ข้อตกลงสันติภาพปารีส – อำนาจกำลังรบที่เหนือกว่าเท่านั้น จึงจะสามารถบังคับให้ ข้าศึก มาสยบยอมทำตามเราได้
ช่วง พ.ศ.2508 รัฐบาลสหรัฐเริ่มส่งกำลังทหารทยอยมาเวียดนาม เพื่อปกป้องเวียดนามใต้จากการรุกรานของคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือ
พ.ศ.2512 ยอดทหารมะกันทำการรบในเวียดนามใต้ สูงสุดกว่า 5 แสนนาย นับหมื่นอยู่ในประเทศไทย
สงครามกองโจรถูกลากยาวไปกว่า 10 ปี เด็กหนุ่มอเมริกันที่ถูกเกณฑ์เป็นทหารและสมัครใจไปรบ เสียชีวิตในแผ่นดินเวียดนามไปราว 5 หมื่น 8 พันนาย บาดเจ็บพิการราว 3 แสนนาย
ราว พ.ศ.2513 นักการเมือง นักการทหาร ในวอชิงตัน คิดหาทางเจรจา พูดคุยระหว่างคู่สงคราม
เพื่อยุติสงครามหฤโหด
โรงแรมในกรุงปารีส คือ สถานที่เป็นกลางโอ่อ่า หรูหรา นักการทูตของทุกฝ่ายแฮปปี้ที่จะมาพูดคุยกัน ในขณะที่ทหารอเมริกัน ทหารบก ทหารเรือทหารอากาศ นาวิกโยธิน กำลังทำสงครามดุเดือดกับเวียดกงในป่าเขา ต้องลงไปตามล่าในอุโมงค์ใต้พื้นดิน
ระหว่างการพูดคุย/เจรจา อเมริกาไม่ลด ไม่เลิก การทิ้งระเบิดแบบปูพรมในแผ่นดินเวียดนามเหนือ เพื่อให้มั่นใจว่า เวียดนามเหนือจะต้อง “จำนน” ตามที่อเมริกาต้องการ
ในเวลาเดียวกัน ทหารเวียดนามเหนือ (เวียดกง) นับแสนนาย ภายใต้การนำของโฮจิมินห์ ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียตและจีน ก็ไม่หยุดพลีชีพทำสงครามกับทหารสหรัฐ สังคมโลกจับตามองมหาอำนาจสหรัฐที่กระโดดเข้ามาทำสงครามเอง ในขณะที่โซเวียตและจีน ใช้ชาวเวียดนามเหนือนับสิบล้านคนเป็น “ตัวแทน” ทำสงคราม
ข่าวการ “เปิดเจรจาสงบศึก” ทำให้ไทย เขมรลาว โล่งอก สบายใจ ที่ภูมิภาคแห่งนี้จะกลับมาสงบสุข ผู้นำประเทศต่างๆ เพ่งมอง ติดตามข่าวไปที่กรุงปารีส คาดว่าคงคุย ตกลงกันได้ในไม่ช้าไม่นาน ….
ชาวโลกรู้จักโฮจิมินห์น้อยไป
ผู้นำเวียดนามเหนือ “อ่านขาด” มองทะลุทะลวงเข้าไปถึงการเมืองในอเมริกา ประจักษ์ชัดว่าชาวอเมริกันเริ่มก่อตัวต่อต้านสงครามเวียดนาม เกลียดการเกณฑ์ ทหาร พ่อ-แม่ไม่ต้องการเสียลูกชายและสามีไปในสงครามที่ห่างออกไปค่อนโลก
นักการเมือง ที่จะสมัครชิงชัยเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ กำลังต้องการคะแนนนิยมทุกเวลานาที …การถอนตัวออกจากสงครามเวียดนาม คือ ประเด็นหลักในการโกยคะแนนเสียงจากชาวอเมริกัน
ผู้นำเวียดนามเหนือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของเชลยศึกอเมริกันนับร้อยคนในคุก ชาวอเมริกันทุกครัวเรือน เจ็บปวด เกลียดสงคราม สหรัฐกำลังจะหาทาง “ผละออก” จากสงคราม นักการเมืองคนใดหาเสียงอย่างไร เวียดนามเหนือเฝ้ามองทางโทรทัศน์ ทั้งหมดนี้คือความรอบรู้ ความแหลมคมที่จะนำไปต่อรองบนโต๊ะเจรจา
เวียดนามเหนือ ใส่ใจกระทั่งข้อมูล…ใครจะชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ
ผู้แทนของเวียดนามเหนือ ถือไพ่เหนือกว่าในโต๊ะเจรจาที่ปารีส ตั้งใจถ่วง-ถ่างเวลาการเจรจาสันติภาพ ..ที่ใช้เวลาการเจรจานานเกือบ 5 ปี
27 มกราคม พ.ศ.2516 มีการลงนามในแผ่นกระดาษ โดยตัวแทนจากฝ่ายสำคัญทั้ง 4 ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คือ เวียดนามเหนือ เวียดนามใต้ สหรัฐอเมริกา และรัฐบาลปฏิวัติเฉพาะกาลของเวียดนามใต้
“ข้อตกลงยุติสงครามและฟื้นฟูสันติภาพในเวียดนาม” หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ ข้อตกลง
สันติภาพปารีส ทำขึ้นเพื่อยุติสงครามเวียดนามและสร้างสันติภาพ
บทบัญญัติสำคัญประกอบด้วยการหยุดยิงการถอนกำลังทหารสหรัฐ และกองกำลังต่างชาติและการปล่อยตัวเชลยศึก
บทบัญญัติที่สำคัญ คือ
การหยุดยิงจะมีผลบังคับใช้ 24 ชั่วโมง หลังจากการลงนาม
กองกำลังสหรัฐและต่างประเทศทั้งหมดจะต้องถอนกำลังออกจากเวียดนามใต้ภายใน 60 วัน (รวมถึงกองกำลังของไทย)
นักโทษชาวอเมริกันจะได้รับการปล่อยตัวพร้อมกันกับการถอนกำลัง
ข้อตกลงดังกล่าวยังเรียกร้องให้เคารพต่อเอกราช อธิปไตย ความสามัคคี และบูรณภาพแห่งดินแดนของเวียดนามด้วย
อเมริกา ที่เป็นเจ้าภาพหลักในการทำสงคราม “ถอนตัวสำเร็จ” ไปจับมือกับเวียดนามเหนือ เฉลิมฉลองความสำเร็จจากข้อตกลงปารีส ..
เข้าใจแบบง่ายๆ ตรงไปตรงมา คือ ในเวลานั้น ผู้นำสหรัฐต้องการจะ “ถอนกำลังทหาร” ออกไปจากสงคราม ด้วยเหตุผลทางการเมืองภายในประเทศ เพราะชาวอเมริกันนับล้านออกมาประท้วงรัฐบาล
นิกสันเมื่อเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี ที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ต้องทำตามคำสัญญาที่หาเสียงเอาไว้
วันรุ่งขึ้น ประธานาธิบดีนิกสันใช้คำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อยุติการเกณฑ์ทหารและสถาปนากองทัพอาสาสมัครทั้งหมด
รัฐบาล กองทัพเวียดนามใต้ ทราบดีว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของจุดจบ
ข้อตกลงดังกล่าวในเอกสาร ระงับการสู้รบชั่วคราวและยุติการมีส่วนร่วมทางทหารโดยตรงของสหรัฐ แต่ความขัดแย้งระหว่างกองกำลังเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ยังคงดำเนินต่อไป
ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะถอนกำลังทหารต่างชาติทั้งหมดออกจากลาวและกัมพูชา และห้ามตั้งฐานทัพและเคลื่อนย้ายกำลังพลผ่านประเทศเหล่านี้
ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันว่าเขตปลอดทหาร ณ เส้นขนานที่ 17 จะยังคงเป็นเส้นแบ่งเขตชั่วคราว และจะรวมประเทศ (เวียดนามเหนือ-ใต้) ด้วยสันติวิธี
จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการควบคุมระหว่างประเทศ ซึ่งประกอบด้วย แคนาดา ฮังการี โปแลนด์ และอินโดนีเซีย โดยมีผู้ตรวจสอบ 1,160 คน เพื่อกำกับดูแลข้อตกลงนี้
ตามข้อตกลง ประธานาธิบดีเหงียน วัน เทียวของเวียดนามใต้จะยังคงดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง ฝ่ายเวียดนามเหนือตกลงที่จะ “เคารพการกำหนดอนาคตของประชาชนชาวเวียดนามใต้”
เวียดนามเหนือยืนยันว่า…จะไม่เริ่มการเคลื่อนพลทางทหารข้ามเขตปลอดทหาร และจะไม่ใช้กำลัง
เพื่อรวมประเทศ
ในเวทีเจรจา.. เวียดนามเหนือแข็งกร้าว ดุดัน สามารถระบุในข้อตกลงเป็นผลสำเร็จว่า จะมีการหยุดยิงและกองทัพจากเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้จะต้องคงตำแหน่งของตนไว้ แม้ว่ากองทัพเวียดนามเหนือจะได้รับอนุญาตให้คงอยู่ในเวียดนามใต้ก็ตาม
บางส่วนของข้อตกลงปารีส ที่ผู้เขียนขอนำมาบอกเล่าเพิ่มเติม คือ
การกำจัดทุ่นระเบิดออกจากท่าเรือของเวียดนาม เหนือโดยสหรัฐ
การเคารพต่ออำนาจอธิปไตยและการกำหนดชะตากรรมของตนเองของเวียดนามใต้
การยอมรับพลังทางการเมืองที่เป็นกลางในเวียดนามใต้
การยอมรับรัฐบาลไซง่อนในเวียดนามใต้
การจัดตั้งสภาปรองดองไตรภาคีในภาคใต้
จะจัดการเลือกตั้งเสรีและจัดตั้งรัฐบาลร่วมสำหรับเวียดนามใต้
จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ และเวียดนามเหนือ
จะรวมประเทศเวียดนามโดยสันติวิธีโดยปราศจากการบังคับหรือผนวกดินแดนจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และปราศจากการแทรกแซงจากต่างประเทศ
จะจัดตั้ง “คณะกรรมาธิการทหารร่วม” 4 ฝ่าย และ “คณะกรรมาธิการควบคุมและกำกับดูแลระหว่างประเทศ” เพื่อตรวจสอบการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง
ห้ามนำเข้าอาวุธสงครามเข้าสู่เวียดนามใต้ เว้นแต่จะเป็นการทดแทน ห้ามการส่งกำลังทหารเพิ่มเติมเข้าไปในเวียดนามใต้
ข้อข้างต้นนี้ข้อความที่สวยหรู ดูดี เป็นผลการขับเคี่ยว ต่อรองกัน 4 ฝ่ายในกรุงปารีส เจรจาไปบ้าง พักการเจรจาบ้าง กินเวลาเกือบ 5 ปี
และเมื่อสหรัฐเริ่มถอนกำลัง แสนยานุภาพในสนามรบ ก็พลันตกไปอยู่ในมือของฝ่ายเวียดนามเหนือที่มีอำนาจกำลังรบสูงสุด (มีอำนาจกำลังรบครอบคลุมไปถึงในลาว เขมร)
ข้อตกลงสันติภาพทั้งปวงจึงดูประหนึ่งว่า ไม่มีอยู่จริงข้อตกลงทั้งหมดถูกละเมิด ไม่มีเจ้าภาพรับผิดชอบ
ข้อตกลงปารีส กลายเป็นกระดาษชำระที่ใช้งานแล้ว
เวียดนามเหนือตั้งใจละเมิดข้อตกลงทั้งหมด เพราะมองเห็นชัยชนะแค่เอื้อม ทราบดีว่ารัฐบาลและกองทัพเวียดนามใต้ “ไม่สู้-ขาดเอกภาพ” มีปัญหาคอร์รัปชั่น แตกแยกในกองทัพเวียดนามใต้ ปัจจัยชี้ขาด คือ อเมริกาจะไม่รบต่อแล้ว
ระหว่างการเจรจา 5 ปีในกรุงปารีสนั้น กองทัพแต่ละฝ่าย มิได้หยุดรบแม้แต่วันเดียว ต่างฝ่ายต่างเพิ่มอำนาจการทำลายล้าง โดยเฉพาะกองทัพอากาศสหรัฐยิ่งเพิ่มการโจมตี ทิ้งระเบิดถล่มกรุงฮานอยแบบปูพรมทั้งวันทั้งคืน (ปฏิบัติการโรลลิ่งธันเดอร์)
การเจรจาเคยหยุดชะงักเป็นเวลา 5 เดือน เนื่องจากเวียดนามเหนือประท้วงสหรัฐเพื่อให้หยุดการทิ้งระเบิดเวียดนามเหนือทั้งหมด ในขณะที่สหรัฐตั้งใจกดดันในระหว่างการเจรจา ซึ่งต่อมา ปธน.จอห์นสันตกลงที่จะยุติการโจมตีทางอากาศ และกลับมาเริ่มการเจรจาได้ต่อไป
เครื่องบินทิ้งระเบิด เครื่องบินโจมตี ส่วนหนึ่งขึ้นจากฐานบินสหรัฐในไทย นครพนม โคราช อุบลราชธานีอู่ตะเภา
เป็นข้อมูลส่งท้ายครับ…ผู้เจรจาหลักของสหรัฐคือ ดร.คิสซิงเจอร์ (Henry Kissinger) ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา และนายเล ดัค โธ สมาชิกโปลิตบูโรของเวียดนามเหนือ ซึ่งต่อมา ทั้ง 2 คนได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 1973
หากแต่ เล ดัค โธ ปฏิเสธที่จะรับรางวัลโนเบล
มีข้อตกลงที่ถูกวิจารณ์กันว่า เฮ้ย..นี่เป็นการฮั้ว-ประนีประนอมแบ่งปันผลประโยชน์ของผู้เจรจาระหว่างกับเวียดนามเหนือ-เวียดนามใต้
มีข่าวรั่วออกมาเรื่องสายลับ 2 หน้า มีการจารกรรมข้อมูล มีคนทรยศ มีการดักฟัง
ข้อมูลลับสุดยอดนอกโต๊ะเจรจาที่หลุดรั่วออกมา คือ เวียดนามเหนือยืนกรานในการเจรจามาเป็นเวลา 3 ปี ว่าสหรัฐอเมริกาจะต้อง “ปลด” ปธน.เหงียน วัน เทียว ของเวียดนามใต้ออกจากตำแหน่งและให้สหรัฐแต่งตั้งบุคคลอื่นเป็นประธานาธิบดีเวียดนามใต้แทน ตามที่ฮานอยยอมรับได้
นี่คือ ลีลาการต่อรองของนักการทูตมืออาชีพ
ประวัติศาสตร์ยังจารึกว่า เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่าจะเกิดสันติภาพ และเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับชาวอเมริกัน นิกสันบินไปพบกับประธานาธิบดีเหงียน วัน เทียว แห่งเวียดนามใต้ ณ เกาะมิดเวย์ เพื่อยืนยันการถอนกำลังทหารสหรัฐ
เรื่องที่น่าขบขัน คือ ข้อตกลงระบุว่ากองทัพจากเวียดนามทั้งเหนือและใต้จะคงตำแหน่งของตนไว้
(อยู่ตรงไหน-อยู่ตรงนั้น : ผู้เขียน) และผู้นำของเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้จะต้องทำงานร่วมกันเพื่อหาข้อตกลง “การรวมชาติ” ซึ่งข้อตกลงทั้งหมดไม่มีใครทำตาม
ฉากสุดท้ายมาถึง… กองทัพเวียดนามเหนือฮึกเหิม เปิดการรุกตลอดแนวเข้าสู่เวียดนามใต้ ประชาชนเวียดนามใต้นับแสนหนีภัยทางเรือ (บางส่วนมาขึ้นบกในไทย) ทหารเวียดนามใต้แตกพ่าย หนีทัพ
30 เมษายน 2518 กองทัพเวียดนามเหนือบุกยึดกรุงไซง่อนเมืองหลวงของเวียดนามใต้สำเร็จ ถือเป็นจุดสิ้นสุดของสงครามเวียดนาม
กติกา-ข้อตกลงปารีส…เป็นเพียงการแสดงละคร

