ลักษณะ พิเศษ สถานการณ์ เรือดำน้ำ ลับสุดยอด ริมแดง

ไม่ว่ากรณี “อุทยานราชภักดิ์” ไม่ว่ากรณี “ฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนา” ไม่ว่ากรณี “อโลฮา ฮาวาย” ถือว่า คสช.และรัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้

เรียกตามสมัยนิยมก็ต้องว่า “เอาอยู่”

แต่ถามว่าการดำรงอยู่ของกรณี

“อุทยานราชภักดิ์” ดำเนินไปอย่างไร การดำรงอยู่ของกรณี “ฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนา” ดำเนินไปอย่างไร การดำรงอยู่ของกรณี “อโลฮา ฮาวาย” ดำเนินไปอย่างไร

ตอบได้ว่า เหมือนกับจะ “จบ” แต่ก็ “ไม่จบ”

ยิ่งมาประสบเข้ากับกรณี “หมุดหน้าใส” ไม่ว่าจะเป็น พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค ล้วนไปไม่เป็น

พอมาถึง “เรือดำน้ำ” ก็เลยออกอาการ “เป๋”

ประกอบกับกรณี “เรือดำน้ำ” มิได้เป็นเรื่องของความมั่นคงอย่างด้านเดียว ตรงกันข้าม กลับประสานเข้ากับเรื่องของเศรษฐกิจ

จึงไม่ยากที่จะกลายเป็นเรื่องทาง “การเมือง”

ผลจากกรณี “เรือดำน้ำ” จึงมิได้มีแต่เพียงเสียงจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ประสานเข้ากับเสียงจาก นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล จากพรรคเพื่อไทย

หากแต่ยังมาจากแม้กระทั่ง “พวกเดียวกัน”

เพราะว่าเสียงจาก “องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย)” ก็ตั้งข้อสังเกต เพราะว่าเสียงจาก “สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ” หรือ “TDRI” ก็ตั้งข้อสังเกต

องค์กรและสถาบันเหล่านี้ล้วนแต่เคยเป็น “กองเชียร์”

ไม่เพียงแต่เชียร์ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 หากแต่ยังเชียร์อย่างต่อเนื่องมายังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

ต่างเคยเป่า “นกหวีด” มาแล้ว

หากมองจากรากฐานความสัมพันธ์อันยาวนานในทางการเมือง ต้องยอมรับว่านี่คือปรากฏการณ์ในลักษณะแตกและแยกตัวในทางความคิด

เริ่มมองไปยัง “คสช.” และ “รัฐบาล” อย่างหวาดระแวง

ต้องยอมรับว่าความหวาดระแวงอันเกิดขึ้นดำเนินมาอย่าง “สะสม”

เป็นลักษณะสะสมอันคลางแคลงใจในความโปร่งใสในกรณี “อุทยานราชภักดิ์” เติมเข้ามาอีกด้วยกรณี “ฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนา”

อึกทึกครึกโครมด้วยกลิ่นปลาคาเวียร์จากกรณี “อโลฮา ฮาวาย”

เมื่อประสบเข้ากับกรณี “หมุดหน้าใส” อันมากด้วยความละเอียดและอ่อนไหวในประเด็นซึ่งสัมพันธ์กับสถานการณ์เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475

ยิ่งทำให้เกิดความไม่แน่ใจว่าจะเอาอย่างไร

เป็นความไม่แน่ใจอย่างที่คนจาก “องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย)” ตั้งข้อสังเกตว่า “มีข้อกังขาของสังคมเกี่ยวกับเรื่องของคนใกล้ตัว ทำให้ถูกวิจารณ์ว่าเปิดเผยทุกเรื่องยกเว้นคนใกล้ตัว เป็นเรื่องระบบพวกพ้องอำนาจนิยม”

กังขาจาก “อุทยานราชภักดิ์” กังขาจาก “อโลฮา ฮาวาย” จึงรวมเข้าไปกลายเป็นแม้กระทั่ง “เรือดำน้ำ” ก็ยิ่งแคลงใจ

อาจมิได้เป็นเหมือน “ฟางเส้นสุดท้าย” ที่วางอยู่บนหลังอูฐ

แต่ยอมรับเถิดว่า สภาวะ “ขาลง” มิได้มีแต่ในด้านของเศรษฐกิจเท่านั้น หากแต่ยังมีแรงสะเทือนมายังด้านของ “การเมือง” ด้วย

เหมือนกับการยกประเด็น “ลับสุดยอด” ประทับริมแดงจะเป็นอาวุธสุดวิเศษปกป้องกรณี “เรือดำน้ำ”

แต่นับจากมติ ครม.เมื่อวันที่ 18 เมษายน เป็นต้นมา ก็น่าจะประเมินผลได้แล้วว่าแรงสะเทือนจากกรณี “เรือดำน้ำ” ดำเนินไปอย่างกว้างขวางและลึกซึ้ง

อาจเนื่องแต่ “ฟ้าเปิด” จาก “รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560”

แต่ทั้งหมดคือ “สัญญาณ” อันจะปรากฏแน่นอนก่อนเข้าสู่ “การเลือกตั้ง”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon