ล็อบบี้ (Lobby) กับ ล็อบบี้ยิสต์ (Lobbyist) ระหว่างกัมพูชากับไทย
ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2568 นี้ ทางประเทศกัมพูชาได้จ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ชื่อดังที่มีเจ้าของเป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภาแห่งมลรัฐวอชิงตันชื่อ นายสตีฟ บานโควิช (Steve Bankovich) ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำงานทางการเมืองทั้งในระดับมลรัฐและระดับชาติในสหรัฐอเมริกา นายบานโควิชผู้นี้เป็นหนึ่งในนักล็อบบี้ยิสต์ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในอดีต โดยเฉพาะในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เหตุผลที่กัมพูชาตัดสินใจจ้างบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักการเมืองอเมริกันในระดับสูงไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่ ในการเมืองระดับชาติ การสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองและผู้มีอิทธิพลในสหรัฐอเมริกาเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ในการโน้มน้าวการตัดสินใจในระดับรัฐบาล หรือรัฐสภา และการมีพันธมิตรที่มีอิทธิพลเช่นนายบานโควิช ผู้เป็นที่รู้จักในวงการล็อบบี้ยิสต์จะช่วยให้กัมพูชาได้ช่องทางในการเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองของสหรัฐอเมริกา เช่นช่วยให้ประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับฟังเรื่องราวให้โน้มเอียงเข้าข้างกัมพูชาในการปะทะขัดแย้งกับไทย เป็นต้น
การล็อบบี้ยิสต์ที่กัมพูชาจ้างนี้มีเป้าหมายหลักๆ คือการผลักดันผลประโยชน์ของกัมพูชาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงการขยายอิทธิพลในประเทศไทยและการมีบทบาทมากขึ้นในกิจกรรมทางการทูตและเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการลงทุนและการพัฒนาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับจีน ซึ่งมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมืองในภูมิภาคนี้อย่างมาก แต่ในบางกรณี การล็อบบี้ยิสต์เช่นนี้อาจถูกมองว่าเป็นความพยายามที่จะสร้างความเข้าใจผิดหรือเปลี่ยนแปลงทิศทางการตัดสินใจของผู้นำอเมริกันให้ยอมรับการกระทำที่อาจส่งผลเสียต่อประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีนี้ที่มีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อีทีนี้เจ้าล็อบบี้ (Lobby) กับ ล็อบบี้ยิสต์ (Lobbyist) มันคืออะไร?
ล็อบบี้ (Lobby) คือ โถงทางเข้า ห้องพักแขก ห้องรับรอง หรือพื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่ในอาคารต่างๆ เช่น รัฐสภา โรงแรม โรงภาพยนตร์ สำนักงาน ส่วนล็อบบี้ยิสต์คือ บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ทำหน้าที่ในการล็อบบี้ พวกเขามักจะทำงานในฐานะตัวกลาง หรือที่ปรึกษาที่ทำงานเพื่อผลักดันนโยบาย หรือกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่ม หรือองค์กรที่พวกเขาเป็นตัวแทน ซึ่งพวกล็อบบี้ยิสต์ก็มักจะใช้ล็อบบี้เป็นสถานที่
ในการพบปะกับบุคคลสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติ หรือฝ่ายบริหาร ผู้ที่สามารถผลักดันนโยบายหรือกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่ม หรือองค์กรที่พวกเขาเป็นตัวแทนนั่นเอง
ความจริงเรื่องวิ่งเต้นทางการเมืองหรือที่เรียกกันว่า “เคลียร์” กันเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองนั้นเป็นธรรมชาติทางการเมืองทั่วโลกที่จะทำกันแบบแอบๆ ซ่อนๆ เป็นความลับเหมือนกับการขายบริการทางเพศ การพนัน หรือการเสพยาเสพติด ฯลฯ ซึ่งทางการสหรัฐอเมริกาเห็นว่าการวิ่งเต้นทางการเมืองหรือการเคลียร์นี้เป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติ ห้ามไม่ได้ก็เลยทำให้มันเป็นทางการเสียเลย โดยเน้นการโปร่งใส ตรวจสอบได้เป็นสำคัญ
การล็อบบี้ในยุคศตวรรษที่ 19 (หลังจากการก่อตั้งสหรัฐอเมริกา) คำว่า “ล็อบบี้” (Lobby) เกิดขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยมีที่มาจากการใช้ล็อบบี้ในโรงแรมของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งผู้ที่ต้องการมีอิทธิพลทางการเมืองจะไปพบกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและนักการเมืองในล็อบบี้ของโรงแรมต่างๆ เพื่อเสนอความคิดเห็นหรือข้อเสนอในการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย โดยเฉพาะในช่วงยุคที่ประธานาธิบดี ยูลิสซิส เอส. แกรนท์ (Ulysses S. Grant) เป็นประธานาธิบดี ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งมักจะพบเห็นการทำล็อบบี้ในสถานที่เหล่านี้เป็นจำนวนมาก ในช่วงนี้ การล็อบบี้ยังไม่เป็นกิจกรรมที่มีการควบคุมอย่างเป็นทางการ ดังนั้นการติดต่อระหว่างนักการเมืองและผู้มีผลประโยชน์ทางธุรกิจหรือกลุ่มต่างๆ มักจะเกิดขึ้นโดยไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง การล็อบบี้จึงมีลักษณะของการดำเนินการที่ยังคงอยู่ในที่มืดและไม่โปร่งใส
การเกิดของล็อบบี้ยิสต์และการควบคุม (ต้นศตวรรษที่ 20) ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 การทำล็อบบี้เริ่มได้รับการจัดระเบียบและพัฒนาให้เป็นอาชีพที่มีมาตรฐาน โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา เมื่อมีการออกกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการล็อบบี้อย่างเป็นทางการ คือการผ่านกฎหมาย Federal Regulation of Lobbying Act ในปี 1946 ซึ่งเป็นการพยายามควบคุมการล็อบบี้ในระดับรัฐบาลกลาง กฎหมายนี้มีการกำหนดให้บุคคลที่ทำงานเป็นล็อบบี้ยิสต์ต้องลงทะเบียนและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของพวกเขาต่อรัฐบาล โดยมีการกำหนดให้ต้องรายงานรายรับจากการล็อบบี้ จากการประชุมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลและการยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับกฎหมาย
ใน พ.ศ.2538 สหรัฐอเมริกาได้ออกกฎหมาย Lobbying Disclosure Act (LDA) ซึ่งเป็นการเสริมสร้างการเปิดเผยข้อมูลการล็อบบี้ให้มากขึ้น โดยกำหนดให้ต้องมีการรายงานกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการล็อบบี้ต่อสาธารณะ ทั้งรายชื่อขององค์กรที่เป็นผู้ว่าจ้างล็อบบี้ยิสต์ จำนวนเงินที่ใช้จ่ายในการล็อบบี้ และลักษณะของกฎหมายที่ถูกผลักดัน การทำให้กระบวนการนี้โปร่งใสมากขึ้นจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้การล็อบบี้ไม่กลายเป็นเครื่องมือในการผลักดันผลประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรมแก่สาธารณชน
ในปัจจุบัน ล็อบบี้ยิสต์ในสหรัฐอเมริกาจัดเป็นอาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีกฎระเบียบในการดำเนินงานอย่างเคร่งครัด โดยมีการควบคุมการทำงานของล็อบบี้ยิสต์ผ่านทั้งกฎหมายและการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับความโปร่งใสและการใช้อิทธิพลจากองค์กรต่างๆ ในกระบวนการตัดสินใจของรัฐบาล
ในยุคปัจจุบัน การล็อบบี้ได้กลายเป็นกิจกรรมที่แพร่หลายและมีความสำคัญในหลายประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งการล็อบบี้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การค้าและธุรกิจต่างๆ ขณะเดียวกันยังมีการใช้ล็อบบี้ในระดับระหว่างประเทศ เช่น การส่งเสริมการทำข้อตกลงการค้า หรือการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศในระดับโลก การล็อบบี้ไม่จำกัดอยู่แค่ในวงการการเมืองระดับประเทศเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในองค์การระหว่างประเทศ เช่น สหประชาชาติ (UN) และองค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งการมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในระดับเหล่านี้สามารถมีผลกระทบต่อประเทศต่างๆ ในหลายมิติ
ความจริงประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วยต่างก็ว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ต่างๆ ในสหรัฐอเมริกามาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เพราะเป็นเรื่องที่ต้องทำกันอย่างเปิดเผยและโปร่งใส ดังนั้นการที่กัมพูชาได้ว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์เพื่อช่วยให้ประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับฟังเรื่องราวให้โน้มเอียงเข้าข้างกัมพูชาในการปะทะขัดแย้งกับไทยจึงเป็นเรื่องที่เปิดเผยไม่เป็นความลับแต่ประการใด ซึ่งถ้าประเทศไทยจะว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์เพื่อโต้ตอบกัมพูชาบ้างก็ไม่มีข้อห้ามแต่อย่างใด แต่ในความเห็นของผู้เขียนแล้วเห็นว่าไม่จำเป็นและค่าจ้างของพวกล็อบบี้ยิสต์นี้ล้วนแล้วแต่มีราคาแพงจับใจทั้งสิ้นและในเรื่องปัญหาระหว่างประเทศโดยเฉพาะเรื่องการรบและการทหารด้วยแล้ว ดูล็อบบี้ยิสต์ไม่ค่อยมีอิทธิพลต่อการดำเนินการของสหรัฐอเมริกาเท่าไรนักเพราะเรื่องความมั่นคงและการทหารนั้นมีเจ้าภาพอยู่แล้วเยอะมากครับ

