หน้าแรก คอลัมนิสต์ ‘ประชาชน’ ยัง...

‘ประชาชน’ ยังผิดเช่นเคย

7.12.25 | 18:30 น.
‘ประชาชน’ยังผิดเช่นเคย

‘ประชาชน’ยังผิดเช่นเคย

ไม่ว่าจะยอมรับกันหรือไม่ก็ตาม ประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของทุกคนนั้นเป็นที่รู้กันว่าพูดไม่ออกบอกไม่ถูกไปทุกด้าน

มองหาไม่เห็นว่าเหลือปัจจัยอะไรที่เอื้อให้พอมองในด้านบวกว่าน่าจะหยิบมาให้ หรือเป็นสารตั้งต้นสำหรับพัฒนาประเทศและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างความหวังว่าอนาคตที่ดีงามจะพอเกิดขึ้นได้

ในทางเศรษฐกิจ ฐานะของประเทศท่วมหัวด้วยหนี้สาธารณะ ช่องทางหารายได้เพิ่มไม่เหลืออะไรให้รีด ทุกดัชนีการเติบโตดิ่งเหว หนทางกู้ให้ฟื้นคืนตีบตันด้วยอุปสรรคชัดเจนว่าไม่มีทางแก้

ภาคประชาชนจมอยู่ในหนี้ครัวเรือนที่ล้วนแล้วแต่เป็นภาระ ไม่มีโอกาสก่อรายได้ ธุรกิจทุกระดับระเนนระนาดอยู่กับความสิ้นหวัง หรืออย่างดีก็แค่หวังลมๆ แล้งๆ ปลอบใจตัวเอง เพราะการคุกคามของทุนเทาต่างชาติที่เข้ามาเปิดกิจการแข่งขันโดยมีเบื้องหลังที่การฟอกเงิน

Advertisement

ภาพที่โลกเห็นคือไทยเราเป็นประเทศที่หมดสิ้นแล้วซึ่งความสามารถในการแข่งขันกับเวทีโลก กำลังหยุดนิ่ง หรือว่าไปคือเคลื่อนสู่ความล้าหลังที่แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านที่อ่อนแอ และตามห่างมาตลอดยังเจริญเติบโตได้มากกว่า จนเชื่อกันว่าจะพัฒนาแซงไปที่ละประเทศให้เราได้แต่นั่งมองตาปริบๆ โดยทำอะไรกับความเชื่อมั่นที่โลกมีให้ลดลงไม่ได้

กลไกบริหารชาติเน่าเฟะในทุจริต คอร์รัปชั่น ผู้มีอำนาจตั้งแต่ล่าสุดจนถึงสูงสุดกู่ถูกตราหน้าเรื่องรับสินบนจากทุนธุรกิจเถื่อนเข้ามายึดครองอำนาจบริหารจัดการกิจการประเทศ

โครงสร้างอำนาจทางการเมืองไม่แค่ล้าหลังรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกที่การแข่งกันอย่างเห็นแก่ได้สูงขึ้น โดยเฉพาะบทบาทของมหาอำนาจ

ความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นในทุกมิติ

สวัสดิการรัฐที่พอให้ประชาชนทั่วไปพึ่งพาได้บ้าง เริ่มปัญหาที่สื่อแนวโน้มจะไปต่อไม่ไหว

แต่ทั้งที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยเป็นจากการทำงานในหลายเรื่องที่ผ่านมาว่า นักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นที่มาจากการใช้อำนาจทำรัฐประหาร และที่มาจากการเลือกตั้ง มีความรู้ความสามารถไม่พอที่จะบริหารจัดการประเทศ

อย่าว่าแต่ทำให้ดีขึ้นเลย แค่ไม่ทำให้ปัญหาบานปลายยังยากที่จะหาสมรรถนะจากผู้มีอำนาจในหน้าที่ต้องรับผิดชอบ

หนักไปกว่านั้น ยังแอบซ่อนไว้ด้วยอำนาจลึกลับที่พร้อมทำลายความพยายามสร้างผลงานของผู้มีหน้าที่อย่างเป็นทางการครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อปกป้องอำนาจล้าหลังนั้นให้คงอยู่ อย่าง “ไม่สนไก่ สนเป็ด” อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศ

อีกไม่นานนี้ประเทศจะมีการเลือกตั้งใหญ่ เพื่อมี “รัฐบาลใหม่”

พรรคการเมืองต่างพยายามที่จะเป็น “ผู้ชนะ” เพื่อเข้ามาจัดตั้งรัฐบาล

แต่ผู้ที่พอยังเหลือสติปัญญาอยู่บ้าง ลองกวาดสายตาสำรวจดูเถอะ ว่า “มีหรือพรรคการเมืองที่ชนะมาแล้วจะแก้ไขเยียวยาประเทศได้”

พรรคไหนหรือที่หวังได้

ใช่หรือไม่ว่า ล้วนแล้วแต่พากัน “เน่า” ไปทีละพรรค

อาจจะพอมีอยู่ที่รักษาอุดมการณ์ไว้สุดฤทธิ์ แต่ก็เป็นที่รับรู้กันว่ากลายเป็นพรรคที่ต้องเล่นโจทย์ยากกว่าใครเขา ในโครงสร้างอำนาจที่กติกาไม่อนุญาตให้ “เท่ากัน”

การเลือกตั้งที่มีแต่พรรคที่ “หวังไม่ได้” กับ “พรรคที่ไม่อนุญาตให้หวัง”

เป็นภาระของประชาชน ว่าจะเลือกอย่างไรไม่ให้ตกเป็น “จำเลย” ถูกตราหน้าว่า “ไม่มีความรู้ และสติปัญญาพอที่จะเลือกคนดีมีความสามารถเข้ามาทำหน้าที่บริหารจัดการประเทศ”