หน้าแรก คอลัมนิสต์ ตราบาป ฝังตรึ...

ตราบาป ฝังตรึง ได้ ‘ประโยชน์’ ลืม ‘คุณ’ ลำเลิก ทวงคืน

13.11.25 | 12:41 น.

ตราบาป ฝังตรึง
ได้ ‘ประโยชน์’ ลืม ‘คุณ’
ลำเลิก ทวงคืน

มีความรุ่มร้อนเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะมองผ่านตั๋งโต๊ะซึ่งชักกระบี่ 2 ครั้งติดต่อกันในงานเลี้ยง ไม่ว่าจะมองผ่านเต็งหงวนที่ร้องต้านข้อเสนอ “เปลี่ยนฮ่องเต้” ด้วยความเหิมเกริม ผิดราชประเพณี

สำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) สะท้อนให้เห็น

ครั้นเวลารุ่งเช้ามีผู้มาบอกตั๋งโต๊ะว่า “บัดนี้ เต็งหงวนกับลิโป้คุมทหารยกมาจะรบด้วยท่าน”ตั๋งโต๊ะโกรธก็จัดแจงทหารแล้วยกออกไปตั้งรับ

นี่เป็นเรื่องใหญ่ นี่เป็นเรื่องบานปลาย สำนวน วรรณไว พัธโนทัย ระบุเพียงสั้นๆ ว่า วันรุ่งขึ้น มีคนมาแจ้งว่าเต็งหงวนคุมทหารมาท้าตั๋งโต๊ะรบอยู่นอกเมือง ตั๋งโต๊ะโกรธยกทหารออกไปกับลิยู

Advertisement

เช่นเดียวกับ สำนวน พญ.กัลยา สุพันธุ์วณิช นำเสนอกระชับตามแบบฉบับ

รุ่งขึ้นมีคนมารายงานว่า ติงหยวน (เต็งหงวน) นำทหารมาท้ารบอยู่นอกเมือง ต่งจั๋วโกรธ

จึงออกไปพร้อมกับลี่หรู (ลิยู)

สำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ให้รายละเอียดต่อเนื่องว่า ฝ่ายเต็งหงวนกับลิโป้มายืนอยู่หน้าทหาร เห็นตั๋งโต๊ะยกมาจึงร้องว่า

“ครั้งก่อนอ้ายเหล่าขันทีสิบคนทำการหยาบช้า

ให้ได้ความเดือดร้อนทั้งแผ่นดินจนเกิดอันตรายขึ้น บ้านเมืองพึ่งสงบแลตัวเป็นแต่ขุนนางหัวเมืองยังมิได้มีความชอบประการใดมาตั้งตัวเป็นผู้ใหญ่คิดบังอาจจะถอดหองจูเปียนเสียจะให้แผ่นดินเกิดจลาจลเหมือนครั้งขันทีนั้นหรือ”

ตั๋งโต๊ะมิได้ตอบประการใด

พอลิโป้ควบม้ารำทวนเข้ามาจะแทงเอาตั๋งโต๊ะ ตั๋งโต๊ะเห็นก็กลัวถอยหลังไปหลังทหาร เต็งหงวนก็ขับทหารหนุนไล่ฟันขึ้นไป ตั๋งโต๊ะก็แตกพ่ายไปทางประมาณ 50 เส้น

จึงให้ตั้งค่ายมั่นรับไว้

อาจมิได้เป็นครั้งแรกที่ตั๋งโต๊ะเห็นการปรากฏขึ้นของลิโป้เพราะก่อนหน้านี้หากอ่านสำนวน วรรณไว พัธโนทัย ก็ย่อมแจ้งแก่ใจ

เมื่อตั๋งโต๊ะยืนอยู่ที่ประตูหน้าราชอุทยานถือทวนควบม้ามาอย่างรวดเร็ว

เมื่อถามขึ้นว่า “นั่นใคร” ก็ได้รับคำตอบจากลิยูว่า “เป็นลูกเลี้ยงของเต็งหงวน แซ่ลิ ชื่อโป้ มีชื่อรองว่าเฟิ่งเซียน”

ที่สำคัญยังสำทับด้วยว่า “ท่านจงหลีกทางให้เขาดีกว่า”

แต่กับสถานการณ์ในอีกวันต่อมา เมื่อมีคนมาแจ้งว่า เต็งหงวนคุมทหารมาท้าตั๋งโต๊ะรบอยู่นอกเมือง ก็โกรธยกทหารออกไปกับลิยู พอทหารทั้งสองฝ่ายตั้งประจันหน้ากัน

ก็เห็นลิโป้สวมเครื่องรัดผมทองคำ สวมเสื้อนักรบยาวลายดอกไม้ เกราะลายสิงห์ คาดเข็มขัดหัวสิงห์

ควบม้าถือทวน มีเต็งหงวนตามติดออกมายังหน้าสนามรบ

ยิ่งกว่านั้น เต็งหงวนยังชี้หน้าด่าตั๋งโต๊ะว่า “แต่เดิมมา บ้านเมืองหาความร่มเย็นเป็นสุขมิได้ก็ด้วยพวกขันทีเหลิงอำนาจ กดขี่ข่มเหงอาณาประชาราษฎร์ให้ลำบากยากแค้นแสนสาหัส แลยามนั้นเจ้าหาได้ทำความดีความชอบสักกระเบียดนิ้วไม่

บัดนี้ เจ้าบังอาจจะถอดจะตั้งฮ่องเต้ หวังจะให้เกิดความวุ่นวายขึ้นแก่ราชสำนักอีกกระนั้นหรือ”

ตั๋งโต๊ะมิทันจะตอบ ลิโป้ก็ควบม้าเข้ารบทันที

ตั๋งโต๊ะตกใจ ตะลีตะลานชักม้าเผ่นหนี เต็งหงวนคุมทหารเข้าประจัญบาน ทหารตั๋งโต๊ะพ่ายแพ้ยับเยิน

ถอยไป 30 กว่าลี้จึงตั้งค่ายมั่นอยู่

แล้วตั๋งโต๊ะเรียกนายทหารทั้งปวงมาปรึกษา “ข้าว่าลิโป้ไม่ใช่คนธรรมดา ถ้าเราได้มันมาเป็นพวกใต้ฟ้านี้จะไม่มีอะไรน่ากลัวอีกแล้ว”

ชายผู้หนึ่งสืบเท้าออกมาข้างหน้า พลางว่า

“ท่านอย่าวิตกเลย ข้าพเจ้ากับลิโป้เป็นคนบ้านเดียวกัน รู้จักกันดีกว่าใครๆ อันลิโป้นั้นมีแต่ความกล้าแต่หาปัญญามิได้ ถ้าได้ประโยชน์ก็ลืมคุณคน ข้าพเจ้าจะใช้ลิ้นสามนิ้วของข้าพเจ้าไปตวัดเอาตัวลิโป้มาเข้าด้วยกับท่านให้จงได้ทีเดียว”

ตั๋งโต๊ะดีใจยิ่งนัก มองหน้าชายผู้นั้นอย่างสนใจ เขาคือ ลิซก นายทหารเสือ

สำนวน พญ.กัลยา สุพันธุ์วณิช กล่าวถึงสถานการณ์เดียวกันนี้ว่า ใครคนหนึ่งออกมายืนเบื้องหน้าต่งจั๋วพูดว่า

“ท่านไม่ต้องกังวล ข้าเป็นคนบ้านเดียวกับหลี่ว์ปู้ ข้ารู้มันมีแต่ความกล้าหาญ ไม่มีสมอง เห็นประโยชน์แล้วลืมคุณธรรม ความถูกต้อง ข้าขออาศัยลมปากของข้าไปโน้มน้าวเอาตัวหลี่ปู้ว์มาเป็นพวก”

ชายที่พูด คือ หลี่ซู่ (ลิซก)

สำนวนแปล เจ้าพระยาพระคลัง (หน) เริ่มที่ แล้วตั๋งโต๊ะจึงปรึกษากับนายทหารซึ่งเป็นพรรคพวกว่า “แต่เราเห็นผู้กระทำศึกมานี้ก็เป็นอันมาก ไม่มีผู้ใดเข้มแข็ง กล้าหาญ เหมือนลิโป้เลย

ถ้าเราได้ลิโป้มาไว้เป็นทหารของเราการทั้งปวงก็จะคิดได้สะดวก”

ลิซก นายทหารคนหนึ่งจึงว่า “ข้าพเจ้ากับลิโป้อยู่บ้านเดียวกัน แล้วก็เป็นมิตร สหายวิสาสะกัน

อันลิโป้นั้นกล้าแข็งก็จริง แต่เป็นคนใจหยาบช้าหารู้จักคุณคนไม่

โลภเห็นแต่จะได้สิ่งของอันดี ข้าพเจ้าจะขอไปเกลี้ยกล่อมลิโป้ให้มาอยู่กับท่านจงได้”

ขณะที่ลิยูมองเห็นความกล้าแกร่งในตัวลิโป้

ลิซกมีความลึกซึ้งมากยิ่งกว่าเนื่องจาก 1 เป็นคนบ้านเดียวกัน 1 เป็นมิตรสหายวิสาสะกัน

จึงมองทะลุจากด้านอันเป็น “จุดแข็ง” ไปยังด้านอันเป็น “จุดอ่อน”

จุดอ่อนของลิโป้ที่ปรากฏทั้งสำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) สำนวน วรรณไว พัธโนทัย สำนวน พญ.กัลยา สุพันธุ์วณิช

ดำเนินไปอย่างเป็นเอกภาพ

นั่นเพราะมีรากฐานมาอย่างเดียวกัน คือ จากต้นฉบับเดิมที่เรียบเรียงโดยหลอกว้านจง

เรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจอย่างละเอียด

“เป็นคนใจหยาบช้า หารู้จักคุณคนไม่ โลภ เห็นแต่จะได้สิ่งของอันดี” (เจ้าพระยาพระคลัง (หน)

“หาปัญญามิได้ ถ้าได้ประโยชน์ก็ลืมคุณคน” (วรรณไว พัธโนทัย)

“ไม่มีสมอง เห็นประโยชน์แล้วลืมคุณธรรม ความถูกต้อง (พญ.กัลยา สุพันธุ์วณิช)

พิจารณาเปรียบเทียบก็จะประจักษ์

ประจักษ์ในรากฐานอันเป็นที่มาระหว่าง “หาปัญญามิได้” กับ “ไม่มีสมอง” ย่อม เป็นเรื่องเดียวกัน

ระหว่าง “ได้ประโยชน์” กับ “เห็นประโยชน์”

ระหว่างคำขยายจากได้ประโยชน์ “ก็ลืมคุณคน” กับเห็นประโยชน์ “แล้วลืมคุณธรรม”

ประจักษ์ในลักษณะรวบยอด “ได้ประโยชน์แล้วลืมคุณคน”

ทั้งหมด คือ แหล่งที่มาอันทำให้ลิซกสรุปกลายเป็น “แนวทาง” และกำหนดเป็น “ยุทธวิธี” ในการชิงตัวลิโป้

มาจากเต็งหงวน

ในการดูดดึงเอาตัวลิโป้มาเป็นขุนพลข้างกายให้กับตั๋งโต๊ะในการยึดกุม และครองอำนาจ