ความเป็นคน มีก่อนความเป็นไทย
คนไทยมาจากชาวสยาม “ลูกผสม” ของชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ประวัติศาสตร์ไทยหลายชาติพันธุ์ บอกความเป็นมาของคนในประเทศไทย ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์หลายพันปี ซึ่งเป็นลูกผสมของชนเผ่าหลายชาติพันธุ์ ที่มีพัฒนาการเป็นทั้งคนไทยและคน “ไม่ไทย”
ประวัติศาสตร์ไทยหลายชาติพันธุ์ โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม 2568 ราคา 320 บาท สั่งซื้อได้ที่ https://www.matichonbook.com)
คนไทยถูกยกเป็นแกนหลักการดำเนินเรื่องของประวัติศาสตร์ไทย ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์มานานมากว่าไม่น่าเชื่อถือ เพราะมีแต่เรื่อง “เฟกๆ”
ถ้าต้องการยกระดับประวัติศาสตร์ไทยให้เป็นที่เชื่อถือระดับสากล ก็ต้องจัดการแก้ไขหลายอย่าง และอย่างแรกสุดคือแก้ไขนิยามความเป็นคนไทยที่ไม่เป็นไปตามหลักฐานวิชาการ
ความเป็นไทย “เฟกๆ” ของประวัติศาสตร์ไทย มีดังนี้
(1.) คนไทย มี “เชื้อชาติไทย สายเลือดบริสุทธิ์” และ
(2.) ประวัติศาสตร์ไทยเป็นเรื่องราวความเป็นมาของคนกลุ่มเดียว คือคนไทย
“เชื้อชาติไทย สายเลือดบริสุทธิ์” บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา
โดยกีดกันชาติพันธุ์อื่นที่ “ไม่ไทย” ซึ่งมีจำนวนมากกว่าอยู่ตามลุ่มน้ำต่างๆ ทั่วประเทศ แต่ไม่มีที่ยืนในประวัติศาสตร์ไทย
เชื้อชาติไม่มีในโลก
นักวิทยาศาสตร์นานาชาติมีงานวิจัยทางสากล สรุปว่า “เชื้อชาติไม่มีจริงในโลก”
ผลวิจัยไม่มีเชื้อชาติเป็นที่ยอมรับทั่วไป จึงทำให้ประเทศต่างๆ ในโลกประกาศยกเลิกเชื้อชาติ
ยกเลิกถิ่นกำเนิดของคนไทย
เชื้อชาติไทยไม่มีในโลก เพราะในโลกไม่มีเชื้อชาติ จึงต้องยกเลิกเรื่องราวความเป็นมาของคนไทยในประวัติศาสตร์ไทยที่จินตนาการไว้ ดังนี้
1.คนไทย เชื้อชาติไทย สายเลือดบริสุทธิ์ ในประวัติศาสตร์ไทย มีถิ่นกำเนิด “อัลไต-น่านเจ้า” ในจีน
2.อพยพยกโขยงถอนรากถอนโคน หนีการรุกรานจากจีน ลงทางใต้เข้าสู่ดินแดนไทยปัจจุบัน
3.สร้างกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของคนไทยแท้ โดยมีดินแดนตั้งแต่ทางเหนือลงไปทางใต้สุดแหลมสุวรรณภูมิ จากนั้นส่งต่อถึงอยุธยา, ลพบุรี, รัตนโกสินทร์
เหล่านี้ต้องยกเลิกทั้งหมด รวมทั้งต้องยกเลิกการเรียนการสอนแนวคิดถิ่นกำเนิดของคนไทยที่แบ่งเป็น 5 กลุ่ม (อยู่ในหนังสือ ประวัติศาสตร์ไทย กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม พิมพ์เผยแพร่ พ.ศ. 2558 หน้า 38-40)
ต่อจากนั้นจัดการใหม่อย่างเคร่งครัด ให้ประวัติศาสตร์ไทยเป็นไปตามหลักฐานวิชาการทางประวัติศาสตร์โบราณคดีและมานุษยวิทยา
คนไทย
คนไทยคือคนเป็นไทยโดยสัญชาติ (ไม่ใช่เชื้อชาติ) มาจากการผสมกลมกลืนทางเผ่าพันธุ์และวัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์ หรือ “ร้อยพ่อพันแม่” ดังนี้
1.คนเรียกตนเองว่าไทย มาจากชาวสยาม ทั้งนี้ตามหลักฐานเก่าสุดบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาในรัฐอโยธยา (เมืองเก่าของอยุธยา) เรือน พ.ศ. 1700
2.ชาวสยามมาจาก (1.) ชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์ผสมกลมกลืนทางเผ่าพันธุ์และวัฒนธรรม (2.) ใช้ภาษาตระกูลไท-ไต เป็นภาษากลางในการสื่อสารระหว่างกลุ่มและทางการค้าดินแดนภายใน และ (3.) ถูกเรียกจากคนอื่นว่าสยามหรือชาวสยามตามสำเนียงของแต่ละกลุ่ม ได้แก่ มอญ-เขมร เรียก เสียม, จีน เรียก เสียน ฯลฯ ส่วนชาวตะวันตกเรียกอยุธยาว่าราชอาณาจักรสยาม
3.ชาวสยามเรียกตนเองว่าไทย (ชื่อทางวัฒนธรรม ไม่ใช่ชื่อเชื้อชาติ) เมื่อหลังรับศาสนาพุทธ แบบลังกา ใช้ภาษาบาลี โดยแปลงคำพื้นเมืองว่าไท (แปลว่า ชาว, คน) เป็นคำบาลีท้องถิ่นว่าเทยฺย (อ่านว่า เทย-ยะ) แล้วแผลงเป็นไทย
ประวัติศาสตร์ไทยเป็นงานวรรณกรรม
ในแวดวงวิชาการสากลเป็นที่รู้กันนานมากแล้ว ว่าประวัติศาสตร์ไทย “เฟก” จนไม่น่าเชื่อถือ ด้วยเหตุหลายอย่าง ดังนี้
1.ประวัติศาสตร์ไทยมีเนื้อหามาจากจินตนาการของชนชั้นนำ โดยไม่มีหลักฐานวิชาการสนับสนุนทางประวัติศาสตร์โบราณคดีและมานุษยวิทยา
2.แท้จริงแล้วประวัติศาสตร์ไทยเป็นงานวรรณกรรมแต่งใหม่ ใช้ปลุกระดมทางการเมืองชาตินิยม เพื่อผดุงอำนาจของชนชั้นนำที่ต่อต้านประชาธิปไตย ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2, สงครามเย็น, สงครามเวียดนาม, ถึงสงครามข่าวสารในปัจจุบัน

