หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : อินเดียไม่มีเล่นโขน มีแต่เล่น ‘รามายณะ’

26.11.25 | 18:01 น.
พระรบยักษ์ (จากซ้าย) หนุมาน, พระราม, ทศกัณฐ์, พระลักษมณ์ ตัวละครหลักในโขน (ภาพจากหนังสือ THE KHON พิมพ์โดยกรมศิลปากร พ.ศ. 2544 หน้า 25)

นาฏศิลป์และดนตรีไทยมาจากอินเดีย สังคมไทยถูกครอบงำมานานมากว่าอะไรๆ ก็มาจากอินเดีย รวมทั้งโขน แต่เรื่องจริงๆ ไม่เป็นอย่างนั้น

อินเดียโบราณมีการละเล่นรามายณะในชื่อเรียกต่างกันไปของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งมีหลากหลายมาก แต่ไม่พบว่าเรียกโขน

นอกจากนั้นนาฏศิลป์และดนตรีอินเดียก็ไม่มีอิทธิพลเหนือนาฏศิลป์และดนตรีในไทย ดังจะพบว่าฟ้อน, เต้น, และปี่พาทย์ในโขน ไม่มีในการละเล่นรามายณะของอินเดีย แต่เป็นวัฒนธรรมร่วมของอุษาคเนย์ไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว ดังนี้

ฟ้อน ด้วยลีลายืด-ยุบ ตามประเพณีเซ่นผีฟ้า พบหลักฐานเป็นลายสลักบนเครื่องมือสำริด (สมัยก่อนประวัติศาสตร์)

เต้น จากท่ากบขอฝน พบหลักฐานจากภาพเขียนบนเพิงผาในอีสาน (สมัยก่อนประวัติศาสตร์)

Advertisement

ปี่พาทย์ ประกอบด้วยเครื่องมือหลักตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ได้แก่ ฆ้องวง, กลองทัด, ปี่ (นอก)

“โลฺขน โขล” ภาษาเขมร ในเขมร

โขนคือการละเล่นเป็นภาษาไทยในพิธีกรรมทางศาสนา-การเมือง เรื่องรามเกียรติ์ (โดยรับรามายณะจากอินเดีย) เพื่อสรรเสริญพระรามของเมืองอโยธยาแล้วปราบยุคเข็ญ  ในจักรวาล

ดังนั้น กำเนิดของโขนเกี่ยวข้องความมั่นคงเมื่อแรกสถาปนาเมืองอโยธยาของพระราม (เมืองเก่าของอยุธยา) ซึ่งมาจากชนชั้นนำสยามกลุ่มใหญ่บริเวณลุ่มน้ำมูล (อีสานใต้) กับ ลุ่มน้ำลพบุรี-ป่าสัก (ภาคกลาง) เลื่อมใสพระนารายณ์ (ไวษณพนิกาย) มากกว่า 800 ปีมาแล้ว หรือก่อน พ.ศ. 1700 มีกิจกรรมตามความเชื่อ ดังนี้

ชนชั้นนำสยามครั้งนั้นมีประสบการณ์ตรงต่อการละเล่นของราชสำนักเริ่มแรกในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ (ที่มีมาก่อนนานแล้ว) ซึ่งเรียกเป็นภาษาเขมรว่า “โลฺขน โขล” (อ่านว่า ละโคน โคล) หมายถึงละครสวมหน้ากากเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งพากย์เป็นภาษาเขมร ด้วยการดำเนินเรื่องตาม “รามายณะ” ฉบับภาษาทมิฬของอินเดียใต้