หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : ‘ทวารวดี’ อยู่เมืองศรีเทพ เพชรบูรณ์ [นครปฐม ไม่ใช่ศูนย์กลางทวารวดี]

18.11.25 | 17:01 น.
ศ.พิเศษ ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์ คอนเฟิร์ม! หลังศึกษามาครึ่งศตวรรษ “นครปฐม ไม่ใช่ทวารวดี” ศรีเทพคือศูนย์กลาง-เปิดหลักฐานบ่งชี้ ก่อนอินเดียส่งอิทธิพล “เรามีศิลปะของเราเอง” ด้านไทยเบฟฯ หนุนตีพิมพ์อังกฤษ หวัง “เป็นหน้าเป็นตาประเทศ” [ภาพหนังสือ Dvaravati Si Thep: In Search of Thailand's Earliest Civilization โดย ศ.พิเศษ ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์]

“ทวารวดี” เป็นชื่ออาณาจักรเริ่มแรกในไทย ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองนครปฐมโบราณ (จ. นครปฐม) เป็นงานการเมืองสมัยรัตนโกสินทร์ที่ตีความจากข้อมูลจำกัดมาก

เมื่อเป็นงานการเมืองแบบรวบอำนาจรวมศูนย์ ทำให้ใครที่คิดต่างต้องถูกกล่าวหารุนแรงมากเมื่อราว 60 ปีที่แล้ว

มติชนออนไลน์ มีรายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน เวลา 13.00 น. ที่อาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มูลนิธิพิริยะ ไกรฤกษ์ จัดงานเสวนาแนะนำหนังสือ “ทวารวดี ศรีเทพ: การค้นหาอารยธรรมแรกเริ่มแห่งสยาม” ส่วนหนึ่งของงานแนะนำหนังสือ Dvaravati Si Thep: In Search of Thailand’s Earliest Civilization

โดยมีผู้แทนบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นำโดย อ.ภูธร ภูมะธน ที่ปรึกษาฝ่ายศิลปและวัฒนธรรม, นายวิรัช เมฆสัมพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการพิเศษ และ อ.ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้จัดการอาวุโสงานบริหารกิจกรรมโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บมจ.ไทยเบฟฯ ร่วมด้วย

อ.พิริยะ ไกรฤกษ์ เขียนหนังสือเล่มนี้เป็นภาษาอังกฤษ ที่ผมอ่านไม่ออก แต่เคยอ่านแล้วเล่มก่อนๆ ที่เป็นภาษาไทย แล้วได้ข้อมูลหลักฐานใช้งานเขียนในหนังสือ “ประวัติศาสตร์ไทยหลายชาติพันธุ์” จะสรุปบางตอนมาดังนี้

Advertisement

ทวารวดีมีคนหลายชาติพันธุ์

ประชากรทวารวดี ประกอบด้วยชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์ ได้แก่ มอญ-เขมร, ชวา-มลายู, ม้ง-เมี่ยน, ไท-ไต เป็นต้น ทั้งนี้เนื่องจาก “ยังไม่อาจกล่าวได้ว่า ประชากรของเมืองทวารวดี เป็นเช่นเดียวกับกลุ่มชาติพันธุ์มอญปัจจุบัน” (จากหนังสือ ทวารวดี : ต้นประวัติศาสตร์ไทย ของ ดร. ธิดา สาระยา สำนักพิมพ์เมืองโบราณ พิมพ์ครั้งแรก 2545 หน้า 24-27)

จารึกอักษรมอญ ภาษามอญ เป็นอักษรและภาษาศักดิ์สิทธิ์ของคนชั้นนำบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาและที่อื่นๆ ใช้สื่อสารกับผีและเทวดา ไม่สื่อสารกับมนุษย์

คนทั่วไปเขียนไม่ได้ อ่านไม่ออก นับถือศาสนาผี

กินข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก พร้อมกับข้าวประเภท “เน่าแล้วอร่อย” เช่น ปลาแดก, ปลาร้า, น้ำปลา, กะปิ ฯลฯ

ประชากรทวารวดีร้อยพ่อพันแม่ ไม่ได้หายไปไหน และไม่ได้ถอยร่นขึ้นไปตั้งหลักแหล่งบนภูเขาเป็น “ชาวบน” แต่ทยอยอยู่ใต้อำนาจของภาษาและวัฒนธรรมไท-ไต แล้วกลายตนเป็นคนไทยในรัฐอยุธยา, รัฐสุโขทัย ฯลฯ

อำนาจรวมศูนย์

(1.) ทวารวดีคือเมืองของพระกฤษณะ อันเกิดจากอวตารของพระวิษณุ (หรือพระนารายณ์) ซึ่งเป็นมหาเทพบนสวรรค์ ตามความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ในอินเดีย แล้วแผ่ถึงอุษาคเนย์และไทย

(2.) เป็นต้นตอของความคิดเรื่องคนไม่เท่ากัน และการปกครองแบบอำนาจรวมศูนย์อยู่ที่พระกฤษณะ (อวตารของมหาเทพวิษณุ)

(3.) ชนชั้นนำพื้นเมืองท้องถิ่นสมัยแรกๆ รับความเชื่อ “ราชา” จากอินเดียเรื่องคนไม่เท่ากันเพื่อสร้างอำนาจรวมศูนย์ให้ตนเองเหนือคนอื่น

(4.) ทั้งนี้โดยยกย่องทวารวดีเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ในอุดมคติ (หรือ “นคราธิษฐาน”) หล่อหลอมกล่อมเกลาทุกคนให้เชื่อตามนั้น โดยผ่านพิธีกรรม, ศิลปกรรม, สถาปัตยกรรม, นาฏกรรม, วรรณกรรม ฯลฯ

(5.) พราหมณ์นักบวชและพระสงฆ์ เผยแผ่ความเชื่อเรื่องคนไม่เท่ากัน และบุญบารมีของพระราชาผู้ถืออำนาจรวมศูนย์

ศาสนา-การเมือง, สังคม-วัฒนธรรม เพราะศาสนารับใช้การเมืองตั้งแต่แรกมีศาสนา

พราหมณ์ (นักบวช) ทำหน้าที่สรรเสริญหัวหน้าเผ่าพันธุ์เป็น “ราชา” หรือ “กษัตริย์” ที่สืบวงศ์จาก “เทวราช” (เยี่ยงพระวิษณุ, พระอีศวร)

พระสงฆ์ ทำหน้าที่สรรเสริญหัวหน้าเผ่าพันธุ์เป็น “ราชา” และ “จักรพรรดิราช” (เยี่ยงพระอินทร์) เทียบอโศกเป็น “ธรรมโศกราช”

การเมืองรวมศูนย์ ดังนี้

(1.) ทวารวดีเติบโตจากการค้าระยะไกลสุวรรณภูมิ (ก่อนศาสนาแผ่ไปถึง) ดั้งเดิมมีหัวหน้าเผ่าพันธุ์เป็นเจ้าแม่ หรือเจ้าพ่อ ปกครองลูกน้อง

(2.) กษัตริย์รับจากอินเดียพัฒนาเป็น “เทวราช” เสมือนเทพมีอำนาจรวมศูนย์ ปกครองบริวารเหมือนเจ้าแม่/เจ้าพ่อกับลูกน้อง หรือบ้านพี่เมืองน้อง เป็นเครือข่ายเครือญาติระบบอุปถัมภ์

ประชากร ชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์ “ร้อยพ่อพันแม่” ได้แก่ มอญ, เขมร, ชวา, มลายู-จาม, จีน, อินเดีย, อาหรับ, อิหร่าน (เปอร์เซีย), ไท-ไต เป็นต้น

ชนชั้น มี 2 ช่วงเวลา คือ ก่อนรับอินเดีย และ หลังรับอินเดีย

ก่อนรับอินเดีย (1.) หัวหน้าเผ่าพันธุ์ เป็นหมอมดหรือหมอผี เพศหญิง (2.) ชาวบ้าน ทำนาทำไร่

หลังรับอินเดีย (1.) ชนชั้นปกครอง เพศชาย ถูกเรียกเป็นราชา, กษัตริย์ (2.) ชนชั้นถูกปกครอง ถูกเรียกเป็นบ่าวไพร่, ข้าทาส (3.) ชนชั้นพิเศษ ได้แก่ นักบวช (พระสงฆ์, พราหมณ์)

รัฐทวารวดี ศรีเทพ-ละโว้

ทวารวดีตามเอกสารจีนเป็นรัฐเริ่มแรกแห่งหนึ่งในไทย มีพื้นที่บริเวณลุ่มน้ำป่าสัก ตั้งแต่เมืองศรีเทพ (จ. เพชรบูรณ์) ถึง เมืองละโว้ (จ.ลพบุรี)

เมืองศรีเทพ ลุ่มน้ำป่าสัก (อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์) ดั้งเดิมเป็นชุมชนเกษตรกรรมเริ่มแรกมากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว

จากนั้นเติบโตมั่งคั่งเป็นเมืองใหญ่จากการค้าโลหะสำคัญคือทองแดงและเหล็ก ซึ่งมีแหล่งอยู่บริเวณลุ่มน้ำป่าสัก-บางขาม-ลพบุรี ครั้นหลังรับวัฒนธรรมอินเดีย มีชื่อในพิธีกรรมว่า “ทวารวดี” ตามนามศักดิ์สิทธิ์ราชธานีของพระกฤษณะ

แผนที่แสดงตำแหน่ง “ทวารวดี” อยู่เมืองศรีเทพ (จ. เพชรบูรณ์) ในบันทึกจีนของพระถังซำจั๋ง ตามแนวสันนิษฐานของนักค้นคว้าและนักวิชาการนานาชาติ

“ศรีเทพ” เป็นชื่อสมัยหลังสืบมาจนปัจจุบัน ตรงกับชื่อสมัยอยุธยาตอนต้น จากพระอัยการตำแหน่งนาพลเรือนว่า “หมอศรีเทพ” สังกัดกรมหมอช้าง และพบในตำนานพงศาวดารแผ่นดินพระไชยราชาว่า “พันบุตรศรีเทพ” เชื้อวงศ์เจ้านายละโว้

ทวารวดีเมืองศรีเทพ กับเมืองละโว้ สืบเนื่องถึงอยุธยาซึ่งเป็นบรรพชนคนไทย

เมืองละโว้ ลุ่มน้ำป่าสัก-บางขาม-ลพบุรี (อ. เมืองฯ จ. ลพบุรี) ดั้งเดิมเป็นชุมชนเกษตรกรรมเริ่มแรกมากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว

จากนั้นเติบโตมั่งคั่งเป็นเมืองใหญ่จากการค้าโลหะสำคัญคือทองแดงและเหล็ก ซึ่งมีแหล่งอยู่บริเวณลุ่มน้ำป่าสัก-บางขาม-ลพบุรี ครั้นหลังรับวัฒนธรรมอินเดีย มีชื่อในพิธีกรรมว่า “ทวารวดี” ตามนามศักดิ์สิทธิ์ราชธานีของพระกฤษณะ หรือ “วาสุเทพ” (พบชื่อในจารึกเมืองละโว้)

“ละโว้” เป็นชื่อในภาษาท้องถิ่นตระกูลมอญ-เขมร แปลว่าภูเขา (จิตร ภูมิศักดิ์ พ.ศ. 2519) และพบในจารึกที่เมืองอู่ทอง (จ. สุพรรณบุรี)

เมืองละโว้ (ถูกเรียกว่า “ขอม”) กับเมืองสุพรรณภูมิ (ถูกเรียกว่า “เสียน” หรือ “สยาม”) ร่วมกันสถาปนาเมืองอโยธยา (เมืองเก่าของอยุธยา)

ทวารวดีเมืองละโว้ กับเมืองศรีเทพ สืบเนื่องถึงอโยธยา-อยุธยาซึ่งเป็นบรรพชนคนไทย

ทวารวดี ศรีเทพ-ละโว้ มีเครือข่ายถึงลุ่มน้ำโขง-ชี-มูล คือ เมืองเวียงจันท์ (ลาว), เมืองเสมา (ศรีจนาศะ ที่นครราชสีมา) และถึงลุ่มน้ำท่าจีน คือ เมืองอู่ทอง (สุพรรณบุรี), เมืองกำแพงแสน-เมืองนครปฐมโบราณ (นครปฐม), เมืองคูบัว (ราชบุรี), เมืองเขาย้อย (เพชรบุรี), เมืองยะรัง (ปัตตานี) ฯลฯ

ทวารวดี (ภาษาสันสกฤต) แปลว่าบริเวณที่ล้อมรอบด้วยประตู ซึ่งหมายถึงมีความมั่งคั่งยั่งยืนด้วยการไปมาค้าขาย อันเป็นนามศักดิ์สิทธิ์เรียกราชธานีของพระกฤษณะ (ที่คาดกันว่าล่มจมลงในมหาสมุทรเมื่อนานมาแล้ว) ดังนั้น ชื่อ “ทวารวดี” เป็นนามศักดิ์สิทธิ์ตามอุดมคติของรัฐต่างๆ ในอุษาคเนย์ใช้เป็นนามบ้านเมืองของตนในพิธีกรรม (ซึ่งไม่ใช่ชื่อที่เรียกขานรู้กันทั่วไปในหมู่ประชาชน)

เมืองศรีเทพพบประติมากรรมรูปพระกฤษณะที่แสดงความเป็นทวารวดี

พระกฤษณะ รูปสลักหินลอยตัวชูพระกรซ้ายแสดงปางกฤษณะโควรรธนะ หรือพระกฤษณะยกภูเขาโควรรธนะ (ฝีมือช่างราวเรือน พ.ศ. 1000 พบที่เมืองศรีเทพ อ. ศรีเทพ จ. เพชรบูรณ์) ตามเรื่องเล่าดังนี้

“พระกฤษณะผ่านไปทางภูเขาโควรรธนะ พบคนเลี้ยงวัวกำลังทำพิธีบูชายัญวัวถวายพระอินทร์

เมื่อเห็นดังนั้นพระกฤษณะจึงห้ามไว้ แล้วชักจูงคนเลี้ยงวัวเหล่านั้นหันมาบูชาภูเขาโควรรธนะดีกว่า ซึ่งเป็นแหล่งให้หญ้าให้น้ำ ให้ความอุดมสมบูรณ์กับฝูงวัวและคนเลี้ยงวัว

พระอินทร์รู้ก็พิโรธ แล้วบันดาลความเดือดร้อนเป็นพายุฝนห่าใหญ่ตกต่อเนื่องไม่หยุด พระกฤษณะยกภูเขาโควรรธนะขึ้นบังฝนห่าใหญ่ให้ฝูงวัวกับคนเลี้ยงวัวทั้งหลายนาน 7 วัน 7 คืน

จนพระอินทร์ต้องยอมแพ้ แล้วยอมให้คนเลี้ยงวัวหันไปนับถือภูเขาโควรรธนะตามคำชี้ชวนของพระกฤษณะ”

สนับสนุน ทวารวดี ศรีเทพ-ละโว้

นักปราชญ์, นักค้นคว้า, นักวิชาการ ทั้งไทยและนานาชาติ เชื่อว่ารัฐทวารวดีในเอกสารจีนอยู่เมืองศรีเทพ-เมืองละโว้ ซึ่งพบรายนามเท่าที่ตรวจสอบได้มีดังนี้

(1.) พันตรี ลูเนต์ เดอ ลาจองกีเยร์ (นักค้นคว้าชาวฝรั่งเศส) เมื่อ พ.ศ. 2452 (แผ่นดิน ร.5) ว่าโตโลโปตีหรือทวารวดีตั้งอยู่ จ. ลพบุรี

(ในหนังสือ ประวัติศาสตร์เอเชียอาคเนย์ถึง พ.ศ. 2000 ของ ศ. หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล สมาคมประวัติศาสตร์ฯ พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2535 หน้า 21)

(2.) นายมานิต วัลลิโภดม (นักปราชญ์สามัญชน อดีตข้าราชการกรมศิลปากร) แสดงหลักฐานโบราณคดีว่าโตโลโปตีหรือทวารวดีอยู่เมืองละโว้ จ.ลพบุรี

[พิมพ์ใน (1.) แถลงงานประวัติศาสตร์เอกสารโบราณคดี (ปอบ.) ของคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทย สำนักนายกรัฐมนตรี มกราคม พ.ศ. 2515 และ (2.) ศิลปากร นิตยสารของกรมศิลปากร กรกฎาคม พ.ศ. 2515]

(3.) นักวิชาการชาวญี่ปุ่นเชี่ยวชาญเอกสารจีนและเคยสำรวจหลักฐานโบราณคดีลุ่มน้ำโขงและอีสาน สรุปว่าทวารวดีมีพื้นที่อยู่ทางฟากตะวันออกแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะลุ่มน้ำลพบุรี-ป่าสัก (พร้อมแสดงแผนที่)

[บทความเรื่อง Wen Dan and Its Neighbors : The Central Mekong Valley in the Seventh and Eighth Centuries โดย Tatsuo Hoshino ในหนังสือ Breaking New Ground in Lao History. SilkwormBooks 2002 (พ.ศ. 2545)]

(4.) โคล้ด ฌาคส์ (Claude Jacques ผู้เชี่ยวชาญอ่านจารึกเขมร) ว่าทวารวดีอยู่เมืองศรีเทพ เพราะพบเทวรูปพระกฤษณะและพระวิษณุ เสนอไว้เมื่อ พ.ศ.2552 (2009)

(5.) นายพิเศษ เจียจันทร์พงษ์ (ข้าราชการบำนาญ นักวิชาการกรมศิลปากร) แสดงหลักฐานโบราณคดีและพงศาวดารตำนานว่านครพระกฤษณ์ (จารึกวัดศรีชุม สุโขทัย) คือ ทวารวดี อยู่เมืองละโว้ จ.ลพบุรี

(พิมพ์ในศิลปากร นิตยสารของกรมศิลปากร ฉบับมกราคม-กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 หน้า 49-55)

(6.)นายพิริยะ ไกรฤกษ์ (อดีตอาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) แสดงหลักฐานโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะว่าทวารวดีอยู่เมืองศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์

(ในหนังสือ ศรีเทพ ทวารวดี ราชธานีแห่งแรกของสยาม โดย พิริยะ ไกรฤกษ์ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2564)