ภาพเก่าเล่าตำนาน : กำเนิด…เกิดขึ้นของกองทัพกัมพูชา
BHQ : Bodyguard Headquarters คือ กองกำลังพิเศษ-กองกำลังส่วนตัว จัดตั้งโดย ฮุน เซน เมื่อเข้าสู่อำนาจท่ามกลางความขัดแย้งของกลุ่มต่างๆ ในประเทศที่กล่าวได้ว่า…ไว้ใจใครไม่ได้เลย
มีภารกิจหลักคือรักษาความปลอดภัย ฮุน เซน ตลอด 24 ชม. เขาก้าวขึ้นมาคุมอำนาจเบ็ดเสร็จแต่ผู้เดียวในกัมพูชาเกือบ 40 ปี เป็นกองกำลังที่แยกจากกองทัพหลัก แข็งแกร่ง ทันสมัย มีบทบาทสำคัญในการรักษาความมั่นคงของรัฐบาล รวมถึงการปะทะตามแนวชายแดน (เมื่อจำเป็น)
ปกป้อง ดูแลทุกคน รวมไปถึงลูกหลานในตระกูลฮุน ป้องกันการรัฐประหาร รักษาอำนาจของผู้นำ ทำภารกิจลับ เป็นกองกำลังที่ภักดีต่อฮุน เซน มากกว่าการปกป้องประเทศชาติ
หน่วย BHQ มีงบประมาณแยกต่างหาก มีกำลังพลกว่า 8,000 นาย มียานพาหนะ ยุทโธปกรณ์ มีอาวุธเหนือกว่าทหารในต่างจังหวัด พลโทฮิง บุนเฮียง เป็นผู้บัญชาการตลอดมานานกว่า 25 ปี
กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ทหารจาก BHQ จำนวนหนึ่งถูกส่งมายืดเส้นยืดสาย รบกับทหารไทยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
ที่กล่าวมาข้างต้นคือ กองกำลังส่วนตัวของผู้นำกัมพูชา ตั้งอยู่ที่จังหวัดกันดาล (บริเวณตาเขมา) ปราสาทราชวังของคนในตระกูลฮุน มารวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ถูกโอบล้อมปกป้องด้วยกองกำลัง BHQ
ทหารที่ประจำอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ในประเทศ รวมถึงครอบครัว แบ่งเป็นภูมิภาคทหาร มีความเป็นอยู่ มีสถานภาพไม่สุขสบายนัก ห่างหูไกลตา ได้รับการดูแลต่างจาก BHQ ราวฟ้ากับเหว
ขอนำเข้าสู่ประเด็นหลักคือ กำเนิดกองทัพกัมพูชาครับ
นับเป็นประวัติศาสตร์ที่ลึกลับซับซ้อน ไม่มีใครทราบว่าอะไรจริง-เท็จ ได้แต่บอกเล่าต่อกันมา เพราะทุกกลุ่มในดินแดนกัมพูชามีหลายชาติพันธุ์ บ้างก็เป็นอริราชศัตรูกัน ล้างผลาญสังหารกันเองมากว่า 40 ปี
ไม่ง่ายเลยสำหรับกลุ่มผู้ถืออาวุธที่ต้องการอำนาจปกครองประเทศ
มองย้อนกลับไปถึงอาณาจักรเขมรโบราณโน่น
นักรบแห่งอังกอร์ (Ankor) เชี่ยวชาญการใช้ช้างเป็น “ยานรบ” ได้ขยายอิทธิพลไปทั่วแผ่นดิน สร้างความรุ่งโรจน์อลังการของปราสาทนครวัด และเครือข่ายเศรษฐกิจของอังกอร์ที่แสนจะรุ่งโรจน์
ในศตวรรษต่อมา เขมรอ่อนแอลง ตกอยู่ท่ามกลางมหาอำนาจสยาม (ไทย) และเวียดนาม ที่แข่งอำนาจกันเข้าไปปกครองดินแดน
เมื่อฝรั่งเศสเข้ามาในกลางศตวรรษที่ 19 เอกราชทางทหารลดลง เขมรตกอยู่ภายใต้สถานะรัฐอารักขาของฝรั่งเศส
กองกำลังทหารพื้นเมืองขนาดเล็กตกอยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าอาณานิคม ทหารกัมพูชายังต้องถูกเกณฑ์ไปรับใช้ในกองทัพฝรั่งเศส ต้องไปตายในช่วงสงครามต่างๆ เช่น สงครามอินโดจีนครั้งที่ 1
พ.ศ.2489 ฝรั่งเศสมีส่วนช่วยในการก่อตั้งกองทัพหลวงเขมร ซึ่งนำไปสู่หน่วยทหารกัมพูชาล้วนหน่วยแรก และได้พัฒนาเป็นกองทัพหลวงเขมร (FARK) หลังได้รับเอกราชในปี พ.ศ.2496
ฝรั่งเศสจัดตั้ง FARK (Forces armes royales khmres) ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น กองกำลังติดอาวุธแห่งชาติเขมร หรือ FANK (Forces armes nationales khmres) สำหรับสาธารณรัฐเขมรชาตินิยม เพื่อต่อสู้กับเขมรแดงจนกระทั่งล่มสลายในปี 2518
หลังจากได้รับเอกราชในปี พ.ศ.2496 พระนโรดม สีหนุ กษัตริย์แห่งกัมพูชา เริ่มฟื้นฟูกองกำลังติดอาวุธแห่งชาติของตนเองอีกครั้ง
พระสีหนุ …สร้าง “กองทัพหลวงเขมร” ขึ้นในช่วงที่นำพาประเทศวางตัวเป็นกลาง โดยเน้นความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
พ.ศ.2503 สหรัฐทยอยส่งกำลังทหารเข้ามาสู่เวียดนามที่กำลังจะกลายเป็นคอมมิวนิสต์ ระส่ำระสายไปถึงลาว และไทย
ตั้งแต่นั้นมา…กองทัพกัมพูชาเผชิญชะตากรรมกับความขัดแย้งภายในและความกดดันที่เพิ่มขึ้นจากสงครามเวียดนาม เนื่องจากฐานที่มั่นของเวียดนามเหนือขยายตัวเข้ามาในดินแดนกัมพูชา
พ.ศ.2513 เกิดการรัฐประหารในกัมพูชานำโดยนายพลลอน นอล
กัมพูชาได้เข้าสู่สงครามกลางเมืองที่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง นายพลลอน นอล จัดตั้งกองกำลังติดอาวุธของตนเองขึ้น (ภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐ) เพื่อต่อสู้กับกองกำลังฝ่ายคอมมิวนิสต์
สมัยนายพลลอน นอล ทหารกัมพูชามากกว่า 20,000 นาย ถูกส่งไปรับการฝึกในเวียดนามใต้ ในค่าย ลัมซอน (Lamson) โดยกลุ่มทหารอเมริกันกลุ่มเล็กๆ ซึ่งทำหน้าที่ฝึกสอน 4 กองพัน โดยแต่ละกองพันมีกำลังพลประมาณ 500 นาย ในหลักสูตร 12 สัปดาห์ ฝึกยุทธวิธีทหารราบและการปฏิบัติการของหน่วยขนาดเล็ก ถือว่าสหรัฐสนับสนุนกองทัพกัมพูชาเต็มพิกัด และ ณ ช่วงเวลานั้นกองทัพกัมพูชาที่เป็นมิตรใกล้ชิดกับสหรัฐ เลยได้รับมอบปืนเล็กยาว M-16 นับหมื่นกระบอก
อำนาจเปลี่ยนมืออีกครั้งเมื่อจีนเข้ามาสนับสนุนเขมรแดง
พ.ศ.2518 กองทัพเขมรแดงของ พอล พต โค่นนายพลลอน นอล ยึดอำนาจสำเร็จ พอล พต จัดตั้งกองทัพปฏิวัติกัมพูชา ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันที่โหดร้ายที่สุดในยุคนั้น
กองกำลังเขมรแดงที่มีอาวุธมหาศาล (ที่ยึดมาจากกองทัพของนายพลลอน นอล ซึ่งเป็นอาวุธของสหรัฐแทบทั้งสิ้น) อุทิศตนเพื่อการควบคุมทางอุดมการณ์เพื่อจะเปลี่ยนแปลงประเทศกัมพูชาให้เป็น “สังคมนิยมสุดโต่ง” จนเกิดการสังหารหมู่ที่โด่งดังไปทั่วโลก
พี่-น้องเขมร…ฆ่ากันเองกว่า 2 ล้านคน หนีตายเข้ามาในไทย รอดตายราว 1 ล้านคน
พ.ศ.2522 กองกำลังเวียดนามบุกเข้าดินแดนกัมพูชา โค่นล้มระบอบเขมรแดงและสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชาขึ้น รัฐบาลหุ่นที่กองทัพเวียดนามจัดตั้งขึ้นต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากเวียดนามทั้งหมด
พ.ศ.2532 เวียดนามถอนกำลังออกจากกัมพูชาจากการกดดันของสหประชาชาติ กองกำลังติดอาวุธ 4 ฝ่ายของเขมรยังปักหลักยึดครองพื้นที่ในประเทศ…หากแต่ได้รับการเกลี้ยกล่อมเพื่อยุติสงครามกลางเมืองที่ยาวนาน 40 ปี …ที่ถือว่า สิ้นชาติไปแล้ว
รัฐกัมพูชาและกลุ่มต่อต้านอีก 3 กลุ่มที่ทำสงครามกัน ได้แก่ FUNCINPEC เขมรแดง และแนวร่วมปลดปล่อยประชาชนเขมรแห่งชาติ (KPNLF) ได้ไปลงนามในข้อตกลงสันติภาพปารีสในเดือนตุลาคม พ.ศ.2534
ข้อตกลงดังกล่าวระบุให้จัดตั้ง UNTAC ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารประเทศชั่วคราว ที่จะกำกับดูแลการ “วางอาวุธ” จากทหารจากกลุ่มของรัฐบาลและกลุ่มต่อต้านทั้ง 3 กลุ่มที่ทำสงครามกัน
พ.ศ.2536 สหประชาชาติจัดการเลือกตั้ง โดยไม่มีเขมรแดงเข้าร่วม…ประเทศกัมพูชา “เกิดใหม่” แบบกระท่อนกระแท่น ภายใต้การกำกับดูแลของ UNTAC ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของระบบพหุพรรคสมัยใหม่
กลุ่มผู้ถืออาวุธจากในป่า ในเมืองที่เคยรบกันนับหมื่นคน ยอมมารวมตัวกัน..เพื่อจัดตั้งกองทัพแห่งชาติ (RCAF : Royal Cambodia Armed Forces)
กองทัพแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (RCAF) ถูกจัดตั้งขึ้นโดยการรวมกองทัพของกลุ่มขัดแย้งในกัมพูชาตามข้อตกลงสันติภาพปารีส (Paris Accord) โดยรวมกอง “กำลังฝ่ายรัฐบาล” เข้ากับ “กองทัพต่อต้านที่ไม่ใช่คอมมิวนิสต์” เข้าเป็นกองทัพแห่งชาติเดียว
นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างกองทัพแห่งชาติ
แม้ว่า “กองทัพเขมรแดง” จะยังคงเคลื่อนไหวในป่า ไม่ยอมวางอาวุธ ต่อมาราวต้นทศวรรษ 2000 เขมรแดงยอมเข้ามารวมกับกองทัพแห่งชาติ เป็นกองกำลังแห่งชาติเพียงหนึ่งเดียว
(ทีมงานลับจากไทยนี่แหละที่สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันของเขมร โดยเฉพาะการเกลี้ยกล่อมหัวหน้าเขมรแดงให้วางอาวุธ)
กัมพูชาที่เคยเป็นศัตรูกัน 4 กลุ่มเข้าร่วมกันเป็นกองทัพแห่งชาติ ทุกฝ่ายยังมีความหวาดระแวงกันเอง มี “ความไม่ลงรอยกัน” ไม่น้อย
เมื่อเป็นกองทัพแห่งชาติที่ยังไม่พร้อมด้วยประการทั้งปวง ผู้นำเขมรร้องขอความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐอเมริกา ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
นายทหารไทยรุ่นเก๋า (อายุ 70 ปีขึ้นไป) คงพอจำได้ว่า ในอดีตกองทัพบกไทยเคยเป็นหน่วยฝึกอบรมให้ทหารเขมรอย่างเข้มข้นเพื่อร่วมมือกันรบกับคอมมิวนิสต์ (โดยอเมริกาให้การสนับสนุนในทางลับ) โดยเฉพาะหน่วยใน จ.ลพบุรี และค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี ที่ผู้เขียนในวัยเด็กเคยขี่จักรยานไปชมการฝึกทหารเขมรกลางแจ้ง
กองทัพแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (RCAF) ประกอบด้วย กองทัพบกกัมพูชา (RCA) กองทัพเรือกัมพูชา (RCN) และกองทัพอากาศกัมพูชา (RCAF) และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (Gendarmerie) อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาโดยตรงของกระทรวงกลาโหม
กองทัพบกเป็นหน่วยงานที่ใหญ่ที่สุด มีฐานที่มั่นครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ รักษาความมั่นคงภายใน ป้องกันชายแดนและการบรรเทาภัยพิบัติ เป็นกำปั้นเหล็กของผู้นำ มี 6 ภูมิภาคทหารและเขตทหารพิเศษพนมเปญ
ผู้เขียน…ที่เคยติดต่องานราชการกับกองทัพกัมพูชามานับทศวรรษทราบว่า รัฐบาลกัมพูชาส่งเสริมให้หน่วยทหารของตนไปปฏิบัติการรักษาสันติภาพในกรอบของสหประชาชาติในหลายประเทศ
นายทหารของกัมพูชารุ่นสร้างชาติและรุ่นถัดมา ภายใต้การนำของฮุน เซน จำนวนไม่น้อยต้องไปเข้าหลักสูตรอบรมทางทหาร-การเมือง ที่เวียดนาม ที่ถือว่า “ต้องไป”
ทุกวันนี้ …ทั้งสหรัฐและจีนต่างทนุถนอมรักษาความสัมพันธ์กับกัมพูชา ด้วยทรัพยากรและที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่สีหนุวิลล์ ที่จีนเข้าไปสร้างท่าเรือน้ำลึกขนาดมโหฬาร
ทหารกัมพูชาการมีโครงการ “ฝึกร่วม” กับสหรัฐอเมริกาเป็นประจำทุกปี ชื่อรหัสการฝึกอังกอร์-เซนติเนล (Angkor Sentinel) ผู้นำทางทหารของสหรัฐก็ทยอยกันมาเยี่ยมเยือนรักษาความสัมพันธ์สม่ำเสมอ
ส่วนจีน ส่งทหารเรือมาฝึก ให้ความช่วยเหลือทางทหารควบคู่ไปกับการขายอาวุธ จีนลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ เสริมสร้างความสัมพันธ์แนบแน่นจีน-กัมพูชา อันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะขยายอิทธิพลในภูมิภาค รวมถึงในทะเลจีนใต้ที่สหรัฐเพ่งเล็งเสมอ
กองทัพเรือมีกำลังพลราว 12,400 นาย (รวมนาวิกโยธิน จำนวน 2,000 นาย) เคยได้รับการฝึกอบรมที่โรงเรียนนายเรือเวียดนาม ยังมีกองเรือแม่น้ำโขง กองทัพเรือมีเรือลาดตระเวน 15 ลำ และเรือลาดตระเวนแบบ “โจมตีเร็ว” อีก 5 ลำ ได้รับการสนับสนุนจากจีน (น่าจะได้รับความช่วยเหลือจากจีนต่อเนื่อง)
กองทัพอากาศกัมพูชาเป็นกองทัพอากาศขนาดเล็ก มุ่งเน้นภารกิจด้านความมั่นคงภายในประเทศเป็นหลัก บก.และศูนย์ซ่อมบำรุงหลักตั้งอยู่ที่ฐานทัพอากาศโปเชนตงในพนมเปญ ฝูงบินปฏิบัติการ ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วย ฮ. ประจำการอยู่ที่โปเชนตงและสนามบินเสียมเรียบ
ฮ. Mi-8 Mi-17 และ Z-9 ทำหน้าที่ขนส่ง ส่งกำลังบำรุง
กลาโหมจีนใจถึง พึ่งได้ มาตั้งโรงเรียนทหารในเขมร รับนักเรียนประมาณ 200 คนต่อปี เปิดหลักสูตรระยะสั้น 6 เดือน จีนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งปวง
สถาบันการศึกษาทางทหารของจีนปลูกฝัง สร้างสัมพันธ์กับกำลังพลของกองทัพกัมพูชา เก็บข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับทุกคนไว้อย่างละเอียด
ในปี 2556 กัมพูชาได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์ Harbin Z-9 จำนวน 12 ลำ โดยใช้เงินกู้จากจีน จำนวน 195 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปีถัดมาก็ได้รับบริจาครถบรรทุกจากจีน จำนวน 26 คัน และเครื่องแบบทหาร 30,000 ชุด
อาวุธของกองทัพกัมพูชาประมาณ ร้อยละ 90 มาจากจีน ทั้งจัดซื้อและมอบให้ฟรีอย่างต่อเนื่อง

