บางครั้ง “ความง่าย” อาจนำไปสู่ความยุ่งยากได้
พจนานุกรมฉบับมติชน พ.ศ.2547 ให้ความหมายของคำว่า “อาชีพ” คือ การเลี้ยงชีวิต การทำมาหากิน งานที่ทำเป็นประจำเพื่อเลี้ยงชีวิต “วิชา” คือ ความรู้ที่ได้จากการฝึกฝนเล่าเรียน “วิชาชีพ” คือ ความรู้ที่เกี่ยวกับการประกอบอาชีพ เช่น วิชาช่างทั้งหลาย
ความแตกต่างกันระหว่าง “อาชีพ” กับ “วิชาชีพ” คือ อาชีพเป็นการเลี้ยงชีวิต การทำมาหากิน งานที่ทำเป็นประจำเพื่อเลี้ยงชีวิต ที่ไม่ต้องเรียน ไม่ต้องฝึกฝนเล่าเรียนก็ทำได้ ยกตัวอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นอาชีพที่อยู่ต่ำสุด เช่นอาชีพ “ขอทาน” ไม่ต้องเรียนรู้วิชาขอทานก็ไปทำได้ เป็นงานอิสระ จะทำที่ไหน ทำเมื่อไหร่ ทำอย่างไรได้ทั้งนั้น แต่มีกฎหมายไม่ให้ทำเท่านั้น เพราะอาจก่อความเดือดร้อนรำคาญให้กับบุคคลอื่นได้
ส่วนวิชาชีพเป็นความรู้ที่ได้จากการฝึกฝนเล่าเรียน หากไม่เรียนอาจจะปฏิบัติงานนั้นไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น วิชาช่าง แม้อาจทำงานนี้ได้ เช่น ช่างไม้ แต่ต้องเรียนรู้จากผู้สอนคือ “ครู” เมื่อเรียนรู้แล้ว ยังต้องฝึกฝนเล่าเรียน เพื่อให้เป็น “วิชาชีพ” คืออาชีพที่ต้องใช้วิชาความรู้
ทั้งอาชีพและวิชาชีพคือการเลี้ยงชีวิต การทำมาหากิน งานที่ทำเป็นประจำเพื่อเลี้ยงชีวิตด้วยกันทั้งสิ้น
การก่ออาชญากรรมเป็นอาชีพอย่างหนึ่ง แต่เป็นอาชีพที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับผู้คน จึงมีกฎหมายห้ามไว้ชัดเจน เช่นเดียวกับการพนัน ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่มีอาชีพเป็นนักการพนัน ไม่ว่าจะเป็นการพนันที่ถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย ย่อมเป็นอาชีพเพื่อเลี้ยงชีวิตเช่นเดียวกับอาชีพอื่น หรือวิชาชีพเช่นกัน
ความสำคัญของวิชาชีพคือ ผู้จะประกอบอาชีพบางอาชีพที่เป็นวิชาชีพได้ ต้องเรียนรู้ในวิชานั้นเพื่อนำมาประกอบอาชีพเพื่อเลี้ยงชีวิต
การประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับชีวิตผู้คนจึงต้องมีกฎหมายกำหนดไว้แน่นอน และเพื่อไม่ให้ผู้ประกอบวิชาชีพนำอาชีพไปล่วงละเมิดผู้รับบริการจึงต้องมี “จริยธรรม” หรือ “จรรยาวิชาชีพ” กำหนด เช่น วิชาชีพแพทย์ พยาบาล การช่าง ตั้งแต่วิศวกร สถาปนิก มัณฑนากร ทนายความ ครู เหล่านี้ต้องเรียนรู้ในลักษณะของวิชาการเพื่อใช้วิชาการนั้นมาประกอบวิชาชีพ
ส่วน “จรรยาวิชาชีพ” ที่ชอบเรียกว่า “จรรยาบรรณ” แท้ที่จริงทุกวิชาชีพต่างต้องมี “จรรยา” กำกับเพื่อไม่ให้ใช้วิชาชีพหรืออาชีพนั้นไปในทางที่ผิด หรือละเมิดผู้มารับบริการ เช่น ผู้มารับบริการทางการแพทย์ ต้องได้รับบริการที่เป็นไปตามวิชาชีพทางการแพทย์ และแพทย์ต้องไม่ประพฤติผิดไปจากจรรยาแพทย์ที่กำหนด ทั้งยังต้องทำหน้าที่แพทย์ คือผู้รักษาคนไข้ทุกขณะที่พบผู้ป่วย ไม่ว่าจะพบผู้ป่วยในสภาพใด เวลาไหน เมื่อมีผู้ป่วย ผู้ที่เป็นแพทย์ต้องเข้าไปปฐมพยาบาลในเบื้องต้น มิฉะนั้นจะผิดจรรยาแพทย์ มีโทษตามกำหนดไว้
ผู้ที่เป็นทนายความ มีมารยาททนายความกำกับ ทนายความต้องให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ลูกความ และต้องให้แนะนำลูกความในทางที่ถูกต้องทั้งด้านกฎหมายและศีลธรรม มิใช่ยุให้ลูกความสู้ความทั้งที่รู้ดีว่าเป็นการสู้ความในทิศทางที่ผิดกฎหมาย
วิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของมนุษย์ด้วยกัน ต่อมาภายหลังมีสภาวิชาชีพกำกับเพื่อขึ้นทะเบียนผู้เข้ามาประกอบวิชาชีพนั้นให้รู้ว่าวิชาชีพนั้นมีใครบ้าง หากมีการประพฤติหรือทำผิดกฎหมายย่อมมีโทษทางวินัยต่อความเป็นสมาชิกภาพ เช่น ระงับการใช้ใบอนุญาตเป็นการชั่วคราวหรือตามกำหนด แม้ที่สุดคือห้ามประกอบวิชาชีพนั้นตลอดชีวิต และอาจมีโทษทางอาญาหากกระทำการอันประมาทเป็นเหตุให้ผู้รับบริการบาดเจ็บหรือถึงแก่ชีวิตได้
ส่วนอาชีพสื่อมวลชนเป็นสิทธิที่เกิดขึ้นมากับการเกิด คือ การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น ต่อมารัฐธรรมนูญจึงกำหนดเป็นสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของประชาชน มีกฎหมายลงโทษผู้ประกอบอาชีพหากใช้เสรีภาพไปในทางมิชอบทำให้ผู้อื่นเสียหาย เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไปอยู่แล้ว
จึงไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายอื่นใดมาควบคุมอีก มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดเสรีภาพประชาชนเสียเอง
เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

