หน้าแรก คอลัมนิสต์ ศึก เรือดำน้ำ...

ศึก เรือดำน้ำ น้ำหนัก มิใช่ เพื่อไทย เป็น คนกันเอง

1.05.17 | 12:01 น.

แรกที่ประทับตรา “ลับสุดยอด” ให้พร้อมกับเครื่องหมาย “ริมแดง” โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ ก็มาดหมายจะให้เรื่องนี้อยู่ในชั้น “ความลับ”

แม้กระทั่งเมื่อผ่าน “ครม.” ในวันที่ 18 เมษายน ก็ไม่มีการแถลง

ถือเอาช่วงชุลมุนขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตระเตรียมจะเดินทางไปบาห์เรนในอีกไม่กี่วัน ประสานเข้ากับมาตรการเข้มในเรื่อง “หมุดหน้าใส”

คิดว่าจะสามารถ “สยบ” ได้อย่าง “ราบคาบ”

แต่เอาเข้าจริงๆ “แผน” ที่กำหนดเอาไว้กลับค่อยๆ พังครืนราวกับปราสาททรายต้องคลื่นเมื่อข่าว “รั่ว” ออกไปและเผยแพร่ผ่าน “โซเซียลมีเดีย” ในโลกออนไลน์

Advertisement

วันที่ 25 เมษายน ก็จำเป็นต้อง “แถลง”

เริ่มจาก พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตามด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตามด้วย พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

คิดว่า “เอาอยู่” แต่สภาพกลับ “ตรงกันข้าม”

การออกมาเสนอความเห็นของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สามารถเข้าใจได้เพราะอย่างน้อยก็เคยดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

และก็เคยชะลอ “เรือดำน้ำ” เอาไว้

เช่นเดียวกับ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่เลือก “เรือตรวจการณ์” แทน “เรือดำน้ำ”

แต่ที่นอกเหนือความคาดหมายกลับเป็น “คนกันเอง”

เป็นคนกันเองอย่าง องค์กรต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เป็นคนกันเองอย่าง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ)

รวมถึงเสียงต้านอันมาจาก “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”

การหยิบเอาความเสียหายจาก “โครงการรับจำนำข้าว” มาขยายอาจทำให้เสียงจากด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เงียบลงไปได้บ้าง

แต่ดูเหมือนเสียง “ต่อต้าน” จาก “คนกันเอง” กลับไปยอมเงียบ

ถามว่าเหตุใดการคัดค้านและต่อต้าน “โครงการซื้อเรือดำน้ำ” จึงเติบใหญ่ พัฒนาและทำท่าว่าอาจกลายเป็น “กระแส” ขึ้นมาในทางการเมือง

คำตอบ 1 เพราะว่า “ลับสุดยอด”

พลันที่ตราประทับ “ลับสุดยอด” ปรากฏและมีการขยายอย่างเจตนา ความกระหายใคร่ที่จะรู้ก็ขยายกรอบและขอบเขตออกไป

คำตอบ 1 เพราะว่าความรู้สึกต่อ “ทหาร”

เป็นความรู้สึกอันสะสมมาจาก “อุทยานราชภักดิ์” เป็นความรู้สึกอันสะสมมาจาก “ฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนา” เป็นความรู้สึกอันสะสมมาจาก “อโลฮา ฮาวาย”

ยิ่งเมื่อมีนัยประหวัดไปยัง “รถถังยูเครน” และ “เรือเหาะ” ก็ยิ่งเป็นประเด็น

คำตอบ 1 เพราะว่าความรู้สึกต่อสินค้า “จีน” จะโยงความสัมพันธ์ไปยังวัฒนธรรมแห่งการลอกเลียนในแบบ “เสิ่นเจิ้น” ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เมื่อเรือดำน้ำ “หยวน” ถอดแบบมาจากของ “รัสเซีย” ก็ยิ่งชัด

ปัจจัย 3 ปัจจัยนี้แหละทำให้กรณี “เรือดำน้ำ” กลายเป็นประเด็น และค่อยๆ พัฒนากระทั่งเป็น “กระแส” สังคมอย่างรวดเร็ว

เหมือนกับการหยิบประเด็น “โครงการรับจำนำข้าว” มาขยายจะทำให้น้ำหนักจาก “พรรคเพื่อไทย” เบาบางลงไป

แต่เอาเข้าจริงๆ ก็มิอาจเป็น “เรื่องเดียวกัน” ได้

แต่ก็ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะไปสกัดขัดขวางกระแสคัดค้าน ต่อต้าน อันมาจาก “คนกันเอง” ได้อย่างมีพลานุภาพ