หน้าแรก คอลัมนิสต์ การศึกษาไทยตก...

การศึกษาไทยตกอันดับ…เขตพท.นวัตกรรมฯช่วยด้วย

11.12.25 | 12:11 น.

การศึกษาไทยตกอันดับ…เขตพท.นวัตกรรมฯช่วยด้วย

ความเคลื่อนไหวด้านการศึกษาไทยที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ น่าชวนให้ติดตามว่าจะไปต่อกันอย่างไรดี

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 คณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาฯ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ประธาน มอบหมายให้ ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รองประธานกรรมการ ทำหน้าที่ประธานการประชุมครั้งที่ 2/2568 มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ.2562 ต่อไปอีก 7 ปี

เหตุเพราะ พ.ร.บ.ดังกล่าวซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 จะครบกำหนดการใช้บังคับ 7 ปี ในวันที่ 30 เมษายน 2569

จึงต้องตราพระราชกฤษฎีกาขยายเวลา โดยกระทรวงศึกษาธิการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

Advertisement

ความเป็นไปได้น่าจะเกิดในรัฐบาลหน้า หลังเลือกตั้งทั่วไปราวเดือนมีนาคม 2569

หลังจากกฎหมายใช้บังคับ มีการประกาศเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาครั้งแรก 8 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ เชียงใหม่ ระยอง กาญจนบุรี นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสตูล มีสถานศึกษานำร่อง 541 โรงเรียน

ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 เห็นชอบจัดตั้งเพิ่มเติม 11 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กระบี่ จันทบุรี ตราด ภูเก็ต แม่ฮ่องสอน สงขลา สระแก้ว สุโขทัย สุราษฎร์ธานี และอุบลราชธานี มีสถานศึกษานำร่อง 538 โรง

ล่าสุด จังหวัดบุรีรัมย์ บุกเดี่ยวประกาศเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ตามมติ คณะรัฐมนตรีวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2567 มีสถานศึกษานำร่อง 83 โรง

โรงเรียนนำร่องส่วนมากสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นอกนั้นสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมทั่วประเทศ 1,162 โรงเรียน

ครับ ที่ผมนำเรื่องนี้ขึ้นมาชวนคุย เหตุเพราะเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเป็นผลพวงของการผลักดันการปฏิรูปการศึกษาโดยคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำคลอดกฎหมายที่เป็นเครื่องมือปฏิรูปการศึกษาออกมา 2 ฉบับติดต่อกัน

ฉบับแรก พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.2561 เป็นที่มาของการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ดำเนินงานมาถึงขณะนี้ ไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุดการใช้บังคับ พ.ร.บ.เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เป็นฉบับที่ 2 มีกำหนดเวลาการใช้บังคับ

“เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาซึ่งหมายรวมถึงแนวคิด วิธีการ กระบวนการ สื่อการเรียนการสอน การบริหารจัดการในรูปแบบใหม่ ซึ่งได้มีการทดลองและพัฒนาจนเป็นที่น่าเชื่อถือว่าสามารถส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนและการจัดการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาขั้นพื้นฐาน

เป็นกระบวนการเพื่อปลดล็อก ผ่อนคลายข้อจำกัดจากกฎระเบียบต่างๆ ของกระทรวงศึกษาธิการและระบบราชการ ซึ่งปิดกั้น กดทับ ทำให้การบริหารการศึกษาและการจัดการสถานศึกษาไม่อิสระเท่าที่ควร

โรงเรียนที่ได้รับความเห็นชอบประกาศเป็นเขตพื้นที่นวัตกรรม เปลี่ยนสถานะเป็นสถานศึกษานำร่อง จะมีความคล่องตัวเพิ่มขึ้น มีระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารงานบุคคล คัดเลือก บรรจุแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนเงินเดือน และการประเมินวิทยฐานะ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เกิดความเหมาะสม

โดยให้ประเมินผลการดำเนินงานทุกสามปี โดยคณะผู้ประเมินอิสระ ถ้าเห็นว่าผลยังไม่สามารถเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ให้เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายให้ยุบเลิกพื้นที่นวัตกรรมการศึกษานั้น

คำถามคือ ภายหลังการทดลองนำร่องเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาตั้งแต่ พ.ศ.2562 เป็นต้นมาจาก 8 จังหวัดขยายเป็น 20 จังหวัด สัมฤทธิผลทางการศึกษา คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนนำร่องเป็นอย่างไร

7 ปีที่ผ่านมา เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาไทยเพิ่มขึ้น มีโรงเรียนนำร่องมากขึ้นตามลำดับ

การเติบโตของโรงเรียนนำร่องเขตพื้นที่นวัตกรรม ช่วยนำพา เป็นแบบอย่างต่อการพัฒนา ร.ร.ทั่วไป ในเขตจังหวัดเดียวกันอีกมากมายได้แค่ไหน ช่องว่างระหว่างโรงเรียนสองกลุ่มนี้ถูกทำให้แคบลงหรือไม่

โมเดลเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เป็นตัวช่วย กระตุ้นส่งเสริม ส่งผลให้คุณภาพนักเรียน คุณภาพครู คุณภาพผู้บริหาร คุณภาพโรงเรียนทั่วไป พัฒนาขึ้นตามไปด้วยแค่ไหน

รายงานการติดตามผลการดำเนินงานของ 8 จังหวัด พบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ เช่น กฎระเบียบส่วนใหญ่ได้รับการแก้ไขให้มีอิสระ โดยเฉพาะด้านวิชาการ จังหวัดมีเอกลักษณ์ มีส่วนร่วมในการพัฒนา โรงเรียนนำร่องที่เปลี่ยนแปลงมีจุดเด่นทางด้านวิชาการ มีการปรับหลักสูตร ร้อยละ 89 เลือกสื่อการเรียนการสอนได้อิสระ ร้อยละ 65 มีปรับการวัดและประเมินผลการเรียน ร้อยละ 78 ส่งผลให้เด็กๆ ได้รับโอกาสเรียนรู้แบบมีความหมายและประยุกต์ใช้ความรู้มากขึ้น มีกลไกเชิงพื้นที่รับฟังปัญหาและความต้องการของคนในพื้นที่ มีเป้าหมายร่วมกัน เกิดการมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบในการพัฒนา แสวงหา และเลือกนวัตกรรมที่หลากหลายมาใช้ให้เหมาะสมกับปัญหาสอดคล้องกับบริบทพื้นที่

นักการศึกษาไทยพยายามแสวงหา คิดค้น แนวทาง นวัตกรรม เพื่อแก้ปัญหาการศึกษา ทั้งปัญหาความเหลื่อมล้ำ ขาดโอกาส ปัญหาคุณภาพการศึกษา แต่คุณภาพการศึกษาในภาพรวมยังน่าวิตก สวนทางกับข่าวสารที่ปรากฏเรื่อยมา อันดับการศึกษาไทยตกลงต่อเนื่อง

ล่าสุด World Population Review ระบุคุณภาพการศึกษาของประเทศต่างๆ ในอาเซียนประจำปี 2025 ดังนี้ สิงคโปร์ อันดับที่ 11 ของโลก

บรูไน อันดับที่ 47 ของโลก เวียดนาม อันดับที่ 53 อินโดนีเซีย อันดับที่ 67 ฟิลิปปินส์ อันดับ 71 มาเลเซีย อันดับ 89 ลาว อันดับ 102 ไทย อันดับ 107 พม่า อันดับ 109 กัมพูชา อันดับ 120

แม้ว่าจะมีข้อโต้แย้งเรื่อยมาว่า กระบวนการจัดอันดับ เหมาะสม ถูกต้องหรือไม่

สมควรที่จะต้องแยกการทดสอบคุณภาพระหว่างโรงเรียนนำร่องในเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษากับโรงเรียนทั่วไปก็ตาม

แต่คำถามเดิมที่ว่าเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาตอบโจทย์วิกฤตการศึกษาไทยแค่ไหน ยังคงดังอึงคะนึงอยู่ อีกนานเท่าไหร่คุณภาพการศึกษาจะกระเตื้องขึ้น

สาเหตุหนึ่ง น่าจะเป็นเพราะความเข้าใจและการรับรู้ความเคลื่อนไหวของเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเป็นไปในวงจำกัด ไม่แพร่หลาย กว้างขวางเท่าที่ควร

การสื่อสารสาธารณะให้มากขึ้น สม่ำเสมอ จึงเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นให้ความเชื่อมั่นของสังคมเพิ่มขึ้น

ระหว่างการคลายล็อกให้ ร.ร.เขตพื้นที่นวัตกรรม กับการเร่งรัดให้ส่วนกลาง ยกเลิก แก้ไขกฎระเบียบ ส่วนบนเปลี่ยนค่านิยม วัฒนธรรมอำนาจกับโรงเรียนส่วนใหญ่ให้มากที่สุด

แนวทางใดจะส่งผลต่อคุณภาพการจัดการศึกษามากกว่า? จึงยังเป็นคำถามอยู่ในใจนักเรียน ผู้ปกครอง ครู ผู้บริหารสถานศึกษา อีกมากมาย