หน้าแรก คอลัมนิสต์ พล.อ.นิพัทธ์ ...

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก : รับย้อมผ้าให้เป็นสีดำ…ตำนานของบรรพบุรุษ

3.11.25 | 13:02 น.

รับย้อมผ้าให้เป็นสีดำ…ตำนานของบรรพบุรุษ

คนไทยโบราณ จะสอนลูกหลานว่า ไม่สมควรจะมีเสื้อผ้าสีดำในบ้าน เป็น “เรื่องไม่เป็นมงคล” เปรียบประดุจเตรียมตัวล่วงหน้าสำหรับงานศพที่ไม่พึงปรารถนา

หากแต่…เมื่อมีเหตุญาติผู้ใหญ่ ปู่ ย่า ตา ยาย เสียชีวิตต้อง “ไว้ทุกข์” จำเป็นต้องไปร่วมงานพิธี ก็จะต้องเลือกนำเสื้อผ้าที่เหมาะสม 1 ชุด ที่เคยใช้ประจำวันอยู่นี่แหละ…หาทาง หาร้านที่รับจ้างย้อมผ้าให้เป็นสีดำ

ผู้เขียน ก็พอได้สัมผัสกับบรรยากาศเช่นนั้นเมื่อกว่า 60 ปีที่แล้ว

ในชุมชนต่างๆ จะเป็นที่รับรู้ว่า ร้านรับย้อมผ้าในตลาดอยู่ตรงไหน

Advertisement

สังคมไทยในอดีตมี “พ่อค้าชาวจีน” ที่ตระเวนไปตามชุมชน รับย้อมผ้า

พ่อค้าชาวจีนที่ไม่เกี่ยงงานหนักตรากตรำ ใช้ไม้คานหาบ เตาอั้งโล่กับปี๊บต้มน้ำย้อมผ้าสีดำ เดินเร่ไปตามตรอกซอกซอย

ภาพจำ “อาแปะย้อมผ้า” คือ คนจีนหลังค่อม เสื้อผ้าสีดำ ใส่หมวกปีกแบบจีน รอบตัวของแกจะมีกลุ่มควันจากถ่าน-ฟืนไฟ ลอยติดตามตัวแกไปด้วย สัมภาระหนักอึ้งทั้งหมดนี้เคลื่อนที่ด้วยความแข็งแรงของร่างกาย

เสียงป๋องแป๋ง จากมือของแกข้างหนึ่ง มาจากลูกตุ้ม 2 อันแกว่งไป-มา กระทบหนังกลอง 2 ด้าน เสียงดังชัดเจนในระยะทางที่ไกลพอที่ลูกค้าจะตั้งหลักตัดสินใจจะย้อมผ้าเป็นสีดำ…และอาแปะจะถูกเรียกให้หยุดได้ทัน

เสียงป๋องแป๋ง สื่อสารไปยังคนไทยที่เข้าใจดีว่า คนรับย้อมผ้าสีดำกำลังมาถึงหน้าบ้าน

ไม่มีหลักฐานปรากฏว่า อาชีพรับย้อมผ้ามาจากไหน…

โบราณนานมา… ชาวจีนใช้สีดำจากธรรมชาติในการย้อมผ้า เช่น ผลมะเกลือ ซึ่งนิยมใช้กันแพร่หลายในยุคก่อนที่จะมีสีสังเคราะห์ เป็นเทคนิคการย้อมสีที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณ แม้ว่าชาวไทยบางส่วนอาจมองสีดำในเชิงลบ แต่สำหรับชาวจีน สีดำถือเป็นสัญลักษณ์ของความสง่างามและความล้ำค่า และถูกนำมาใช้ในเสื้อผ้า เช่น กี่เพ้า เพื่อเสริมบุคลิกและความมั่นใจ

ชาวจีนโบราณ มีเทคนิคการย้อมผ้าสีดำที่ซับซ้อนและพิถีพิถัน โดยใช้สีย้อมจากธรรมชาติและขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนเพื่อให้ได้สีที่เข้มข้นและติดทนนาน สีดำ มีความสำคัญทางวัฒนธรรมในฐานะสัญลักษณ์ของเกียรติยศและคุณธรรม ทำให้เป็นสีที่มีค่าและเป็นที่นิยม

ใช้พืชและเปลือกไม้ ต้นคราม (หลานเฉ่า) แม้จะใช้ย้อมสีคราม แต่การย้อมหลายครั้งหรือการผสมกับสารอื่นสามารถให้สีดำได้ เปลือกต้นโอ๊กและเปลือกไม้บางชนิดอุดมไปด้วยสารแทนนิน ซึ่งเมื่อทำปฏิกิริยากับธาตุเหล็กจะทำให้เกิดสีดำ

ในบางพื้นที่ใช้โคลน-ดินเหนียว ที่มีปริมาณแร่ธาตุสูงในการย้อมผ้า ทำให้ได้ผ้าสีดำที่สวยงาม ดีบุกและเกลือถูกใช้เป็นสารช่วยติดสี (Mordant) เพื่อช่วยให้สีย้อมติดกับเส้นใยได้ดีขึ้นและทำให้สีเข้มขึ้น

สีดำ มีความสำคัญทางวัฒนธรรมในฐานะสัญลักษณ์ของเกียรติยศและคุณธรรม ทำให้เป็นสีที่มีค่าและเป็นที่นิยม

การสร้างสีย้อมผ้าสีดำที่คงทน โดยการย้อมนั้นมักต้องใช้หลายขั้นตอนและหลายส่วนผสมเพื่อให้ได้เฉดสีที่เข้มที่สุด เป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ความอดทนและเทคนิคขั้นสูง โดยมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

เตรียมสีย้อม: ต้มส่วนผสมจากพืชหรือแร่ธาตุต่างๆ ในน้ำเดือด โดยอาจต้องใช้ส่วนผสมหลายชนิดเพื่อให้ได้สีดำที่ต้องการ

แช่และต้มผ้า: นำผ้าลงไปแช่ในน้ำย้อมที่ต้มเดือดเป็นเวลานาน และอาจต้องทำซ้ำหลายครั้งเพื่อเพิ่มความเข้มของสี

การหมัก: หลังจากย้อมแล้ว ผ้าบางชนิดอาจต้องนำไปหมักในโคลนหรือสารผสมอื่นๆ เพื่อให้สีติดแน่นและมีสีที่ลึกขึ้น

ล้างและผึ่ง: นำผ้าไปล้างน้ำสะอาดและผึ่งในที่ร่ม เพื่อให้สีติดทนและไม่ซีดจาง

เทคนิคที่จะทำให้สีดำแนบสนิทไปกับเนื้อผ้าและขึ้นเงา คือ ลูกค้าจะต้องไปเอากระแป๋งใส่น้ำมา แล้วเอาเกลือใส่ลงไป 1 กำมือ คนให้เข้ากันแล้วนำผ้าที่ย้อมมาแล้วแช่ลงไปในน้ำเกลือ

ถ้าจะให้ชัวร์ว่าดำไปตลอดกาล คือ ให้แช่ไว้ซัก 2-3 ชั่วโมง

ผู้เขียนถาม AI ว่าทำไม สังคมไทยใช้ “สีดำ” เป็นสีไว้ทุกข์

คำตอบ คือ การที่คนไทยนิยมเลือกใช้ “สีดำ” เป็นสีไว้ทุกข์ในปัจจุบันนั้น เป็นธรรมเนียมที่รับมาจากวัฒนธรรมตะวันตกในช่วงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะรัชกาลที่ 5 และแพร่หลายมากขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะอิทธิพลจากตะวันตกและราชสำนัก

ในสมัยโบราณ คนไทยจะใช้ สีขาว เป็นสีไว้ทุกข์ แต่เมื่อสังคมไทยเริ่มรับอิทธิพลจากวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้นในช่วงรัชกาลที่ 5 เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเจริญทัดเทียมอารยประเทศ การแต่งกายแบบตะวันตกจึงเข้ามามีบทบาทในราชสำนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานพระบรมศพ ซึ่งมีการใช้ชุดสีดำในฐานะเครื่องแบบไว้ทุกข์

ถ้าจะว่าไปแล้ว… สีดำ ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการไว้ทุกข์และโศกเศร้าในหลายวัฒนธรรมทั่วโลกอยู่แล้ว

เป็นความเรียบง่ายและไม่ฉูดฉาด สีดำเป็นสีที่แสดงถึงความสุภาพ สำรวม และสงบ ซึ่งเหมาะสมกับบรรยากาศของงานศพและช่วงเวลาแห่งความเศร้าโศก

ในเชิงจิตวิทยา คือ ความเศร้าและความสูญเสีย สีดำสื่อถึงการไม่มีสี ไม่มีแสงสว่าง เปรียบได้กับการสูญเสียและสิ้นสุดของชีวิต หมายถึงความว่างเปล่า ความเงียบสงบ และความเคร่งขรึม ยังเป็นการสร้างพื้นที่สำหรับการไตร่ตรองอีกด้วย

การแต่งกายด้วยสีดำ เป็นการแสดงความอาลัยและให้เกียรติต่อผู้ที่จากไป สะดวกและเป็นทางการ หาได้ง่ายและเข้าถึงได้ ในปัจจุบันการหาซื้อเสื้อผ้าสีดำทำได้ง่ายกว่าในอดีต การกำหนดให้ใช้สีดำหรือสีเรียบในการแต่งกายไว้ทุกข์ ช่วยสร้างความเป็นระเบียบในพิธีการต่างๆ

สีดำ ดูดซับแสงมากกว่าจะสะท้อนแสง ซึ่งสะท้อนถึงความเงียบสงบภายในที่หลายคนรู้สึกในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้า

สีดำ ส่งสารที่ทรงพลังโดยไม่ต้องใช้คำพูด การสวมชุดสีดำในพิธีรำลึกมักช่วยให้ผู้ไว้ทุกข์รู้สึกเชื่อมโยงถึงกัน สร้างความเข้าใจ และการรำลึกถึงร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม แม้สีดำจะกลายเป็นธรรมเนียมหลัก แต่ธรรมเนียมดั้งเดิมของไทยโดยเฉพาะ สีขาว ซึ่งยังคงใช้ควบคู่กันไปในหลายกรณี

ตามพระนิพนธ์ของ หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล พระธิดาในสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เรื่อง สีไว้ทุกข์ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้กล่าวถึงสีของเครื่องแต่งกายไว้ทุกข์ไว้ว่า เดิมทีมี 3 สีหลัก คือ

สีดำ : สำหรับผู้ใหญ่ หรือผู้ที่มีอายุแก่กว่าผู้ตาย สีขาว : สำหรับผู้เยาว์ หรือผู้ที่มีอายุอ่อนกว่าผู้ตาย สีม่วงแก่หรือน้ำเงินแก่ : สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีความเกี่ยวดองกับผู้ตาย

กลับมาที่ประเด็น อาเจ็ก-อาแปะย้อมผ้า ในอดีตของไทย

อาชีพหาบอุปกรณ์ย้อมผ้า ใช้แรงงาน-ความอดทน เพื่อเคลื่อนที่ไปรับย้อมผ้าสีดำในสังคมไทย กลายเป็นอดีต กำลังทยอยสูญหายไปตามกาลเวลา

อาแปะย้อมผ้า ทำอะไร…ระหว่างตระเวนเดินไป ก็จะหมุนเจ้าป๋องแป๋งให้เกิดเสียง เมื่อถูกเรียกให้หยุด แกจะนำเสื้อผ้าของลูกค้ามาคลี่ตรวจสอบ สอบถามให้แน่ใจว่า ย้อมดำแน่นะ ? พร้อมต่อรองราคา

เสื้อผ้า ไม่เกี่ยงว่าสีอะไร จะถูกหย่อนลงไปในหม้อต้มน้ำเดือดสีดำ อาแปะจะต้องเร่งความร้อนโดยใช้พัด โบกไป-มา เพื่อให้หม้อต้มที่หาบมาแสนหนักนั้นเดือด ใช้ไม้ 2 อัน ขนาดเท่าไม้ขัดหม้อ คนเสื้อผ้าหมุนไปมา

มีการสนทนา ถามสารทุกข์สุกดิบกับลูกค้า

ไม้ 2 ท่อนจะถูกใช้ประกบไปที่เสื้อผ้าที่ร้อนฉ่า แล้วบิดผ้าเพื่อให้สะเด็ดน้ำย้อมสีดำ ลูกค้าจะตรวจสอบว่า ดำสนิททั้งชุด ไม่มีกระดำกระด่าง อาจจะต้องจุ่ม-ย้อมซ้ำอีกเพื่อให้ดำสนิท

ถือเป็นอันเสร็จสมบูรณ์ การย้อมผ้าแบบ Delivery (ส่งถึงบ้าน)

ลูกค้าจะต้องนำไปผึ่งให้แห้ง แล้วนำไปซักน้ำเปล่า ซึ่งสีดำจะตกออกมาบ้าง แม้จะซักเป็นครั้งต่อๆ ไป สีดำก็จะตก แต่จะน้อยลงตามลำดับ

ก็ใช่ว่าจะต้องย้อมเสื้อผ้าเพื่อไปงานศพเท่านั้น คุณแม่ของผู้เขียนเล่าให้ฟังว่า ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 คนไทยลำบาก ยากจน เสื้อผ้าหายาก ต้องใส่เสื้อผ้า กางเกงเก่าๆ ต้องเย็บ ปะ ซ่อม เสื้อผ้าด้วยมือ สีซีด หากจะทำให้ดูดีขึ้นมาสักนิด บางคนก็เลือกที่จะนำไปย้อมเป็นสีดำ

สีที่ย้อมได้ คือ สีดำเท่านั้น

สมัยก่อน ผู้คนจะใช้สีย้อมผ้าจากธรรมชาติ เช่น สีเหลืองจากแก่นขนุน สีน้ำเงินจากต้นฮ่อม สีแดงจากเปลือกประดู่ ดอกคำฝอย สีเขียวจากใบหูกวาง และสีดำจากผลมะเกลือ เป็นต้น สีของใบไม้เปลือกไม้หรือดอกไม้นั้นเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติที่หาได้ง่ายมาก ไม่เป็นอันตรายต่อผู้คน สัตว์

อาชีพรับย้อมผ้าส่วนใหญ่มักจะทำโดยอาเจ็ก-อาแปะคนจีน

สีดำ เป็นสีสากลของการไว้ทุกข์ในวัฒนธรรมตะวันตกและอีกหลายแห่งทั่วโลก โดยมีที่มาตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ

ประเพณีนี้ได้รับการยอมรับจากราชวงศ์ยุโรป และในที่สุดก็ถูกถ่ายทอดเข้าสู่สังคมตะวันตกจนกลายเป็นบรรทัดฐาน ซึ่งครอบครัวที่สูญเสียจะสวมชุดโตกาสีเข้มเพื่อแสดงความโศกเศร้า

ในอังกฤษยุควิกตอเรีย การแต่งกายไว้ทุกข์กลายเป็นพิธีกรรมที่ถูกกำหนดขึ้น โดยหญิงม่ายจะสวมชุดสีดำนานถึง 2 ปี

การสวมชุดไว้ทุกข์สีดำ เป็นสัญลักษณ์ของ ความมั่งคั่ง ในยุโรป

ในยุคกลาง มีเพียงคนร่ำรวยที่สุดเท่านั้นที่สามารถสวมชุดสีดำได้ เนื่องจากมีราคาแพง หญิงม่ายหลายคนแข่งขันกัน เพื่อเป็นผู้ที่ฟุ่มเฟือยที่สุด ประดับประดาตัวเองด้วยชุดยาว ผ้าคลุมศีรษะ เครื่องประดับไว้ทุกข์อันทรงคุณค่า และผ้าคลุมหน้าสีดำ

สถานการณ์เปลี่ยนไปเมื่อเจ้าชายอัลเบิร์ต พระสวามีอันเป็นที่รักของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย เสด็จสวรรคต ในปี ค.ศ.1861 สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียทรงโศกเศร้าเสียพระทัยอย่างยิ่ง หลังจากการเสด็จสวรรคต พระองค์ก็ฉลองพระองค์สีดำ และยังคงฉลองพระองค์สีดำต่อไปจนสิ้นพระชนม์

ชนชั้นสูงของอังกฤษใฝ่ฝันที่จะเป็นเหมือนราชินีของตน โดยเลียนแบบการเลือกแต่งกายของพระนางในช่วงไว้ทุกข์เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของฐานะ

ในยุควิกตอเรีย เสื้อผ้าสีดำกลายเป็นมาตรฐานทั่วทั้งดินแดนตะวันตก แม้กระทั่งมีกฎเกณฑ์กำหนดระยะเวลาในการสวมชุดสีดำ ซึ่งกฎเหล่านี้บังคับใช้กับหญิงม่ายอย่างเคร่งครัด ส่วนชายม่ายมีอิสระในการเลือกมากขึ้น

ส่งท้ายครับ…ปัจจุบัน..อาชีพย้อมผ้าแบบ “ป๋องแป๋ง” เปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างพร้อมอุปกรณ์เคลื่อนที่ไปตามบ้านและหมู่บ้าน กำลังเสี่ยงต่อการคงอยู่ เพราะมีผู้สืบทอดน้อยลง อาชีพนี้ส่วนใหญ่เป็นของชาวจีนที่อพยพเข้ามา….

มอไซค์…เขย่าป๋องแป๋งไปตามหมู่บ้านรับย้อมผ้า ราคาเฉลี่ยเริ่มต้น ตัวละ 60 บาท ส่วนกางเกงยีนส์ 150 บาท ครับ…

พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก