หน้าแรก คอลัมนิสต์ ซีโนฟอนกับพระ...

ซีโนฟอนกับพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช

29.10.25 | 11:37 น.

ซีโนฟอนกับพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช

ในประวัติศาสตร์กรีกนั้น มีบุคคลอยู่สองคนที่นับว่ามีเสน่ห์ดึงดูดใจคนรุ่นหลังอย่างยิ่ง คนหนึ่งคือ ซีโนฟอน นายทหารและนักเขียน ผู้บันทึกเรื่องราวการเดินทัพหมื่นคน (Anabasis) อันกลายเป็นตำราศึกสำคัญ อีกคนหนึ่งคือ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ผู้ทำให้กรีกกลายเป็นเจ้าโลกในเวลาอันสั้น มหาบุรุษทั้งสองหาได้อยู่ในยุคเดียวกันไม่ หากแต่ความคิดและงานเขียนของซีโนฟอนกลับเดินทางข้ามกาลเวลามาถึงหูตาและหัวใจของอเล็กซานเดอร์ได้ และอาจกล่าวได้ว่า หากไม่มีซีโนฟอนแล้ว ก็คงไม่อาจจินตนาการถึงอเล็กซานเดอร์ในแบบที่เรารู้จักกันทุกวันนี้

ซีโนฟอนหาใช่กวี ไม่ใช่นักปรัชญาใหญ่เหมือนเพลโต หากเป็นศิษย์คนหนึ่งผู้เคยติดตามโสเครตีสผู้เป็นอาจารย์ของเพลโต แต่ในที่สุดเลือกจับดาบและโล่มากกว่าปรัชญา เขาได้เข้าร่วมทัพกรีกที่รับจ้างไซรัส ผู้น้อง แห่งเปอร์เซียที่ลุกขึ้นสู้กับพี่ชายเพื่อช่วงชิงบัลลังก์เปอร์เซีย แล้วเมื่อไซรัสผู้ลูกตายกลางศึก เหล่าทหารกรีกก็ติดอยู่กลางแดนเปอร์เซียผู้เป็นศัตรูและหัวหน้าทหารรับจ้างกรีกถูกหลอกไปสังหาร ทำให้ซีโนฟอนจำเป็นต้องก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำพวกพ้องพาเดินทางกลับบ้านที่กรีซ

เรื่องนี้ซีโนฟอนได้บันทึกไว้ใน Anabasis หรือที่แปลว่า “การล่าถอยทางทหารที่ยากลำบากและอันตราย” จากการล่าถอยของกองทัพทหารรับจ้างกรีกในเอเชียไมเนอร์ งานชิ้นนี้มิใช่เพียงพงศาวดารทหาร หากแต่เป็นคู่มือชีวิตสำหรับชายผู้คิดจะครองโลก หนังสือเล่มนี้สอนทั้งการนำกองทัพ การต่อสู้กับความอดอยาก ความหนาวเหน็บ และการแก้ปัญหาด้วยสติปัญญามากกว่ากำลังเพียงอย่างเดียว

สำหรับอเล็กซานเดอร์เป็นโอรสของกษัตริย์ฟิลิปแห่งมาซีโดเนีย พระองค์ทรงเติบโตขึ้นในบรรยากาศแห่งวิชาการ ได้อริสโตเติลเป็นครูสอนปรัชญาและวิทยาการ ซึ่งอริสโตเติลก็คือหลานศิษย์ของโสเครติสเพราะโสเครติสคืออาจารย์ของเพลโตนั่นเอง ดังนั้นสิ่งที่ครูย่อมสอนลูกศิษย์ไม่ได้โดยตรง คือ ประสบการณ์จากการทัพจริง ตรงนี้เองที่ Anabasis ของซีโนฟอนได้กลายเป็นตำราที่อริสโตเติลหาให้พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ศึกษาและพระเจ้าอเล็กซานเดอร์โปรดที่จะอ่านอย่างยิ่ง เรื่องราวการฝ่าฟันดินแดนอันไกลโพ้นของทหารรับจ้างกรีกภายใต้การนำของซีโนฟอน ย่อมเป็นแรงบันดาลใจแก่กษัตริย์หนุ่มผู้ฝันจะยกทัพข้ามเอเชียไปยังดินแดนที่ไม่เคยมีใครไปถึง

Advertisement

คำถามว่า ทำไม Anabasis จึงสำคัญนัก? ก็เพราะมันไม่ใช่เพียงตำราบอกเล่าการศึก หากเป็นคำพยานถึงสิ่งที่เป็นไปได้ แม้กองทัพเล็กๆ จะถูกล้อมรอบด้วยชนชาติศัตรู แต่ถ้ามีระเบียบวินัย ผู้นำกล้าหาญ และความอดทน ก็สามารถกลับถึงบ้านได้

อเล็กซานเดอร์ คงได้เรียนรู้ว่า การยกทัพไปในแดนไกล หาใช่เรื่องเพ้อฝัน หากซีโนฟอนยังสามารถพาทหารรับจ้างจำนวนหมื่นกลับจากเปอร์เซียได้ อเล็กซานเดอร์ก็คงยกทัพที่ใหญ่กว่า มีการเตรียมพร้อมกว่า ข้ามไปพิชิตเปอร์เซียเสียทั้งจักรวรรดิก็ย่อมได้ สิ่งหนึ่งที่เด่นใน Anabasis คือการแสดงบทบาทของผู้นำที่ไม่ได้อาศัยตำแหน่งกำเนิด แต่เกิดจากความสามารถแท้จริง ซีโนฟอนมิใช่แม่ทัพตั้งแต่แรก เขาเป็นเพียงนายทหารธรรมดา แต่สถานการณ์บีบบังคับให้เขาก้าวขึ้นมา และเขาก็สามารถทำให้คนทั้งหมื่นคนเชื่อฟัง

อเล็กซานเดอร์ได้บทเรียนว่า ความเป็นผู้นำต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ หาใช่คำสั่งตามยศถาบรรดาศักดิ์เท่านั้น พระองค์ทรงนำทัพด้วยการอยู่แนวหน้า ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับทหาร จึงได้ใจพวกพ้องดุจเดียวกับที่ซีโนฟอนได้ใจทหารรับจ้าง นอกจากนี้ซีโนฟอนเขียนถึงชนเผ่าและชาติพันธุ์ต่างๆ ที่เขาพบเจอระหว่างการเดินทาง ทั้งเปอร์เซีย เมโสโปเตเมีย ชาวเคิร์ดโบราณ ฯลฯ ข้อสังเกตเหล่านี้เป็นเหมือนคู่มือชาติพันธุ์วิทยาเบื้องต้นที่ทำให้อเล็กซานเดอร์เข้าใจว่า โลกนั้นเต็มไปด้วยชนเผ่าต่างวัฒนธรรม และการพิชิตมิใช่เพียงการรบ แต่ต้องรู้จักนิสัยใจคอผู้คนด้วย

นอกจาก หนังสือ Anabasis แล้ว ซีโนฟอนยังมีผลงานเป็นตำราอื่น เช่น Cyropaedia ซึ่งเล่าถึงไซรัสมหาราช (บิดาของประเทศเปอร์เซีย) ในฐานะต้นแบบกษัตริย์ อเล็กซานเดอร์อ่านแล้วก็ยิ่งเห็นภาพว่าผู้ปกครองที่ดีต้องมีคุณธรรม มีศิลปะการปกครองควบคู่กับการทำศึก หากจะครองจักรวรรดิอันกว้างใหญ่ ต้องอาศัยทั้งบารมีและความสามารถส่วนตัว

เราจึงอาจเปรียบว่า ซีโนฟอนเป็นดั่งครูที่อเล็กซานเดอร์ไม่เคยพบเจอตัว แต่เป็นครูทางหนังสือ ที่ถ่ายทอดความรู้จริงจากสนามรบและสนามการเมือง อเล็กซานเดอร์เองก็ทรงเป็นนักอ่าน และโปรดพกหนังสือติดตัวเวลาออกรบ หนึ่งในนั้นคือ Anabasis และ Iliad ของโฮเมอร์ อเล็กซานเดอร์จึงไม่เพียงเป็นนักรบ แต่เป็นนักรบที่อ่านตำราของนักรบรุ่นก่อน แล้วนำมาใช้จริงในสนามรบของตน

เมื่อพิจารณาในแง่ประวัติศาสตร์ หากซีโนฟอนไม่เขียน Anabasis โลกกรีกคงไม่รู้จักเปอร์เซียอย่างลึกซึ้ง อเล็กซานเดอร์ก็คงไม่กล้าพิชิตเอเชีย และอารยธรรมเฮลเลนิสติกคงไม่แผ่ไปไกลถึงอินเดีย ประวัติศาสตร์โลกอาจเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ซีโนฟอนกับอเล็กซานเดอร์อยู่กันคนละสมัย แต่เส้นทางชีวิตของคนหนึ่งได้กลายเป็นแสงส่องทางให้อีกคนหนึ่ง ซีโนฟอนเป็นดั่งบันทึกแห่งความเป็นไปได้ ส่วนอเล็กซานเดอร์คือผู้ทำให้ความเป็นไปได้นั้นกลายเป็นจริง

“บางทีการอ่านหนังสือเล่มเดียวของคนเรานั้น ก็อาจทำให้เกิดแรงบันดาลใจใหญ่หลวงถึงกับเปลี่ยนโฉมหน้าของประวัติศาสตร์ได้”

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์