“ประชาธิปไตย” ตามความหมายที่พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บัญญัติคือ
ระบอบการปกครองที่ถือมติปวงชนเป็นใหญ่, การถือเสียงข้างมากเป็นใหญ่
พจนานุกรมฉบับมติชน พ.ศ.2547 บัญญัติ คือ
ระบอบการปกครองที่ถือมติปวงชนเป็นใหญ่, การถือเสียงข้างมากเป็นใหญ่, โดยปริยายหมายถึงการยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น
รัฐธรรมนูญ คือกฎหมายหลักในการจัดระเบียบการปกครองประเทศ
เลือกตั้ง คือการคัดเลือกบุคคลให้เป็นผู้แทนหรือให้ดำรงตำแหน่งด้วยการลงคะแนนเสียง
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กำหนดให้ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ดังนั้น การที่จะให้มีบุคคลปกครองประเทศต้องถือมติปวงชนเป็นใหญ่ ด้วยการเลือกตั้งบุคคลเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ใช้อำนาจอธิปไตยแทนปวงชนชาวไทย
การเลือกตั้งจึงไม่ใช่กิจกรรมอย่างหนึ่งในระบอบประชาธิปไตย หากแต่เป็นกลไกของระบอบการปกครองที่ถือเสียงข้างมากเป็นใหญ่ และมีระเบียบในการปกครองประเทศตามรัฐธรรมนูญเป็นหลัก
การจะให้ได้มาซึ่งผู้เป็นตัวแทนของประชาชน ต้องใช้เสียงประชาชนคนละ 1 เสียง เป็นหลัก
การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญกำหนดคือโดยตรงและลับ หมายความว่า ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วยตัวเองในคูหาเลือกตั้งตามลำพัง ในระบบ 1 คน 1 เสียง
การเลือกตั้งผู้เข้ามาปกครองประเทศไม่ใช่กิจกรรมทั่วไป หากแต่เป็นเรื่องของการเมือง การปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตยซึ่งจะนำพาให้ประเทศชาติเดินหน้าไปในทิศทางตามแต่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ ด้วยการเลือกนโยบายของพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งให้ได้จำนวนเป็นข้างมากเข้าไปดำเนินการบริหารราชการแผ่นดิน ใช้งบประมาณที่ได้จากภาษีอากรของประชาชนไปสร้างความเจริญของประเทศตามที่ได้แจ้งไว้เป็นนโยบายกับประชาชน
เพื่อให้ประชาธิปไตยเป็นของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน รัฐธรรมนูญจึงต้องกำหนดวาระเข้าไปบริหารราชการแผ่นดินในฐานะนักการเมืองมีวาระกำหนด ปัจจุบันนิยมกำหนดให้ไม่เกิน 4 ปีต่อ 1 วาระ
การกำหนดระยะเวลามี 2 ลักษณะ คือวาระละ 4 ปี แต่ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน กับวาระละ 4 ปี แต่จะดำรงตำแหน่งได้อีก หากได้รับการเลือกตั้ง
ทั้งสองลักษณะ คือการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ปัจจุบันผู้ที่จะเป็นผู้บริหารสูงสุด มี 2 ลักษณะ คือในระบบประธานาธิบดี มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศที่มาจากการเลือกตั้งมีกำหนดวาระจากการเลือกตั้งคราวละ 4 ปี แต่ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน
กับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผู้บริหารสูงสุด คือนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งเป็นเสียงข้างมาก อาจพ้นจากตำแหน่งจากการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือลาออกด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด อาจได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกได้ หากพรรคการเมืองนั้นได้รับการเลือกตั้งเป็นเสียงข้างมาก ทั้งจากการลงมติในสภา หรือยุบสภาและเลือกตั้งใหม่
ประเทศไทยวันนี้มีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยอีกฉบับหนึ่ง หลังประกาศมีรัฐธรรมนูญตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีการเลือกตั้งให้จัดตั้งรัฐบาลที่มาจากเสียงของประชาชนหลายครั้งหลายหน แม้จะมีผู้เข้ามายึดอำนาจการปกครองเป็นอย่างอื่น แต่ในที่สุดต้องมาจัดการเลือกตั้งเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน
ประเทศไทยวันนี้ต้องเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กำหนด ด้วยการเลือกตั้งครับ ใครอย่ามาไขว้เขวให้เป็นอย่างอื่น
เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

