หน้าแรก คอลัมนิสต์ มาตรฐาน สินค้...

มาตรฐาน สินค้าจีน เรือดำน้ำ มือถือ อะไรคือ ปกติ

27.04.17 | 12:30 น.

หัวข้อถกเถียงเรื่องใหม่ของสภากาแฟในวันนี้

คือกรณี ครม.อนุมัติตามคำขอกองทัพเรือจัดซื้อ “เรือดำน้ำ” จากประเทศจีน

เป็นการอนุมัติ “แบบเงียบๆ” ไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 เมษายน

แต่ข่าวเพิ่งปรากฏในสัปดาห์ถัดมา

25 เมษายน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการอนุมัติโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำจากสาธารณรัฐประชาชนจีนว่า

Advertisement

เรื่องนี้อธิบายมานานแล้ว เราจะซื้อทีละลำเพราะกว่าจะได้ลำหนึ่งใช้เวลา 5-6 ปี

จึงมีการวางแผนระยะยาว โครงการนี้จะใช้เวลาทั้งหมด 11 ปี กว่าจะได้ทั้งหมด 3 ลำ

ทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอน การจัดซื้อจัดหาก็จะต้องทำให้โปร่งใส

เหตุที่กองทัพเรือเลือกซื้อจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเนื่องจากราคาถูกมากเมื่อเทียบกับ 9 ประเทศ

และมีอาวุธยุทโธปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ติดมาด้วย

โดยรายละเอียดต่างๆ กองทัพเรือจะชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง

เมื่อถามว่า สรุปแล้วในการใช้งบประมาณการจัดซื้อเรือดำน้ำครั้งนี้ใช้งบประมาณเท่าไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทั้งหมด 36,000 ล้านบาท จำนวน 3 ลำ

ส่วนรายละเอียดจะแบ่งจ่ายอย่างไรสื่อไม่จำเป็นต้องรู้

ต่อคำถามว่า มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องผ่าน ครม. แล้วไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการ

รักษาการนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า

“เพราะว่าเอกสารนี้เป็นเอกสารลับ เขาไม่เปิดเผยกัน

เอกสารทางด้านยุทธศาสตร์ เรื่องยุทธวิธีเป็นเอกสารลับทั้งหมดอยู่แล้ว

ทุกกระทรวง ทบวง กรม มีเอกสารลับทั้งหมด”

เมื่อถามว่า สรุป ครม.อนุมัติเมื่อวันที่ 18 เมษายนหรือไม่

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า

“ผมจำไม่ได้ ผ่านไปนานแล้ว เอาเป็นว่าผมอยู่ในที่ประชุมแล้วกัน

พวกสื่อจะรู้ไปทำไม”

แต่ที่บังเอิญยิ่งกว่าละครโทรทัศน์

ก็คือการอุบัติขึ้นของข่าวสินค้าดังจากประเทศจีนอย่างโทรศัพท์หัวเว่ยรุ่นล่าสุด

“ดราม่า” เกิดขึ้น เมื่อบรรดาผู้เชี่ยวชาญเครื่องมือสื่อสารทั้งหลาย ทดลองใช้โทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดของหัวเว่ย อย่าง Huawei P10 และ P10 Plus

และรายงานผลการทดสอบว่า หัวเว่ยใส่สเปกของแรมและหน่วยความจำ มาให้กับโทรศัพท์ใหม่แต่ละเครื่องไม่เหมือนกัน

โดยการทดสอบพบว่าหน่วยความจำแต่ละรุ่นในโทรศัพท์ประเภทเดียวกันนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง

โดย UFS 2.1 จะได้ความเร็วในการอ่านที่เกิน 700MBps

ส่วน UFS 2.0 จะอยู่ที่ 500MBps

และ eMMC 5.1 จะอยู่ที่ประมาณ 300MBps

ซึ่งมีผู้ใช้ P10 Plus รุ่นท็อป 6GB / 128 GB บางคนรายงานมาว่าทดสอบแล้วกลายเป็นรุ่น eMMC 5.1 ที่มีความเร็วช้าที่สุด

แต่ที่ทำให้เรื่องนี้ “ดราม่า” ยิ่งขึ้นก็เพราะการแถลงของ หยู เฉินตง ซีอีโอของหัวเว่ย

ที่ระบุว่า Huawei P10 มีการใช้หน่วยความจำ ROM ที่แตกต่างกันจริง

ทั้งนี้ เป็นเพราะปัญหาด้านการขาดแคลนวัตถุดิบ

แต่ยืนยันว่า ถึงจะใช้หน่วยความจำต่างกัน

โทรศัพท์ทุกเครื่องก็ทำงานได้เหมือนกัน

เท่านั้น “งานเข้า” ถล่มทลาย

ดราม่านี้ในต่างประเทศว่าอื้อฉาวแล้ว

ในแวดวงโลกดิจิทัลเมืองไทย ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ของหัวเว่ยนอกประเทศจีน ยิ่งร้อนและแรงกว่าหลายเท่า

ถึงขนาดที่หัวเว่ยประเทศไทยต้องออกแถลงการณ์

ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ของตนเองทำตามมาตรฐานสากล

กระนั้น ก็ยอมรับกลายๆ ว่า “จัดหาชิ้นส่วนและเลือกใช้โซลูชั่นจากผู้ผลิตหลากหลายที่น่าเชื่อถือทั่วโลก”

และเปิดช่องให้ลูกค้าที่ “กังวลใจ” เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์

ติดต่อศูนย์บริการลูกค้าได้ทันที

ดราม่าโทรศัพท์ชื่อดังในฐานะสินค้าตัวอย่างจากประเทศจีน

นำไปสู่คำถามถึง “มาตรฐาน” ของสินค้า ที่ใหญ่และซับซ้อนกว่า

และแน่นอนว่า “แพงกว่า”

อย่างเรือดำน้ำขึ้นมาโดยพลัน

ในกรณีโทรศัพท์มือถือที่มีการแข่งขันสูง

มีการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานจากบุคคลและองค์กรหลากหลาย

การแก้ไขปัญหาหรือชดใช้-ชดเชยให้กับผู้จ่ายเงินซื้อสินค้าหรือบริการ

เป็นเรื่องปกติ

แต่สินค้าที่ตีตรา “ลับ”

แม้จะซื้อหามาด้วยภาษีอากรของประชาชน

ก็ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานใดๆ

ขอเพียงความ “เชื่อใจ” กันเท่านั้น

นี่ก็เป็น “ความปกติ” ในสังคมบางแห่ง