มีความจำเป็นต้องติดตามผลและความต่อเนื่องจากข้อเสนอใน หน้าข้าว หน้าเหล้า บนโต๊ะอาหารของตั๋งโต๊ะ
เริ่มจากสำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
ฝ่ายตั๋งโต๊ะนั้นจึงว่าแก่ขุนนางทั้งปวงว่า เราปรึกษาเมื่อกี้นั้นท่านทั้งนี้เห็นผิดหรือชอบ
โลติดจึงตอบตั๋งโต๊ะว่า ท่านปรึกษาข้อราชการนั้นผิดนัก
พระเจ้าเลนเต้ผู้เป็นพระราชบิดาเห็นว่าหองจูเปียนมีสติปัญญาแล้วก็เป็นพระราชบุตรเอกจึงให้เสวยราชสมบัติ ตัวท่านเป็นขุนนางหัวเมืองมิแจ้งกฎหมายในพระราชฐานจะมาถอดหองจูเปียนซึ่งมิได้มีความผิดเสียนั้นไม่ชอบ
ตั๋งโต๊ะได้ยินดังนั้นก็โกรธ ถอดกระบี่ออกจะฟันโลติดเสีย
แพ่เป๊กจึงห้ามว่า โลติดนี้เป็นขุนนางผู้ใหญ่มาแต่ก่อน น้ำใจก็สัตย์ซื่อมั่นคง ขุนนางทั้งปวงแลอาณาประชาราษฎร์มีน้ำใจรักโลติดเป็นอันมาก ซึ่งท่านจะฆ่าโลติด เสียนั้นเห็นว่าราษฎรทั้งปวงจะมีความเดือดร้อนนัก
แล้วอ้องอุ้นจึงว่า วันนี้เป็นหน้าเหล้าหน้าข้าวอยู่ ถ้าจะปรึกษาข้อราชการก็ให้งดไว้วันอื่นเถิด
ขุนนางทั้งปวงก็ลาตั๋งโต๊ะกลับไปสิ้น
เมื่ออ่านสำนวนแปล วรรณไว พัธโนทัย ยิ่งแจ้งในรายละเอียดมากยิ่งขึ้น ตั๋งโต๊ะถามพวกขุนนางว่า
ที่เราพูดนี้ ท่านทั้งหลายเห็นผิดหรือชอบประการใด
โลติดตอบว่า ผิดอย่างแน่แท้ทีเดียว ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าไท้กอเสวยราชย์ พระองค์มิได้เอาพระทัยใส่ในการบ้านเมือง อีหยิ่น เสนาบดีจึงจับพระองค์ไปขังไว้ในพระราชวังถง เพื่อให้สำนึกพระองค์
ต่อมา พระเจ้าซังอี้เสวยราชย์ เพียง 28 วันทรงก่อกรรมทำชั่วกว่า 3,000 เรื่อง
คว้อกวาง ผู้สำเร็จราชการจึงต้องประกาศในปราสาทพระเทพบิดร ล้มราชบัลลังก์เสีย
ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมาตรว่าจะทรงพระเยาว์ แต่ทรงมีสติปัญญา มีเมตตากรุณา ไม่เคยกระทำการอันละเมิดต่อศีลธรรมประเพณีแม้แต่น้อย
ท่านเป็นเพียงผู้ว่าราชการบ้านนอก ไม่เคยว่าราชการแผ่นดิน ภูมิปัญญาของท่านจะเทียบเท่า
อีหยิ่นและค้อกวางหามิได้เลย ท่านจะมาเป็นตัวการล้มล้างแต่งตั้ง กษัตริย์เอาเองเช่นนี้
หาชอบไม่
ปวงปราชญ์ย่อมว่า คนมีจิตใจอย่างท่านอีหยิ่นจึงจะทำได้ ถ้าไม่มีจิตใจอย่างท่านอีหยิ่น ขืนทำย่อมเป็นกบฏแล
ตั๋งโต๊ะได้ฟังดังนั้นก็โกรธนัก ชักกระบี่รี่ไปหมายจะฆ่าโลติดเสีย
ซัวหยง นายทหารรักษาพระองค์ กับแพ่เป๊ก ที่ปรึกษาร้องค้านว่า ท่านโลติด เป็นที่เคารพนับถือของคนทั้งปวง ถ้าท่านฆ่าเสีย เห็นทีใต้ฟ้าจะสั่นสะเทือนอลวนเป็นแน่แท้
ตั๋งโต๊ะจึงรามือลง
พลางอ้องอุ้นกล่าวว่า เรื่องถอดเรื่องตั้งฮ่องเต้เป็นเรื่องใหญ่หลวงนัก ไม่สมควรที่จะพูดกันในระหว่างหน้าเหล้าหน้าข้าวเช่นนี้ ชอบที่จะรอไว้หารือกันวันหลังดีกว่า
แล้วขุนนางใหญ่น้อยทั้งปวงต่างแยกย้ายออกจากที่เลี้ยงไป
บทบาทของตั๋งโต๊ะครานี้มากด้วยความแหลมคมเป็นอย่างสูง ไม่เพียงแสดงถึงความพยายามในการสำแดงอำนาจที่มีอยู่ หากที่สำคัญยังเด่นชัดว่าเป็นการท้าทายต่อทุกอำนาจที่ดำรงอยู่ เมื่อเรียบเรียงถึงตอนนี้ พญ.กัลยา สุพันธุ์วณิช ให้เชิงอรรถสั้นๆ ว่า
การถือกระบี่เข้างานเลี้ยงไม่ถูกต้องตาม ราชประเพณี ในที่นี้ มีลักษณะข่มขู่อยู่ในตัว
ปฏิกิริยาของ ติงหยวน (เตงหยวน) จึงรุนแรง
รุนแรงถึงขนาดสวนกลับว่า ไม่ได้ และถามทันควันว่า เจ้าเป็นใคร กล้ากล่าววาจาเช่นนี้ ฮ่องเต้เป็นราชบุตรเอก มิมีผิดใด จะมาถอดถอนง่ายๆ มิได้ ท่านจะเป็นกบฏชิงราชบัลลังก์รึ
ยิ่งอรรถาธิบายในลักษณะขยายความของหลู่จื่อ (โลติด) ยิ่งมากด้วยข้อมูลในทางประวัติศาสตร์
ท่านพูดผิด สมัยโบราณไท่เจี่ยไร้ความสามารถ
อีอิ่นจึงให้อยู่ที่ถงกง ซางอีหวางขึ้นสู่บัลลังก์ได้ยี่สิบเจ็ดวันทำเรื่องไม่ดีไว้ถึงสามพันประการ ฮั่วกวงจึงถอดเสีย
กษัตริย์ของเรายังทรงพระเยาว์ ฉลาด มีคุณธรรมและยังมิได้ทำสิ่งใดผิดแม้แต่น้อย
ตัวท่านเป็นเพียงขุนนางหัวเมือง ไม่มีคุณสมบัติที่จะมายุ่งกับกฎมณเฑียรบาล การสืบสันตติวงศ์
อีกประการหนึ่ง ท่านไม่มีความสามารถยิ่งใหญ่เทียบกับอีอิ่น ฮั่วกวง ที่จะมาถอดถอนคนนั้นตั้งคนนี้ นักปราชญ์กล่าวว่า มีปณิธานเยี่ยงอีอิ่นจึงทำเช่นนี้ได้ ไม่เช่นนั้นก็คือกบฏชิงราชบัลลังก์
ถามว่าความแหลมคมในการคัดค้าน ต่อต้านอยู่ตรงไหน
การปะทะระหว่างกลุ่มขุนนางกับตั๋งโต๊ะสะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้ 2 แนวทางอย่างเด่นชัด
แนวทางของตั๋งโต๊ะก็มีความชัดเจน
ชัดเจนจากภาพของตั๋งโต๊ะที่ถือกระบี่เข้าไปในงานเลี้ยง ซึ่ง พญ.กัลยา สุพันธุ์วณิช ทำหมายเหตุเอาไว้อย่างเด่นชัดว่า การถือกระบี่เข้างานเลี้ยงไม่ถูกต้องตามราชประเพณี
ในที่นี้มีลักษณะ ข่มขู่ อยู่ในตัว
ความน่าสนใจอยู่ที่แนวทางนี้มิได้เกิดอย่างเป็น อุบัติเหตุ หากมีการวางแผนเอาไว้แล้วโดยคณะที่ปรึกษา
นั่นเห็นได้จากการเสนอความเห็นของลิยู
ทุกวันนี้มีเจ้าก็เหมือนหนึ่งหาไม่ เสนาบดีสำเร็จราชการก็ไม่มี แผ่นดินเพิ่งสงบ ซึ่งท่านคิดทั้งนี้ข้าพเจ้าเห็นชอบด้วย ให้ท่านเร่งคิดทำเถิด
ทั้งยังได้วางแผนอย่างเป็นรูปธรรม ให้ท่านขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยไป ณ สวนดอกไม้ตำบลเบงอุ้นหุ้ย ถ้าขุนนางพร้อมแล้วจึงปรึกษาว่าจะให้ยกหองจูเปียนเสียจะให้หองจูเหียบเสวยราชย์
ถ้าขุนนางผู้ใดไม่ยอมก็ให้จับตัวฆ่าเสียท่านก็จะมีอาชญาสิทธิ์สืบไป
แ ต่แล้วเมื่อเผชิญเข้ากับแนวทางอันปรากฏขึ้นจากเหล่าขุนนางผู้ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเตงหงวน ไม่ว่าจะเป็นโลติด ไม่ว่าจะเป็นซงหยง แม้ในเบื้องต้น ท่าทีของตั๋งโต๊ะค่อนข้างจะแข็งกร้าว
ถึงกับโกรธตวาดว่า ใครยอมข้าอยู่ได้ ใครฝืนข้าต้องตาย
แสดงว่าอาวุธว่าด้วย ราชประเพณี เมื่อประสานเข้ากับการยกกรณีของอีหยิ่นและฮั่วกวางมาเป็นรากฐานอ้างอิง ประสานเข้ากับการหมิ่นหยามว่าเป็น ขุนนางหัวเมือง ขุนนางจาก บ้านนอก
แทบไม่มีความหมายในทางเป็นจริง
แล้วเหตุไฉนต่อมาท่าทีของตั๋งโต๊ะจึงได้แปรเปลี่ยนอย่างเด่นชัดว่าต้องยอมผ่อนปรนและถอยจากหลักการเดิม
ท่าทีนี้มาจากการเสนออย่างฉับพลันของลิยู เจ้าของแผนเดิม
คํ าถามก็คือ อะไรคือเหตุปัจจัยทำให้ความต้องการของตั๋งโต๊ะต้องงันชะงักและจำเป็นต้องปรับ
จุดเริ่มตั้งแต่เมื่อเตงหงวน เจ้าเมืองเกงจิ๋ว ทักท้วงแล้ว
นี่คือปัจจัยอันก่อให้เกิดการแปรเปลี่ยน คือปัจจัยอันทำให้ตั๋งโต๊ะจำเป็นต้องถอยในทางยุทธศาสตร์
ถอยเพื่อตั้งหลัก เพื่อหาหนทางใหม่

