เป็นวิธีเดียวกับการตั้งชื่อองค์กรลักษณะนี้ในหลายประเทศ เช่นของประเทศเกาหลีใต้คือ KOCCA (Korea Creative Content Agency) และของไต้หวันคือ TAICCA (Taiwan Creative Content Agency) แต่ก็ล้อจนเชื่อกันไปแบบจริงจัง อย่างที่อินฟลูฯบางคนที่เคยคิดว่าพอจะมีสติปัญญาอยู่บ้างยังดันเชื่อไปด้วย
แต่เมื่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมีอันเป็นไปพร้อมกับที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ประกาศว่านโยบายซอฟต์พาวเวอร์นั้นจะเป็นหนึ่งในนโยบายที่อยู่ในบัญชีที่จะไม่ได้ไปต่อ กลับมีเสียงออกมาในทำนอง เสียดายนโยบายซอฟต์พาวเวอร์และความพยายามก่อตั้ง THACCA จากคนทำงานในแวดวงงานศิลปวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ทั้งในด้านภาพยนตร์ ดนตรี เกม หนังสือและวรรณกรรม และดนตรี โดยมีสาระที่ตรงกันคือต่างออกมาบอกว่า นโยบายซอฟต์พาวเวอร์และ THACCA นั้น ได้สร้างและให้ประโยชน์อะไรกับพวกเขาซึ่งเป็นการลงรากฐานอนาคตของวงการสร้างสรรค์ในแต่ละด้านไว้อย่างไร ดังนั้น จึงน่าเสียดายที่โครงการนี้จะไม่ได้ไปต่อ และการก่อตั้ง THACCA นั้นคงจะไม่สำเร็จ
แม้แต่ “พี่ตุ้ม” หนุ่มเมืองจันท์เองก็ยังถึงกับโพสต์ว่า ได้คุยกับคนในแวดวงดนตรีและหนังมาสองสามคนล้วนได้ความว่าคนในวงการเสียดายแผนงาน THACCA ของรัฐบาลที่แล้วมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลสามารถดึงมือดีของภาคเอกชนในแวดวงบันเทิงมาทำงานให้ได้ และรับฟังเสียงของคนในวงการจริงๆ เหมือนคนที่เพิ่งได้รับการมองเห็นคุณค่าจากรัฐบาล ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เห็นรัฐบาลสนับสนุนวงการบันเทิงไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพียงแต่ในโพสต์ของพี่ตุ้มที่ปิดท้ายด้วยประโยคที่ว่า “น่าเสียดายที่ใช้เวลาลองผิดลองถูกนานเกินไปจนอำนาจเปลี่ยนมือ” จึงเรียกคณะทัวร์ทั้งสายสีแดงและคณะทัวร์อิสระที่สนับสนุน THACCA กันไป แต่ในจำนวนนักท่องเที่ยวนั้นก็มีหลายคนที่เข้าไปบอกเล่าว่า THACCA และนโยบายซอฟต์พาวเวอร์นี้ทำอะไรดีๆ ไว้ในวงการบ้างเหมือนกัน
โดยส่วนตัวซึ่งเป็นนักเขียนนวนิยายและไลต์โนเวล ชอบดูภาพยนตร์ แอนิเมชั่น และเล่นวิดีโอเกมแล้ว ไม่แปลกใจเท่าไรที่เรื่องของนโยบายซอฟต์พาวเวอร์และ THACCA จะอยู่ในสถานะเหมือนความสัมพันธ์แบบ “อยู่ไม่มีใครรัก แต่ตอนจากมีแต่คนอาลัย” เช่นนี้
เพราะสำหรับคนในวงการวรรณกรรมและการเขียน เราต่างได้รู้ว่าโครงการตามนโยบายซอฟต์พาวเวอร์นั้นช่วยเหลือนักเขียน นักวาด และคนในแวดวงวรรณกรรมไทยให้มีโอกาสได้เผยแพร่ผลงานไปยังต่างประเทศทั้งในด้านการช่วยไปขายงานให้สำนักพิมพ์ต่างประเทศนำไปแปล และที่ให้ทุนแปลวรรณกรรมและหนังสือไทยให้เป็นภาษาต่างประเทศเพื่อนำไปขายในระดับสากลมากมาย
หรือในวงการภาพยนตร์และแอนิเมชั่นของไทย หากสังเกตจะมีโลโก้ของ THACCA แอบอยู่อย่างสงบเสงี่ยมในกลุ่มโลโก้ผู้สนับสนุน รวมถึงการออกทุนสนับสนุนสร้างและส่งภาพยนตร์ไทยไปประกวดในเทศกาลภาพยนตร์ในต่างประเทศจนได้รับรางวัล หรือถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปฉายในต่างประเทศ หรือการนำเกมคอมพิวเตอร์ของไทยไปโชว์ในงานเทศกาลเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก Gamescom 2025 ที่เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี
แต่ก็เข้าใจได้ว่าทำไมคนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในวงการเป็นผู้สร้างสรรค์งานเชิงศิลปวัฒนธรรมจะเข้าใจว่านโยบายซอฟต์พาวเวอร์และ THACCA นั้นไม่มีผลงานจับต้องได้ และไม่เห็นว่าจะช่วยในการสร้างซอฟต์พาวเวอร์ไทยได้ตรงไหน แอนิเมะกันดั้มที่ให้ตัวละครเหมือนจะมีเชื้อสายไทยและทำให้ข้าวมันไก่กลายเป็นกระแสเสียอย่างสร้างซอฟต์พาวเวอร์ได้มากกว่าอีก นั่นก็เพราะว่าคนได้ประโยชน์จากนโยบายนี้และ THACCA ในระยะแรกนี้ คือบรรดา “ผู้สร้างสรรค์” งานวัฒนธรรมร่วมสมัยในแต่ละสาขา
และก็เพราะว่าในตอนนี้ซอฟต์พาวเวอร์ของไทยที่สั่งสมกันมานานจนเกิดเป็น “กระแสไทย” ขึ้นในหลายประเทศนี่แหละ ทำให้รัฐบาลจะต้องอาศัยจังหวะนี้ต่อยอดด้วยการส่งผลงานสร้างสรรค์เชิงศิลปวัฒนธรรมออกไปเสริมกระแสนี้ต่อไปเรื่อยๆ
แม้จะดีใจที่ว่า ในที่สุด บรรดาผู้สร้างสรรค์ในแขนงต่างๆ ที่ได้รับประโยชน์จากการดำเนินนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาลเพื่อไทยและ THACCA ต่างออกมายอมรับว่านโยบายนี้มีประโยชน์ต่ออนาคตของวงการจริง แม้อาจจะช้าไปบ้าง แต่มาช้าก็ดีกว่าไม่มา แต่คงดีกว่าถ้าพวกท่านออกมาช่วยแก้ต่างให้นโยบายนี้และ THACCA ตั้งแต่ตอนที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยยังอยู่ ช่วยออกมาชี้แจงให้ ส.ส.พรรคส้มที่มุ่งโจมตีโครงการและนโยบายนี้อย่างไม่เป็นธรรมได้เห็นว่าคนในวงการคิดอย่างไร รวมถึงออกมาช่วยพูดกับผู้คนที่เชื่อถือพวกท่านว่าจะเกลียดจะชังรัฐบาลเพื่อไทยหรือตระกูลชินวัตรอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาพยายามทำอย่างเต็มที่ และจะส่งผลต่อวงการสร้างสรรค์ของไทยในอนาคตโดยไม่เกี่ยวกับว่าพรรคใดจะได้หน้าได้ประโยชน์ ก็เป็นไปได้ว่ารัฐบาลปัจจุบันอาจจะถือว่านโยบายซอฟต์พาวเวอร์และ THACCA นั้นเป็นหนึ่งในสิ่งที่รัฐบาลใหม่จะสนับสนุนกันต่อไปก็ได้
แต่ถึงอย่างนั้น อะไรต่ออะไรมันก็ผ่านไปแล้ว แต่อย่าลืมว่ามีคำกล่าวหนึ่งว่า “เวลาที่ดีที่สุดในการปลูกต้นไม้คือเมื่อสิบปีที่แล้ว ส่วนเวลาที่ดีรองลงมาคือในตอนนี้” ซึ่งเรื่องของซอฟต์พาวเวอร์และงานสร้างสรรค์เชิงวัฒนธรรม และการมีองค์กรเจ้าภาพที่มาดูแลอย่าง THACCA นั้นก็เป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่มีคนปลูกมาเมื่อสองปีที่แล้ว ดีกว่าการไปปลูกใหม่พรุ่งนี้วันนี้ เพียงแค่ช่วยกันส่งเสียงให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจอย่า “โค่นมันทิ้ง” ให้เราเสียเวลากันทั้งวงการจะดีกว่า
เมื่อเร็วๆ นี้ มิตรสหายท่านหนึ่งมีโอกาสได้พบและต้อนรับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม คุณซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ที่ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงานสัปดาห์หนังสือที่กำลังจัดอยู่ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาตินี้ และได้เห็นในความตั้งใจจริงของท่าน และการเอาใจใส่และรู้เรื่องหนังสือ และมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนโครงการด้านหนังสือต่อไปครับ
ในฐานะของนักเขียนคนหนึ่ง เมื่อพิจารณาประโยชน์ต่อวงการสร้างสรรค์ในระยะยาว ผมหวังว่าหากท่านรัฐมนตรีหรือผู้มีอำนาจในรัฐบาลปัจจุบันได้อ่านหรือรับรู้ข้อความที่เขียนในคอลัมน์ตอนนี้ไม่ว่าจะโดยทางใด ก็อยากวิงวอนให้รัฐบาลปัจจุบันสนับสนุนโครงการต่างๆ ตามนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ต่อไป และการสานต่อจัดตั้ง THACCA ต่อไป ที่มันอาจจะไม่ใช่ต้นไม้ที่สวยงามสมบูรณ์ แต่ก็ห่างไกลจากการเป็น “ต้นไม้พิษ” ที่จะต้องโค่นทิ้งเพื่อสักวันก็ต้อง “ปลูกใหม่” ในอนาคตซึ่งจะเนิ่นช้าเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
เมื่อข้อกล่าวหาเรื่องการเปลืองงบประมาณหรือไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์นั้นเป็นเพียงข้อโจมตีที่หวังผลดิสเครดิตกันทางการเมือง และในตอนนี้ผลที่หวังก็บังเกิดแล้ว รัฐบาลพรรคเพื่อไทยและนายกรัฐมนตรีที่พวกท่านไม่ชอบหน้าก็พ้นจากอำนาจไปแล้ว จากนี้ฝ่ายที่มุ่งโจมตีก็กรุณาเลิกกล่าวหากันแบบไม่เป็นธรรมแล้วมาพิจารณากันตามเนื้อผ้า โดยลองพูดคุยกับผู้คนในวงการสร้างสรรค์ตัวจริง แล้วสานต่อโดยปรับปรุงไปตามที่ท่านเห็นสมควรเถิด

